ค่ำวันหนึ่ง ได้ขับรถยนต์พาคุณแม่และลูกสาวไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง ขณะขับรถกลับบ้าน ติดไฟแดง สิ่งที่ไม่อยากเห็นแต่ต้องเห็นอยู่ทุกวัน คือ การขับขี่รถจักรยานยนต์ มีเด็กน้อย จนถึงเด็กวัยเรียนซ้อนท้าย ฝ่าไฟแดง
ทำให้คิดไปว่าบุคคลเหล่านั้นคงตาบอดสี ที่มองเห็นไฟแดง เป็นไฟเขียว หรือ เข้าใจผิดคิดว่าไฟแดง ให้รีบไป หรือ ลืมถึงฝึกให้มีวินัยในตนเอง ในขณะที่เรียนหนังสืออยู่ หรือ เขาคิดว่า รถที่วิ่งฝ่าไฟเขียวมา คงมีเบรค
แล้วก็อดคิดต่อไม่ได้ว่า ถ้าลูกที่นั่งซ้อนท้าย หล่นลงมาขณะที่แม่ หรือ พ่อ รีบเร่งขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าไฟแดง เขาจะรู้สึกอย่างไร และถ้าลูก ๆ โตพอที่จะรู้เรื่อง พวกเขาเหล่านั้น จะติดนิสัย ของพ่อ-แม่ และทำตามโดยอัตโนมัติ หรือไม่
เท่าที่เคยได้ไปดู เคยได้ทราบข่าว ก็รู้อยู่ว่า หลายโรงเรียน มีการประสานความร่วมมือกับตำรวจจราจร ให้การให้ความรู้กับเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แต่ไม่ทราบว่า เมื่อเขาเหล่านั้น ออกนอกระบบโรงเรียนไปแล้วทำไม่จึงลืมไปว่า บนท้องถนนมีระเบียบวินัยจราจรอย่างไรที่ต้องปฏิบัติ เพื่อให้ตนเอง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องและใช้ถนนร่วมกันปลอดภัย
การที่จะให้ตำรวจจราจร ปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนยามเย็น ยามค่ำคืน เพื่อคอยกำหราบ ก็คงเป็นทางแก้ที่ปลายเหตุ
ก็คงไม่พ้นโรงเรียน และตำรวจจราจร ในการร่วมมือกันหาวิธีการที่จะปลูกฝังเด็กนักเรียนให้มีคุณลักษณะที่ดีในด้านของความมีระเบียบวินัยในตนเอง ระเบียบวินัยต่อผู้อื่น และเด็กนักเรียนเหล่านั้น นำเอาสิ่งดี ๆ ไปบอกให้พ่อ - แม่ - ผู้ปกครอง ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเอง ของคนรอบข้าง ประเทศชาติจะได้ไม่สูญเสียงบประมาณในการติดตั้งสัญญาณไฟ (ที่ดูเหมือนจะไร้ผล ถ้าไม่มีตำรวจอยู่ด้วย) และไม่สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ที่อาจเจะป็นผู้ช่วยในการนำพาประเทศให้รุ่งเรืองในอนาคตอีกด้วย
อยากได้ความคิดดี ๆ ที่จะช่วยให้โรงเรียนได้มีแนวทางในการพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ๆ คงอยู่ติดตัวไปตลอดและได้นำคุณลักษณะนิสัยที่ดีเหล่านั้นมาใช้ในการดำเนินชีวิต
ขอขอบคุณทุกความคิดเห็น ที่กรุณาให้แนวทางในการพัฒนาเด็กนักเรียนในโรงเรียน
วันหลังจะเข้ามาฟังเรื่องเล่าอีกครับ...ผมขออนุญาตนำ blog นี้เข้า planet ผมนะครับ