4

ประวัติสังเขปของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์

                ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ เป็นผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก มีชื่อเต็มว่า โรเบิร์ต สติเฟสัน สไมธ์      เบเดน โพเอลล์ เรียกย่อๆว่า บี.พี. (B.P.) เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ..2400 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บิดาชื่อ เอช.จี.เบเดน โพเอลล์ เป็นศาสตราจารย์ สอนวิชาเรขาคณิต และธรรมชาติศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มารดาชื่อ เฮนริเอทต้า เกรซ สไมธ์ เป็นธิดาของพลเรือเอก ดับบิว.ที.สไมธ์ แห่งราชนาวีอังกฤษ สมรสกับนางสาวโมลาฟ เซ็นต์แคลร์ เมื่ออายุได้ 55 ปี

ชีวิตในวัยเด็ก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                เมื่อ บี.พี. อายุได้ 11-12 ปี ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาชื่อ โรสฮิลล์      ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมชื่อชาเตอร์เฮาส์ กรุงลอนดอนได้ 2 ปี ต่อมาโรงเรียนได้ย้ายไปตั้งอยู่ในชนบท ณ เมืองโกคาลมิง ในแคว้นเซอร์เรย์ มีน้ำไหลผ่านและมีป่าใหญ่อยู่ติดบริเวณโรงเรียน เขามักใช้เวลาว่างหลบเข้าไปใช้ชีวิตและศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติโดยลำพัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ชีวิตในวัยเด็ก บี.พี. ได้รับความรู้พิเศษจากพลเรือเอกสไมธ์ผู้เป็นตา เกี่ยวกับการว่ายน้ำ เล่นสเกต ขี่ม้า การวัดแดดและดูดาว นอกจากนี้เขายังชอบวาดภาพ ร้องเพลง แสดงละคร มีความสนใจในธรรมชาติศึกษา ศึกษาชีวิตสัตว์ ต้นไม้ตลอดจนความรู้เชิงพราน และในวันปิดภาคมักจะท่องเที่ยวพักแรม ไปกับพี่ชายอีก 3 คน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ปีสุดท้ายที่เรียนอยู่ในชาเตอร์เฮาส์ บี.พี. ได้ไปสมัครสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดสองครั้งแต่สอบไม่ได้ ในปี พ.. 2419 สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิสต์ ได้ที่ 5 ได้รับตั้งแต่เป็นนายร้อยตรีในกองทัพบกของอังกฤษ และถูกส่งไปประจำการที่ประเทศอินเดีย        เมื่อ อายุ 19 ปี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชีวิตในการรับราชการทหาร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                บี.พี.รับราชการทหารในประเทศอินเดีย ประจำกองทหารม้าอุสซาร์ที่ 13 เป็นเวลา 8 ปี โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และได้รับยศร้อยเอก เมื่ออายุ 26 ปี ในระหว่างนี้มีเหตุการณ์ที่แสดงลักษณะพิเศษหลายอย่าง เช่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาแทงหมูป่า ขณะอยู่บนหลังม้าโดยใช้หอกสั้น เมื่อ พ..2426 และขณะที่มียศเป็นร้อยตรี ได้รับเงินเดือนน้อยมาก เพียงปีละ 120 ปอนด์ จึงดำเนินชีวิตอย่างประหยัด คืองดสูบบุหรี่ ดื่มสุราแต่น้อย หารายได้พิเศษโดยการเขียนเรื่องและเขียนภาพลงหนังสือพิมพิ์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ชีวิตราชการทหารของท่านส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอินเดียและแอฟริกา มีสิ่งที่ประทับใจ ที่เกี่ยวกับกิจการลูกเสือหลายครั้ง เช่น</p>                  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ครั้งที่ 1 .. 2431 ได้ไปปราบชนเผ่าซูลู ซึ่งมีหัวหน้าชื่อ ดินีส ซูลู ในแอฟริกาใต้สำเร็จ จากประสบการณ์นี้ได้รับความรู้ ซึ่งต่อมาได้นำมาใช้ในกิจการลูกเสือคือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.       บทเพลงอินกอนยามา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">(หัวหน้า)  อิน กอน -ยา-มา                       กอน-ยา-มา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">(ลูกคู่)       อิน-วู-ยู                                     ยาโบห์ ยาโบห์ อิน-วู-ยู</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.         สร้อยคอของดินิส ซูลู ทำด้วยไม้แกะเป็นท่อนเล็กๆ ซึ่งต่อมา บี.พี. ได้นำมาเป็นบีด เรื่องหมายวูดแบดจ์ สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือขั้นความรู้ชั้นสูง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">              ครั้งที่ 2 ..2432 ที่เกาะมอลต้า บี.พี. ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยทูตทหาร ทำหน้าที่เป็นทหารสืบราชการลับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">              รั้งที่ 3 .. 2438 ทำการรบกับเผ่าอาซันติ ซึ่งมีกษัตริย์ชื่อว่า คิงเปรมเปห์ และได้รับชัยชนะเหตุการณ์ครั้งนี้ บี.พี. ได้ประสบการณ์ดังต่อไปนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 57pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 57.0pt" class="MsoNormal">1.       การบุกเบิก เช่นการโค่นต้นไม้ การทำสะพาน การสร้างค่ายพัก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 57pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 57.0pt" class="MsoNormal">2.       ทดลองการแต่งกายของตนเอง ใช้หมวกปีกแบบโคบาล จนได้รับฉายาจากพวกพื้นเมืองว่า คัมตะไค แปลว่าคนสวมหมวกปีกกว้าง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 57pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 57.0pt" class="MsoNormal">3.       ประเพณีการจับมือซ้าย จากการแสดงความเป็นมิตรของคนพื้นเมือง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ครั้งที่ 4 .. 2439 พวกมาตาบิลี ซึ่งเป็นเผ่าหนึ่งของซูลู เดิมอยู่ในทรานสวาล และถูกพวกบัวร์ขับไล่ จึงอพยพไปอยู่ในมาติบิลีแลนด์ (ปัจจุบันเรียกโรดิเซีย) พวกมาตาบิลีก่อการกบฏ รัฐบาลอังกฤษจึงสั่งทหารไปปราบ บี.พี. ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและได้รับประสบการณ์เรื่องการสอดแนม โดยเฉพาะการปฏิบัติงานตอนกลางคืน เลยได้รับฉายาว่า  " อิมปีซ่า" แปลว่าหมาป่าไม่เคยนอนหลับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ครั้งที่ 5 .. 2442 เหตุการณ์ที่เมืองมาฟอีคิง หลังจากบี.พี. ได้กลับจากการปฏิบัติงานที่อินเดีย2 ปี บี.พี. ได้รับคำสั่งด่วนให้เดินทางไปแอฟริกา เพื่อหาทางป้องกันการรุกรานของพวกบัวร์(ชาวดัทซ์ที่อพยพไปอยู่ในแอฟริกาใต้) ในทรานสวาลและออเร้นจ์ทรีสเตท ซึ่งจะตั้งตนเป็นเอกราช บี.พี. ได้นำกองทหารไปรักษาเมืองมาฟอีคิง ซึ่งถูกล้อมโดยกองทหารบัวร์ไว้ได้ 217 วัน จึงมีกองทัพใหญ่ยกไปช่วยและทำให้พวกบัวร์ต้องล่าถอยไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">                ในการป้องกันเมืองมาฟอีคิง บี.พี. ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน ร่าเริง ไม่ย่อท้อ ใช้สติปัญญาหาวิธีแก้ปัญหา ทำกลอุบายลวงข้าศึกให้เข้าใจผิด คิดว่ามีกำลังทหารมากมาย และมีการป้องกันรักษาเมืองอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนใช้เด็กอาสอสมัครที่ได้รับการอบรมแล้วปฏิบัติหน้าที่ส่งข่าว ปรากฎว่าทำงานได้ผลดี ทำให้ บี.พี. มีความประทับใจในตัวเด็กและเห็นว่า ถ้าใช้เด็กให้ถูกทางแล้ว จะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างมาก จึงได้ริเริ่มการลูกเสือในเวลาต่อมา จากเหตุการณืที่เมืองมาฟอีคิง ทำให้ บี.พี. ได้รับฉายาว่า "ผู้ป้องกันมาฟอีคิง"</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">6</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การกำเนิดลูกเสือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                บี.พี. เดินทางกลับอังกฤษในฐานะวีรบุรุษ และได้รับเกียรติอย่างมาก เนื่องจากได้รับประสบการณ์จากเมืองมาฟอีคิง ซึ่งได้จัดให้เด็กๆ มาช่วยเหลือในการรักษาเมืองเช่น ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวและสอดแนมของกองทัพรักษาความสงบภายใน รับใช้งานต่างๆเช่น อยู่ยามบนหอคอยให้สัญญาณแก่ประชาชนเมื่อพวกบัวร์โจมตี เด็กเหล่านี้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มแข็ง ว่องไว ได้ผลดีไม่แพ้ผู้ใหญ่ ดังนั้น บี.พี.จึงคิดตั้งขบวนการลูกเสือขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                จากประสบการณ์ของท่านเมื่ออยู่ที่อินเดีย แอฟริกา อยู่กับพวกซูลูและคนพื้นเมืองเผ่าอื่นๆ ทำให้ บี.พี. ได้รับการพัฒนาความคิดมาเป็นขบวนการลูกเสืออย่างรอบคอบ โดยในปี พ.. 2450   บี.พี. ได้รวบรวมเด็ก 20 คน ให้ไปอยู่ที่เกาะบราวน์ซี ในช่องแคบอังกฤษ นับเป็นการพักแรมของลูกเสือครั้งแรกของโลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ในปีต่อมา กองลูกเสือได้เริ่มก่อตั้งขึ้น อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในอังกฤษ และขยายตัวแพร่หลายอย่างรวดเร็ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ขบวนการลูกเสือได้เจริญขึ้นตามลำดับ ทำให้ บี.พี. มองเห็นการณ์ไกล ลูกเสือจะเป็นงานสำคัญในชีวิต ซึ่งจะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้มาก โดยการอบรมเด็กๆรุ่นหลังให้เป็นพลเมืองดีของชาติ บี.พี. จึงลาออกจากราชการทหาร ชีวิตตอนนี้จึงเรียกว่า " ชีวิตที่สอง " ซึ่งเป็นชีวิตที่ให้บริการแก่ลูกเสือทั่วโลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                .. 2454 บี.พี. เดินทางรอบโลก เพื่อพบลูกเสือประเทศต่างๆ เป็นการตั้งต้นของการลูกเสือ ที่จะเสริมความเป็นพี่น้องลูกเสือทั่วโลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                .. 2463 ลูกเสือประเทศต่างๆทั่วโลกพบกันที่กรุงลอนดอน เพื่อร่วมชุมนุมลูกเสือโลกครั้งแรก ในการชุมนุมครั้งนี้ ลูกเสือทังหลายได้พร้อมใจกันประกาศให้ บี.พี. อยู่ในตำแหน่งประมุขคณะลูกเสือโลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                เมื่อการลูกเสือมีอายุครบ 21 ปี ซึ่งเป็นการบรรลุ "นิติภาวะ" ตามกฎหมายอังกฤษและมีลูกเสือทั่วโลกถึง 2 ล้านเศษ พระเจ้ายอร์ชที่ 5 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ บี.พี. เป็นบารอน ต่อจากนั้นกิจการลูกเสือก็เจริญก้าวหน้าโดยไม่หยุดยั้ง และมีการชุมนุมลูกเสือโลกขึ้นอีกหลายครั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                เมื่อ บี.พี. มีอายุ 80 ปี กำลังเริ่มลดลง จึงกลับไปอยู่แอฟริกาอีกครั้งหนึ่งเพื่อพักผ่อนในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยพักอยู่ที่ประเทศเคนยา และถึงแก่กรรมที่นั่นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ..2484</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">******************************</p>  <p> </p>