ไม่รู้จะช่วยหาเหตุผลใดมาอธิบาย

มีเรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟัง อยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ของผู้เขียนเอง และเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง ผู้เขียนมีญาติอยู่ที่อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ซึ่งญาตผู้นี้มีศักดิ์เป็นลุงและเป็นญาติทางฝ่ายคุณแม่ ประมาณเดือนกันยายน 2550 ที่ผ่านมาลุงคนนี้ก็เกิดเสียชีวิต ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ไปร่วมงานศพ สาเหตุเพราะว่าในวันหนึ่งคุณลุงเขากำลังนั่งทานข้าวอยู่กับคุณป้าซึ่งเป็นภรรยา ซึ่งมีส่วนยางพาราที่คุณลุงและคุณป้าเขาปลูกไว้ ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลากลางวันและพักเที่ยงอยู่ขณะนั่งทานเคี้ยวข้าวเหนียวอยู่นั้นคุณลุงก็เกิดสำลักข้าว และล้มลงโดยที่ข้าวยังอยู่ในปากยังไม่ได้กลืนลงในท้อง  เพราะเพิ่งจะทานเป็นคำแรก  ของมื้อเที่ยง ซึ่งตอนนั้นเป็นระยะเวลาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2550 หลังจากนั้นคุณป้าก็ได้นำส่งคุณลุงส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด  ทางโรงพยาบาลก็ได้บอกกับคุณป้าว่าให้ทำใจซะนะ  ซึ่งคุณป้าก็วิตกมากที่ได้ยินคำพูดนี้   แต่คุณป้าอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ เกือนเดือน จึงพาคุณลุงกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่อาการของคุณลุงก็ยังไม่ดีขึ้น และยังต้องให้อาหารทางสายยาง จนกระทั่งมาเสียชีวิตในเดือนกันยายน 2550 ที่ผ่านมา  ทางญาติๆก็ได้เล่าเรื่องที่คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสูญเสียในครั้งนี้ว่าคุณลุงเขามีสวนยางพารา 2 แห่ง ซึ่งสวนยางพาราแห่งนี้จะต้องถูกโครงการชลประทานห้วยกระเฌอตัดผ่านโดยที่ดินสวนยางพาราแห่งนี้ใช้เวลาปลูกมาเกือบ10ปีแล้วและสามารถให้น้ำยางพาราและได้ให้ลูกชายคนโตเฝ้าและกรีดน้ำยางขายได้ประมาณ3ปีแล้วซึ่งเป็นความหวังของชาวบ้านที่ได้เฝ้าดูแลและถนุถนอมต้นไม้อันเป็นขุมทรัพย์แห่งเดียวที่จะนำมาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ของเขารวมพื้นที่สวนยาง 10 กว่าไร่  แต่เมื่อทางราชการต้องการที่ดินซึ่งต้องตัดคลองชลประทานผ่านก็ต้องยินยอม เพราะเป็นที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และเป็นที่ดินที่ทาง สปก. ได้ไปปักเป็นเขตที่ดิน สปก. ทั้งๆที่เพื่อนบ้านและชาวบ้านบริเวณนั้นก็ได้พยายามทักท้วง ว่าถ้าเวนคืนที่ดินไปแล้วชาวบ้านจะเอาที่ดินที่ไหนมาทำมาหากิน   เพราะเพิ่งจะเริ่มกรีดน้ำยางมาขายได้ไม่นาน  ก็จะถูกเวนคืนเสียแล้ว  ทำให้คุณลุงเกิดอาการเครียดทุกวัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ซึ่งทางการก็ได้ยืนข้อเสนอในการเวณคืนว่าถ้าเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ให้ค่าเวนคืนไร่ละ 15,000  บาท และถ้าเป็นต้นไม้จะให้ต้นละ 600  บาท  ซึ่งที่ดินบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นแหล่งป่าเสื่อมโทรมมาก่อนและถูกจับจอง ทำมาหากินโดยที่ทางการยังไม่ออกเอกสารสิทธ์ให้  และระยะหลังยังนำป้าย สปก.ไปปักเสียแล้ว   ส่วนทางเจ้าหน้าที่ชลประทานโครงการห้วยกระเฌอ ก็ได้ออกไปทำการสำรวจและจะทำการเวนคืนที่ดิน ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านที่จะโดน เวนคืนที่ดินบริเวณโครงการทั้งหมดต่างก็รู้สึกเครียดไม่แตกต่างจากคุณลุงคนที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น ซักเท่าไร  แต่ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ชาวบ้านก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร ไม่รู้จะพึ่งใครในเวลานี้  เพราะทางราชการที่ทุกคนมาหาชาวบ้าน ให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการและเพื่อคนส่วนรวม ต้องเสียสละ  ญาติๆบอกว่าแล้วพวกเราจะต้องเสียสละชีวิตด้วยความเครียดแบบนี้ไปเหมือนคุณลุงหรือเปล่าก็ไม่รู้  เป็นเรื่องที่ชาวบ้าน ไม่สามารถคัดค้านได้แบบนี้แล้วใครเขาจะหันหน้ามาดูแลชาวบ้านหล่ะ เพราะตอนที่ชาวบ้านเดือนร้อน ไม่ค่อยจะมีใครหันหน้ามาดูซักเท่าไร