การสร้างชีวิตที่มีความเป็นอยู่ที่ดีให้คนตามแนวชายแดน ก็ถือเป็นการสร้าง "กำแพงมนุษย์" ให้กับประเทศชาติ ที่มีความมั่นคงและสมดุลกับสิทธิมนุษยชน

เมื่อคืนนี้บังเอิญได้หยิบเอกสารฉบับหนึ่งมาอ่าน แล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แบบไม่เคยคิดว่า "งานด้านสิทธิมนุษยชน" กับ "งานพัฒนา" จะเชื่อมโยงกันได้ ??

ตอนแรกที่เริ่มกลับลงมาทำงานพัฒนาในชุมชน ก็คิดว่าคงจะได้วางงานสิทธิมนุษยชนไปเลย แล้วก็เร่งรีบศึกษาประสบการณ์งานพัฒนา งานจัดสวัสดิการชุมชน และตัวอย่างการสร้างชุมชนเข้มแข็งของพื้นที่อื่นๆ

บทความที่อ่านชื่อ "การใช้ฐานสิทธิมนุษยชนในการทำงานพัฒนา (Rights Based Approach) : ประสบการณ์ของโครงการการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP" 

สรุปว่า แนวทางของ UNDP ที่ได้ริเริ่มทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาโดยมีพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑ มีแนวคิดรวบยอดคือ ศูนย์กลาง/เป้าหมายของ "การพัฒนา" ก็คือการมีและส่งเสริมให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ที่ดี

ดังนั้น ฐานสิทธิมนุษยชนในการพัฒนาจึงมีความหมายทั้งในแง่ความคิดรวบยอดและการปฏิบัติให้เกิดการตระหนักในสิทธิมนุษยชนผ่านกระบวนการพัฒนา  สิทธิบางอย่าง อาทิ สิทธิในการมีส่วนร่วม สิทธิในการศึกษา สิทธิในการทำงาน สิทธิเด็ก สิทธิของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ เหล่านี้ได้ถูกนำมาเป็นฐานคิดและฐานการปฏิบัติ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในฐานะมนุษย์แล้วทุกคนย่อมมีสิทธิเหล่านี้ เป็นสิทธิมนุษยชนที่ต้องได้รับการพัฒนาให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี

ดังนั้น การทำงานพัฒนาเพื่อขจัดความยากจน ควรให้นิยามใหม่ว่า เราต้องขยายโอกาสและเสรีภาพในการให้คนได้เข้าสู่มาตรฐานการครองชีพที่ดี มากกว่าการใช้ตัวชี้วัดว่ามีการเพิ่มรายได้ผ่านความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นที่ผ่านมา

(เรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องเดียวกับ "สวัสดิการ" ที่พูดกันอยู่ใช่ไหมคะ ?)

อ่านๆ ดูแล้ว ทำให้คิดถึงคำพูดของ ท่านพิชัย รัตนพล อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่พูดถึงชุมชนชายแดนว่า การสร้างชีวิตที่มีความเป็นอยู่ที่ดีให้คนตามแนวชายแดน ก็ถือเป็นการสร้าง "กำแพงมนุษย์" ให้กับประเทศชาติ ที่มีความมั่นคงและสมดุลกับสิทธิมนุษยชน

จิ๊กซอว์ของฉันค่อยๆ ชัดขึ้นอีกนิดแล้ว !!