GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เสือตอ...ปลาลายสวยต้องช่วยอนุรักษ์

ผู้ใดมีปลาเสือตอไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิด โทษปรับไม่เกิน 40,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 4 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ
        ปลาเสือตอ   จัดเป็นปลาสวยงามของไทยชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพราะสามารถทำรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสัตว์ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์และเนื้อมีรสชาติดี เดิมทีประชาชนนิยมบริโภคเป็นอาหาร ซึ่งเคยเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครสวรรค์ แต่ในปัจจุบันประชาชนนิยมนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงไว้เพื่อความเพลิดเพลินมากกว่าที่จะนำไปบริโภค เพราะว่ามีราคาแพง อัตราการจับปลาเสือตอจากธรรมชาติมีจำนวนลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบันเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ปลาเสือตอกำลังสูญพันธุ์ไป นั่นก็คือ ความเสื่อมสภาพลงของสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยหรือแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ การทำการประมงเกินกำลังการผลิต การทำการประมงที่ผิด พ.ร.บ. เช่น การใช้ยาเบื่อเมา การใช้วัตถุระเบิด การใช้กระแสไฟฟ้าช๊อตจับปลา การลักลอบจับปลาในฤดูวางไข่ สาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ของมนุษย์ และเนื่องจากปลาเสือตอกำลังอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์  กฎหมายจึงได้กำหนดให้ปลาเสือตอจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยบัญญัติไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 10 (2540) ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2540   ดังนั้นผู้ที่ต้องการมีปลาเสือตอไว้ในครอบครองจะต้องทำการขออนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และจะต้องปฏิบัติตามกฎและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ผู้ใดมีปลาเสือตอไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิด โทษปรับไม่เกิน 40,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 4 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เพื่อการอนุรักษ์และสนับสนุนให้มีการเพาะเลี้ยงปลาเสือตอเพื่อมิให้สูญหายไปจากสาระบบปลาสวยงามของไทยและให้มีอยู่คู่กับเราตลอดไป
     ทำความรู้จักกับปลาเสือตอ
          รูปร่างลักษณะโดยทั่วไป
     ปลาเสือตอเป็นปลาใน Family Lobotidae ลำตัวมีสีเหลืองอมน้ำตาล สีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองอ่อนหรือสีครีม ตัวโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 40-50 cm ลักษณะที่โดเด่นเฉพาะตัวได้แก่ มีเส้นลายดำพาดขวางประมาณ 6-7 แถบ ลักษณะของลำตัวค่อนข้างลึกแบนกว้าง ส่วนหัวลาดลงเป็นปลายแหลม ปากกว้างยาวและสามารถยืดหดได้มาก (Protactile Jaw) มีครีบ 7 ครีบ ครีบหลังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นหนามแข็ง 12 อันส่วนหลังเป็นก้านครีบอ่อน ครีบอีก 1 คู่โปร่งใส ครีบท้อง 1 คู่อยู่ใต้ครีบอก ครีบก้นเป็นหนามแข็ง 3 อัน และส่วนที่เหลือเป็นก้านครีบอ่อน ครีบหางมีลักษณะกลม ขนาดลำตัวที่พบในธรรมชาติประมาณ 10-16 นิ้ว ปลาเสือตอที่พบในประเทศไทย มีลายบนลำตัวแตกต่างกัน แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ 
        1 ปลาเสือตอลายใหญ่ ( Coius microlepis) ลายพาดขวางสีดำมีขนาดใหญ่ พื้นที่ของเส้นดำกลางลำตัวจะกว้างพอๆกับส่วนของสีพื้นซึ่งเป็นสีอ่อน และยังมีความแตกต่างกับปลาเสือตอลายเล็กตรงที่ลายพาดสีดำจะพาดผ่านแผ่นปิดเหงือกไปยังโคนครีบหูโดยจะอ้อมรอบลำคอทางด้านล่างของลำตัว นอกจากนี้ความลึกของลำตัวยังมากกว่าอีกด้วย ในปัจจุบันคาดว่าปลาเสือตอลายใหญ่สูญหายไปจากแม่น้ำในประเทศไทยแล้ว ส่วนปลาที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด เช่น กัมพูชา และเวียดนาม
        2 ปลาเสือตอลายเล็ก (Coius undecimradiatus) เป็นสายพันธุ์ที่มีลายดำพาดขวางแต่ละเส้นมีขนาดเล็ก โดยเล็กกว่าชนิดลายใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่านั้น และลายพาดสีดำดังกล่าวจะพาดผ่านแผ่นปิดเหงือกแล้วไปสิ้นสุดที่โคนครีบหู แต่ไม่อ้อมรอบลำคอ ปลาเสือตอลายเล็กนี้จะเป็นชนิดที่พบได้โดยทั่วไปในประเทศไทย
     โอกาสทางการค้าและตลาดปลาเสือตอ
     ปลาเสือตอกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเลี้ยงปลาสวยงาม ชนิดปลาเสือตอที่นิยมเลี้ยงและมีราคาสูงที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ ปลาเสือตอลายใหญ่และลายคู่ ขนาด 1-3 นิ้วราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ 300-2,000 บาท ส่วน 5-12 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 1,000-12,000 บาท ทั้งนี้ราคาก็ขึ้นอยู่กับเกรดของปลาด้วย ในบ้านเราสามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายปลาสวยงามแถวตลาดซันเดย์ ตลาดสวนจตุจักร ฯลฯ ทุกวันนี้ปลาทั้งสองชนิด ต้องนำเข้ามาจากประเทศเขมรโดยพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นปลาที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติคือ ทะเลสาบเขมร นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม ปลาเสือตอที่นำเข้ามามีทุกขนาด ซึ่งนอกจากจะขายในประเทศแล้วยังส่งเป็นสินค้าส่งออกขายต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น จะมีออร์เดอร์สั่งปลาชนิดนี้อยู่ตลอด แต่นอกจากปลาเสือตอนำเข้าแล้ว ปลาเสือตอที่เห็นในตลาดปลาสวยงามในปัจจุบันก็ยังมาจากการเพาะเลี้ยงโดยการผสมเทียมอีกด้วย ในประเทศไทยปลาเสือตอที่จับได้จะเป็นชนิดลายเล็ก ซึ่งจับได้ในแถบภาคกลางและภาคอีสาน พบมากในแม่น้ำโขง แถบจังหวัดหนองคาย นครพนม แต่ราคาถูกกว่าปลานำเข้า ซึ่งเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมาราคาขายปลายังไม่แพง ขนาด 2 นิ้ว ตัวละประมาณ 50 บาท แต่ราคาในปัจจุบันปลาเสือตอลายเล็กถือว่ามีราคาถูกที่สุดในบรรดาปลาเสือตอทั้งหมด (ไม่รวมปลากะพงลายซึ่งมีลักษณะคล้ายปลาเสือตอ) ขนาด 1-3 นิ้วมีราคาขายกันประมาณ 250-600 บาท
     ในบ้านเรามีผู้เพาะเลี้ยงปลาเสือตออย่างถูกต้องตามกฎหมายและประสบผลสำเร็จน้อย จึงทำให้ไทยต้องสูญเสียเงินตราให้ต่างประเทศในการนำเข้าปลาเสือตอปีละหลายล้านบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราช่วยกันพัฒนาและประสบผลสำเร็จในด้านการเพาะเลี้ยงปลาเสือตอ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการขยายพันธุ์เพื่อให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น การมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ เมื่อนั้นนอกจากเราจะมีปลาเสือตอเลี้ยงในราคาที่ไม่แพงและสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้มากแล้ว เราอาจจะมีปลาเสือทุกชนิดกลับมาแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำไทยได้เหมือนในอดีตก็เป็นได้...
ที่มา http://www.nicaonline.com/articles/site/view_article.asp?idarticle=143

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 13683
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(1)

อยากได้ปลาเสือตอไว้เลี้ยงบ้าง ศึกษามานานแล้ว หาได้ที่ไหนบ้างครับ ช่วยตอบด้วย