คเณศจตุรถี

วันคเณศจตุรถี  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การบูชาพระคเณศเรียกว่า “พิธีคเณศจตุรถี” มีความหมายว่า “พิธีอุทิศต่อพระคเณศ” จะกระทำวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน ภัทรบท หรือเดือน 10 ในช่วงเดือนกันยายน(พ.ศ.2538))ี่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ฮือฮากันมากที่สุดก็คือปรากฏการณ์ที่เทวรูปดื่มนมสดก็ปรากฏขึ้นมาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ด้วยซึ่งตรงกับเทศกาลประกอบพิธีคเณศจตุรถี หรือพิธีอุทิศต่อพระคเณศพอดีทำให้ปรากฏการดังกล่าวได้รับความสนใจไปทั่วโลก หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ผู้คนแตกตื่นพากันไปดูเทวรูปดื่มน้ำนมกันแพร่หลาย ในวันที่ประกอบพิธีคเณศจตุรถีนั้น ประชาชนทั้งหลายต่างพากันมาทำสักการะบูชารูปเคารพของพระคเณศที่ปั้นด้วยดิน (เผา ) เครื่องบูชาจะประกอบไปด้วยดอกไม้ (โดยเฉพาะดอกไม้สีสดใส เช่น สีแดง, สีเหลือง, สีแสด,) ขนมต้ม, มะพร้าวอ่อน, กล้วย, อ้อย, นมเปรี้ยว,(แบบแขก) ขณะทำการบูชา ผู้บูชาจะท่องพระนาม 108 ของพระองค์ หลังจากการบูชาแล้วก็จะเชิญพวกพราหมณ์ ผู้ประกอบพิธีมาเลี้ยงดูกันให้อิ่มหนำสำราญและมีข้อห้ามในวันพิธีคเณศจตุรถีนี้คือ ห้ามมองพระจันทร์อย่างเด็ดขาด และถือกันว่าถ้าผู้ใดได้มองพระจันทร์ (เห็นพระจันทร์) โดยพลาดพลั้งเผลอเรอไป พวกชาวบ้านก็จะพากันแช่งด่าผู้นั้นทันที่ (ถือว่าซวยมาก) และที่ชาวบ้านด่านั้น ก็เป็นความหวังดี มิได้ด่าด้วยความโกรธแค้น แต่ด่าเพราะเชื่อกันว่าการด่าการแช่งนั้นจะทำให้คน (ซวย) นั้นพ้นจากคำสาปไปได้ ความเชื่อนี้ มีเรื่องเล่าที่มาอยู่ 2 เรื่อง คือสืบเนื่องมาจากการที่พระคเณศพลัดตกจากหลังหนูจนท้องแตก (เพราะหนูตกใจที่มีงูเห่าเลื้อยผ่านหน้า และพระคเณศเสวยขนมต้มมามาก) ขนมต้มทะลักออกมาพระคเณศ ก็รีบเก็บขนมต้มยัดกลับไปในพุง และจับงูเห่าตัวนั้นมารัดพุงขณะเดียวกันพระจันทร์ ก็เผอิญมาเห็นเข้าก็อดขำไม่ได้หัวเราะออกมาดังสนั่นพระคเณศโกรธยิ่งนัก เอางาขว้างไปติดพระจันทร์จนแน่น ทำให้โลกมืดลงทันที่ เพราะไฟดับ (เหมือนราหูอมจันทร์) พระอินทร์และทวยเทพทั้งหลายทราบเรื่อง ก็ต้องพากันไปอ้อนวอน พระคเณศจึงยอมถอยเอางาออก แต่พระจันทร์ก็ต้องได้รับโทษอยู่คือ จะต้องเว้าๆแหว่งๆเป็นเสี้ยวๆไม่เต็มดวงทุกคืน จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำและแรม 1 ค่ำ จึงจะเต็มดวง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่าพระคเณศสาปคนที่มองดูพระจันทร์ในวันที่บูชาพระองค์คือ หากใครมองดูพระจันทร์ในวันนี้ ผู้นั้นก็จะต้องกลายเป็นคนจัณฑาลไปเลย และคนจัณฑาลในสังคมอินเดียจะเป็นที่รังเกียจของคนวรรณะอื่นๆทุกๆวรรณะ (เพราะถือว่าคนจัณฑาล ไม่มีชนชั้น เป็นชนชั้นต่ำ ) ดังนั้นคำสาปให้เป็นจัณฑาลจึงเป็นโทษร้ายแรงยิ่งนัก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การอวตารและพระนาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">แต่ละองค์ที่อวตารก็มักมีลักษณะที่แตกต่างกันในด้านรูปลักษณ์ พระนาม พระกร อาวุธ และพลังอำนาจในแต่ละช่วงเวลา พอจะรวบรวมได้ดังนี้ 1. บัล คณะบติ(ภาคเด็ก) สีโลหิต 4 กร 2. พระ ตรุน คณะปติ (ภาคเป็นหนุ่ม) สีแดงส้ม 8 กร 3. พระ ภักตะคณะปติ(แห่งความรัก) สีบริสุทธิ์ 4 กร 4. พระ วีระคณะปติ (แห่งนักรบกล้า) สีโลหิต 10 กร 5. พระ ศักติคณะปติ(แห่งพระพลังอำนาจ) สีแป้งจันทร์ 4 กร 6. พระ ทวิช คณะปติ (แห่งผู้เกิดสองหน) สีขาว 4 กร 7. พระ สิทธ คณะปติ(แห่งความสมบูรณ์) สีน้ำตาล 4 กร 8. พระ อุจฉิต คณะปติ(แห่งอาหาร บวงสรวง) สีฟ้า 4 กร 9. พระ วิฆณะ คณะปติ(ผู้ทรงขจัดความยุ่งเหยิง) สีทองคำ 10 กร 10. พระกษิประ คณะปติ(พระผู้รวดเร็วในการแบ่งภาค) สีแดงโลหิต 4 กร 11. พระเฮรัมพะ คณะปติ(พระผู้เป็นปฐมแห่งการกราบ ไหว้บูชา ทรงมี 5 พักตร์ มีสิงโตเป็นพาหนะ) สีขาวสว่าง 8 กร 12. พระ ลักษมี คณะปติ (แห่งทรัพย์สมบัติ) สีขาว 10 กร 13. พระ มหา คณะปติ (แห่งความยิ่งใหญ่) สีแดงโลหิต 10กรและ3 เนตร 14. พระ วิชัย คณะปติ(แห่งความชนะ) สีแดง 4 กร 15. พระ นฤตะ คณะปติ (แห่งการร่ายรำ) สีเหลือง 4 กร 16. พระ อุรทวะ คณะปติ(แห่งผู้ให้การช่วยเหลือ) สีทองคำ 6 กร 17. พระ เอกสร คณะปติ (แห่งอักษรพยางค์เดียว) สีโลหิต 4 กร 18. พระวรัท คณะปติ (แห่งผู้ประทานพรทั้งหมด) สีแดง 4 กร 19. พระ ตระยักศร คณะปติ (แห่งตัวอักษร) สีทองคำ 4 กร 20. พระ กศิปร ปรสัท คณะปติ (ผู้ทรงให้พรที่รวดเร็ว) สีแดงผงจันทร์ 6 กร 21. พระ ฮริทรา คณะปติ (แห่งสีสรรพ) สีเนื้อ 4 กร 22. พระ เอกทันตะ คณะปติ(แห่งผู้มีงาข้างเดียว) สีฟ้า 4 กร 23. พระ สริสติ คณะปติ (แห่งส่วนโค้งงอ) สีแดงส้ม 4 กร 24. พระ อุททานทะ คณะปติ (แห่งพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่สุด) สีแดง 12 กร 25. พระ รีนา โมจัน คณะปติ(พระผู้ขจัดหนี้สิน) สีแดง 12-16 กร 26. พระ ทุนทิ คณะปติ(พระผู้มีรูปร่างเตี้ย) สีแดงส้ม 4 กร 27. พระ ทวีรมุข คณะปติ (พระผู้มี 2 พักตร์) สีเนื้อ 4 กร 28. พระ ตรีมุข คณะปติ (พระผู้มี 3 พักตร์) สีแดงส้ม 6 กร 29. พระ สิงห คณะปติ (พระผู้มีเศียรเป็นสิงห์) สีขาว 8 กร 30. พระ โยคะ คณะปติ(แห่งกรรมฐานสมาธิ) สีทองคำ 8 กร 31. พระทุรคา คณะปติ (แห่งอำนาจความคิด) สีทองคำ 8 กร 32. พระ สันกัสตหร คณะปติ (พระผู้ทำลายอุปสรรค) สีแดงส้ม 4 กร แต่ลักษณะเด่นสำคัญของพระคเณศวรในทุก ๆภาคอวตารทรงมีรูปร่างเป็นมนุษย์ที่มีเศียรเป็นช้าง แต่มีเพียงภาคเดียวที่ทรงมีเศียรเป็นสิงห์ที่เรียกว่า ภาค สิงหะคณะปติ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การอธิษฐาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">มนต์แห่งพระคเณศเป็นมนต์ที่ให้พลังอำนาจยิ่งใหญ่ มนต์แต่ละบทประกอบไปด้วยอำนาจพิเศษของพระคเณศวร เมื่อใดก็ตามที่ได้ท่องสวดพร้อมกับการปรันยัน (อาบน้ำชำระร่างกาย) แล้วประกอบพิธีบูชาจะนำมาซึ่งผลบุญที่ดี สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ ผู้ที่จะสวดมนต์แห่พระคเณศควรจะต้องอาบน้ำชำระร่างกายหรือล้างมือล้างเท้าก่อนที่จะนั่งและสวดมนต์ทั้งหลายนี้ เช่นเดียวกัน เขาจะต้องทำปรันยันสามหนหรือมากกว่าก่อนที่จะสวด ต้องสวดมนต์อย่างน้อยให้ได้หนึ่งรอบของลูกประคำ(108ครั้ง) และจะต้องกำหนดชั่วโมงและสถานที่เพื่อการท่องสวดมนตร์จะต้องทำติดต่อกันเป็นประจำ 48 วัน นั่นหมายความว่าตั้งจิตประกอบสมาธิจำมาซึ่งสิทธิ์และอำนาจอันเร้นลับ ข้อเตือนก็คือ ผู้บูชาจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บไข้ในเวลาท่องสวดมนตร์และจะไม่กระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองอำนาจทั้งหลายนี้จะไม่บังเกิดผลหรือใช้ในทางที่ผิดจะเป็นผลตรงกันข้ามและเป็นที่สาปแช่งของเทวะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">1) โอมฺ คัม คณะปัตเย นะมะหะ มนตร์นี้ได้มาจากพระคัมภีร์ คเณศ อุปนิษัท ทุกๆครั้งจะต้องเริ่มต้นการสวดมนตร์นี้ก่อนออกเดินทางหรือในการเริ่มต้นบทเรียนใหม่ หรือก่อนเริ่มต้นการทำสัญญาธุรกิจใหม่ ก็เพื่อขจัดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ต่อไปจะนำมาซึ่งความสำเร็จสมประสงค์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2) โอมฺ นโม ภัควเต คชานนายะ นะมะหะ มนตร์นี้เป็นมนตร์แห่งการกราบไหว้บูชาที่พระคเณศวรทรงโปรดมาก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">3)โอมฺ ศรี คเณศายะ นะมะหะ มนตร์นี้ส่วนมากจะต้องสั่งสอนให้เด็กๆท่องสวดเพื่อความรู้ความฉลาดที่จะได้รับ เพิ่มพลังการจดจำและให้ผลสำเร็จในการสอบ การเล่าเรียน เช่นเดียวกันคนทั่ว ๆไปอาจใช้มนต์นี้ได้ เพื่อความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 4) โอมฺ วักรตุนทายะ ฮัม มนตร์นี้เป็นมนตร์ที่มีอำนาจมากตามที่พรรณนาไว้ใน พระคเณศ ปุราณะ เมื่อใดเกิดเหตุขัดข้อง ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แล้วหรือเกิดเหตุร้ายขึ้น ควรทำสมาธิรำลึกถึงพระคเณศด้วยการสวดมนตร์นี้ตลอดเวลา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">5) โอมฺ กษิปหะ ปรัสทายะ นะมะหะ คำว่ากษิประ หมายความถึงความรวดเร็ว ถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดบางสิ่งบางอย่างกับตัวท่านหรือบางอย่างเกี่ยวกับธุรกิจการงานที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรแล้วควรจะตั้งจิตมั่นบูชาพระคเณศ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ด้วยการสวดมนตร์นี้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้รับพรให้หลุดพ้นจากเรื่องร้ายหรือภัยที่ร้ายแรงได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">6) โฮมฺ ศรีม ฮรีม กลีม คลัม คัม คณะปัตเย วร วรัท สรวะ ชันมัย วศัมนายะ สวาหา ในมนตร์บทนี้มีพืชมนตร์อยู่มากมาย (พืช-เมล็ด) อันความหมายอย่างอื่นคือ “แสดงถึงการให้พรแห่งความสุขสำหรับตัวท่าน ข้าพเจ้าขอทูลถวายตัวเองเป็นทาสรับใช้พระคเณศวร” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">7) โอมฺ สุมุขายะ นะมะหะ มนตร์นี้มีความหมายอยู่มากมายแต่ทุกความหมายนั้นง่ายต่อความเข้าใจ มนตร์นี้หมายความว่า ท่านจะต้องมีจิตใจที่งาม มีวิญญาณอันบริสุทธิ์ในความเป็นจริงในทุก ๆสิ่ง ด้วยการประกอบสมาะบูชาด้วยมนตร์นี้ขอให้บังเกิดสิ่งที่ดีงามและของสวยงามมาสู่ยังตัวท่าน พร้อมด้วยความสุขสันติซึ่งมั่นคงติดแน่ดวงตาของท่านไปนานแสนนานและคำพูดทุกถ้อยคำซึ่งท่านได้พูดออกมาขอให้เต็มไปด้วยพลังแห่งความรัก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">8) โอมฺ เอกทันตายะ นะมะหะ เอกทันตะ หมายถึงพระผู้ทรงมีงาเพียงข้างเดียวแห่งเศียรเป็นช้าง ซึ่งหมายความว่า พระองค์ทรงแบ่งแยกความดีและความชั่วออกเป็นสองฝ่ายและนำท่านไปสู่ความดีและเป็นที่โปรดของพระองค์ตลอดกาล ใครก็ตามที่มีจิตใจเป็นหนึ่งแน่วแน่ต่อการกราบไหว้บูชาแล้วจะได้ผลบุญตามที่ตนเองที่ปรารถนาอยากได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 9) โอมฺ กปิลายะ นะมะหะ กปิล หมายถึงว่าท่านสามารถที่จะแต่งเติมแต้มแห่งอายุรเวท ท่านสามารถสร้างสีสันรอบๆตัวท่านเองและรอบผู้อื่นได้ด้วยมนตร์นี้ จงอาบน้ำชำระสิ่งทั้งหลายและตบแต่งมันให้สวยงามและเยียวยาให้ดีขึ้นได้ ตามมนตร์ที่ท่านได้สวดขึ้นมาจะทำให้ท่านสามารถสร้างสีสันสวยงามได้ตามที่ต้องการและจะเป็นจริงเสมอ เพราะว่ามีอำนาจในมนตร์เมื่อใดที่ท่านต้องการโดยเฉพาะอย่างในการรักษาผู้อื่นจะเป็นผลได้ในทันที </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">10) โอมฺ คชากรันกายะ นะมะหะ พระกรรณแห่งพระคเณศวร ช้าง ทรงกว้างใหญ่ ซึ่งหมายความว่าผู้บูชาไม่จำเป็นต้องกล่าวความยาว แต่ทว่าเขาจะไม่ได้รับในสิ่งที่ไร้ค่า นอกจากสิ่งที่สำคัญที่สุด มันหมายความว่าเขาจะไปอยู่ ณ ที่แห่งหนใดก็ตาม พระองค์จะทรงเสด็จไปได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">11) โอมฺ สัมโพธรายะ นะมะหะ หมายความว่าโลกทั้งหมดอยู่ในพระองค์ด้วยคำว่า “โอม” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">12) โอมฺ วิกตายะ นะมะหะ หมายความว่าในความเป็นจริงของโลกใบนี้เหมือนความฝันหรือเป็นการเล่นละครเท่านั้น เมื่อมีความเข้าใจดีทุกอย่างว่าโลกทั้งหมดนี้ดูเหมือนความฝันโดยมีพวกเราทั้งหมดเป็นตัวแสดงโดยที่เราแสดงบทเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ ในความฝันนี้เราอาจถูกงูเห่ากัดตาย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาไม่เป็นอะไรเลย ชีวิตคือการแสดง ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราพิจารณาเหมือนหนึ่งการเล่นละคร มนตร์นี้จะทำให้ผู้สวดเข้าใจดีถึงเรื่องราวทั้งหมด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">13) โอมฺ วิฆณะ นัษนายะ นะมะหะ ในความเป็นจริงของทั้งหมด พระเจ้าทรงขจัดสิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากชีวิตเรา ด้วยความรู้แห่งมนตร์นี้อุปสรรคทั้งหมดและพลังอำนาจแห่งเครื่องกีดขวางทางทั้งหลายก็จะถูกทำลายลงไปได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การขอพร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ในการบูชาพระคเณศนั้น ท่านนักปราชญ์โบราณได้มีบทสวดบทบูชาเพื่อขอพรต่อ พระคเณศซึ่งบทสวดนี้อาจจะมีความยาวมากนิดหน่อยือแต่บทสวดบูชาบทนี้นั้น กล่าวว่าถ้าผู้ใด ได้หมั่นสวดท่องบูชาเป็นประจำ ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จ ตามความ ประสงค์ทุกประการ บทสวดนี้อันที่จริงเป็นภาษาบาลี แต่เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน จะใช้ภาษาไทยสวดทดแทนกัน บทสวดบูชาขอพรต่อพระคเณศด้วยโศลกแปดบท “ขอน้อมนมัสการแด่พระศรีคเณศ” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๑. ขอนมัสการ พระคณนายก พระผู้ซึ่งมีงาข้างเดียว มีกายยิ่งใหญ่ มีผิวพรรณเสมือนทองคำที่ร้อน มีท้องใหญ่ มีเนตรไพศาล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๒. ขอนมัสการ พระคณนายก ซึ่งพระองค์รัดเอวไว้ด้วยเชือกหญ้าคา และหนังกวางดำ มีงูเป็นยัชโญปวีต (ยัช-ชะ-โย-ปะ-วีด) บนหน้าผากมีพระจันทร์เล็ก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๓. ขอนมัสการ พระคณนายก ซึ่งพระองค์ได้ประดับเพชร อัญมณีนานาบนร่าง และ สวมมาลัยไว้อย่างแปลกตา และสามารถแปลงรูปได้ตามประสงค์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๔. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์มีพระพักตร์ เป็นช้าง พระองค์เป็นเทพที่สูง หูพระองค์ใช้โบกปัดเหมือนแส้จามรี ท่านถืออาวุธปาศ และอังกุศ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๕. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์มีความเยี่ยมมาก พระองค์ไปร่วมสงครามตอนเทวดากับอาสูร ทำสงครามกัน โดยขึ้นบนหลังหนูเป็นพาหนะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๖. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์ผู้มีแขนยาว และได้รับการสดุดีโดยพวกยักษ์ กินนร คนธรรพ์ สิทธิ และวิทยาธร เสมอไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">๗. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง มีความจงรักภักดี พระองค์เป็นผู้ประทานความสุขแก่เจ้าแม่อัมพิกา (คือมารดาของพระคเณศ ) และพระองค์ทรงห้อมล้อมไปด้วยมาตฤกา (เจ้าแม่) ทั้งหลายและมีน้ำมันอันไหลย้อยจากศีรษะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> ๘. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์เป็นเทวดาขจัดอุปสรรคทั้งปวง พระองค์ปราศจากอุปสรรคทั้งหลาย พระองค์ทรงประทานความสำเร็จทุกประการ บทสวดทั้งแปดโศลกนี้บุคคลผู้ใดอ่านเป็นประจำ ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จ ความประสงค์ทุกประการผู้นั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิทยา และทรัพย์ อ่านบทสวดแปดโศลกแล้ว อ่านต่ออีก 2 โศลก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">๑. ขอนมัสการพระเทพซึ่งอยู่ในรูปช้าง อยู่ในรูปพระพรหม อยู่ในรูปพระวิษณุ และอยู่ในรูปพระศิวะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ๒. และในการสวดบูชาพระคเณศนี้ (ข้าพเจ้า) ที่ได้กระทำมากหรือน้อย ด้วยการกระทำทั้งหมดของข้าพเจ้านี้ ขอ พระสรวาตมา (พระคเณศ) ขอพระองค์ทรงอวยพรแก่ข้าพเจ้าทุกประการเทอญ บทสวดบูชาขอพรที่กล่าวมาทั้งหมด ให้กล่าวบทสวดบูชาก่อนแล้วค่อยขอพร ตามที่ตนเองต้องการ และตั้งจิตให้มั่นให้เป็นสมาธิระลึกถึงองค์พระคเณศผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง ขอให้พระองค์ทรงพระกรุณาประสิทธิ์ประสาทพรให้ตามที่ขอทุกประการ และอย่าลืมพรที่ขอนั้นขอให้ตั้งอยู่บนหลักเหตุและผลในความเป็นไปได้ด้วย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">***บังเอิญผมได้ไปร่วมงานวันคเณศจตุรถีที่วัดวิษณุ เลยนำเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับวันคเณศจตุรถีมาแบ่งปันกันอ่าน</p>