๑ การกำหนดหน่วยเรียนรู้แบบบูรณาการ - ศึกษาหลักสูตร - วิเคราะห์ผู้เรียน - ศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนและในท้องถิ่น๒ กำหนดสาระหน่วยการเรียนรู้- เมื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้ “ ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้ เพื่อก๋านกิ๋นอยู่อย่างพอเพียง ” กรอบ ความคิด กิจกรรมกาการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ - ร่วมกันพิจารณากลุ่มสาระที่มีความสัมพันธ์กับกรอบความคิด ซึ่งมีความสัมพันธ์ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๓. พิจารณาความสอดคล้อง - การพิจารณาความสอดคล้องระหว่างสาระมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานช่วงชั้น เพื่อให้ ได้รับทราบผลว่า เมื่อ นักเรียนเรียนรู้ตาม กลุ่มสาระการเรียนรู้ นั้น ๆ นักเรียนจะผ่านมาตรฐาน ช่วงชั้นของสาระการเรียนรู้ข้อใดบ้าง๔. กำหนดเวลาเรียน - การกำหนดสาระการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ว่าแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใด การกำหนดเวลาเรียน จำนวน ๑ ชั่วโมงต่อ ๑ สัปดาห์ จัดกิจกรรมร่วมกันทั้ง สองช่วงชั้น๕. จัดทำแผนการเรียนรู้- การจัดทำแผนการเรียนรู้เป็นช่วงชั้นและบูรณาการ แต่ละครั้งที่สอน ใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้งานการอาชีพและเทคโนโลยีเป็นแกนหลักบูรณาการ เข้ากับ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และ ศิลปศึกษา โดยใช้กระบวนการกลุ่มปฏิสัมพันธ์ และฝึกปฏิบัติจริง๖. การจัดการเรียนรู้ - การจัดการเรียนรู้บูรณาการทั้ง ๘ กลุ่มสาระ โดยการสอนของครู แต่ละช่วงชั้น สอนตาม ขั้นตอนดังนี้ ๑. ขั้นเตรียมก๋านฮู้พร้อม คือ - ใบความรู้ ใบงาน วิทยากร - ศึกษาใบความรู้ ดูการสาธิต ดูการทดลอง ๒. ขั้นซักซ้อมวางแผน คือ - คิดวางแผนการทำงาน - วิเคราข้อมูลเพิ่มประกอบการดำเนินการ ๓. ขั้นลงแฮงร่วมงาน คือ - การเกษตรในโรงเรียน - การทำปุ๋ยอินทรีย์ - ผลิตภัณฑ์สมุนไพร - การทำโครงงาน - การรายงาน ๔. ขั้นประมวลการสรุป คือ - อภิปราย นำเสนอผลงาน ๕. ขั้นภูมิใจ๋สูงสุดของหมู่เฮา คือ - ชื่นชมผลงาน แสดงความคิดเห็น๗. การกำหนดหน่วยเรียนรู้แบบบูรณาการ - ศึกษาหลักสูตร - วิเคราะห์ผู้เรียน - ศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนและในท้องถิ่น ๘.กำหนดสาระหน่วยการเรียนรู้- เมื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้ “ ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้ เพื่อก๋านกิ๋นอยู่อย่างพอเพียง ” กรอบ ความคิด กิจกรรมกาการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ - ร่วมกันพิจารณากลุ่มสาระที่มีความสัมพันธ์กับกรอบความคิด ซึ่งมีความสัมพันธ์ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๙. พิจารณาความสอดคล้อง - การพิจารณาความสอดคล้องระหว่างสาระมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานช่วงชั้น เพื่อให้ ได้รับทราบผลว่า เมื่อ นักเรียนเรียนรู้ตาม กลุ่มสาระการเรียนรู้ นั้น ๆ นักเรียนจะผ่าน มาตรฐานช่วงชั้นของสาระการเรียนรู้ข้อใดบ้าง๑๐ กำหนดเวลาเรียน - การกำหนดสาระการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ว่าแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใด การกำหนดเวลาเรียน จำนวน ๑ ชั่วโมงต่อ ๑ สัปดาห์ จัดกิจกรรมร่วมกันทั้ง สองช่วงชั้น๑๑ จัดทำแผนการเรียนรู้- การจัดทำแผนการเรียนรู้เป็นช่วงชั้นและบูรณาการ แต่ละครั้งที่สอน ใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้งานการอาชีพและเทคโนโลยีเป็นแกนหลักบูรณาการ เข้ากับ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และศิลปศึกษา โดยใช้กระบวนการกลุ่ม และฝึกปฏิบัติจริง ๖.๓ นำไปสู่ การปฏิบัติ จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้ง ๕ ขั้นตอนนั้น ได้ใช้วิธีการร่วมวางแผน ร่วมกิจกรรม เตรียมใบงาน ใบความรู้ วัดผลประเมินผลแต่ละช่วงชั้น ขณะที่จัดกิจกรรม จัดเป็นทีมสอนหลายคน จัดใบความรู้ขึ้นมา ๑ ชุด ผู้สอนภาษาไทยสอน เรื่องการอ่าน การเขียนสื่อความ การเขียนสรุปใจความสำคัญ ผู้สอนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี สอนขั้นตอนการทำงาน กระบวนการกลุ่ม ผู้สอนกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สอนเกี่ยวกับพืชสมุนไพร การทดลอง กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศสอนเกี่ยวกับ คำศัพท์ อุปกรณ์การทำนา พืชสมุนไพร ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้สอนตามขั้นตอนการสอนทั้ง ๕ ขั้นผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง มีทักษะในการทำงานร่วมกัน มีคุณธรรมที่ดี กล้าแสดงออก ได้คิดได้ทำ ได้วางแผนร่วมกัน แล้วนำความรู้ที่ได้มาบันทึก สรุป เขียนในรูปของรายงาน โครงงาน และรูปภาพ นอกจากนั้นทางโรงเรียนได้ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการจัดประสบการณ์โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ ๔ (ขั้นประมวลการสรุป ) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอภิปราย นำเสนอผลงานภายในกลุ่ม ชุมชน จะต้องส่งเสริมผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการการอภิปราย การนำเสนอผลงานที่ถูกต้อง จากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ศึกษา รับฟัง เข้าชมกิจกรรมที่มีการนำเสนอผลงาน แล้วนำผลที่ได้จากการรับรู้มาใช้ให้เกิดประประโยชน์ในขั้นที่ ๔ นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น มีความรู้ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้บูรณาการในการดำเนินชีวิต แบบเศรษฐกิจพอเพียง๖.๔ การมีส่วนร่วมในการพัฒนา โรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญา) เป็นแหล่งเรียนรู้แก่สังคม เป็นจุดสาธิตการเกษตรเพื่อขยายผลต่อชุมชน เพิ่มผลผลิตชุมชนจากสมุนไพรและลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ สารขับไล่แมลง การทำน้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนพืช และการสาธิตการปลูกข้าว ปลูกถั่วเหลืองโดยแปลงที่เผาฝางเปรียบเทียบกับแปลงที่ไม่เผาฝาง ฯลฯ กิจกรรมดังกล่าวที่ทางโรงเรียนจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามขั้นตอนที่สอนทั้ง ๕ ขั้นตอน ได้รับความร่วมมือ สนับสนุนจากครูในโรงเรียนนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน หน่วยงานต่างๆในชุมชน ที่เกี่ยวข้อง คือ- ศูนย์พัฒนาสังคมจังหวัดแพร่หน่วยที่ ๓๙ ให้งบสนับสนุน- องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คำมี- สำนักงานเกษตรอำเภอหนองม่วงไข่- โรงพยาบาลหนองม่วงไข่- สภาวัฒนธรรมตำบลหนองน้ำรัตน์- คุณชูวิทย์ ปรีชานนท์- คุณเฉลิม กวาวสิบสาม หมอดินอาสาตำบลแม่คำมี- คุณโกเมนทร์ หัวนา เกษตรตำบลแม่คำมี- กลุ่มอาชีพสิ้นค้า O-TOP และชุมชนแม่คำมี- ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น นายบุญศรี บุญยัง- ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านขนม ทองม้วน นางฟองนวล เพชรโก การมีส่วนร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สนับสนุนงบประมาณ เงินทุน ความรู้ อุปกรณ์ แรงงาน การดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการให้ความรู้สาธิตขั้นตอนวิธีทำ ทดลองทำ ปฏิบัติจริง ร่วมกับผู้เรียน ประเมินผลการดำเนินงาน โดยผู้เรียนนำเสนอผลงาน เขียนรายงาน อภิปรายสรุปผลงานที่ทำ ผลผลิต และผลิตภัณฑ์ โดยสรุปร่วมกันหลังจากการจัดกิจกรรมจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยจัดนิทรรศการ ตอบแบบสอบถาม แสดงความคิดเห็นร่วมกัน ๖.๕ ผลการนำสูการปฏิบัติ ผลที่เกิดจากการเรียนรู้แบบรูณาการด้วยขั้นตอนการสอนทั้ง ๕ ขั้นตอนและสอน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง ๕ ด้าน ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ และสามารถ นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน รู้จักวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะที่กิจกรรม ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข สนุกสนานกับการทำงาน การเรียนรู้ การทดลอง การฝึกปฏิบัติจริง ร่วมกิจกรรมด้วยความตั้งใจ กระตือรือร้นในการเรียนการทำงานแต่ละครั้ง มีความสามัคคีในหมู่คณะ ทำงานเป็นทีม ทำงานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม และทีสำคัญผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น และผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ สื่อสารออกมาด้วย การเขียนรายงาน และผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือน และกิ๋นอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง๗ .คุณค่าของนวัตกรรม ๗.๑ การแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้นวัตกรรม “ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้ เพื่อก๋านกิ๋นอยู่อย่างพอเพียง ” และใช้วิธีการสอนตามขั้นตอนทั้ง ๕ ขั้น และ ๕ ด้านของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการเข้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ดีขึ้น ผู้เรียนเรียนรู้ในการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม กระบวนการกลุ่ม มีความรับผิดชอบ กล้าแสดงออก ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ อินเตอร์เน็ต มาใช้ประกอบการเรียนการสอน ภาคภูมิใจในผลงานที่สำเร็จสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และมีรายดีจากการขายผลผลิตเรียนรู้เกี่ยวกับร่ายรับ -รายจ่ายในครัวเรือน รู้จักประหยัด อดออม รู้จักการวางแผนในการดำเนินชีวิตอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง ๗.๒ การใช้ทรัพยากร จากการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา)ผู้เรียนขาดระเบียบวินัยขาดความรับผิดชอบ ไม่รู้จักประหยัด ทำงานเป็นทีม กระบวนการกลุ่ม นำเสนอผลงานอยู่ในอับที่จะต้องปรับปรุง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ คิดหาวิธีการโดยใช้นวัตกรรม“ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้ เพื่อก๋านกิ๋นอยู่ ” อย่างพอเพียงการสอนตามขั้นตอนทั้ง ๕ ประกอบกับปรัชญาแบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง ๕ ด้านนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน รักการทำงาน มีรายได้ และไม่ต้องลงทุนมาก และสามารถนำผลผลิตไปใช้ในครัวเรือน และใช้อย่างปลอดภัย ให้ผู้เรียนสำรวจพืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น พบว่าพืชสมุนไพรที่มีในท้องถิ่นจำนวนมากยังไม่ได้นำมาใช้เกิดประโยชน์ เป็นสมุนไพรไกลตัวเป็นพืชผักสวนครัวที่ผู้เรียนหาได้ มาจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ในครัว เรือน โดยนำสมุนไพร บด ต้ม คั้นเอา ผสมเข้ากับผลิตภัณฑ์ เช่น ยาสีฟันใบข่อย น้ำยาล้างจานสีดอกอัญชัน น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นใบเตย น้ำจุลินทรีย์ สารขับไล่แมลง ฯลฯ และพื้นทีโรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา)มีจำนวนมากเหมาะที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งสาธิต ในการทำการเกษตร เช่น การปลูกข้าว ปลูกถั่วเหลือง เลี้ยงปลากินพืชในสระน้ำ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทางโรงเรียนที่ผลิตจากสมุนไพรไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเกษตร เช่น ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยฮอร์โมนพืช น้ำจุลินทรีย์ EM. โรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา)ได้ใช้ทรัพยากร ทั้งพืชสมุนไพร วิทยากร ผู้รู้ในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า นำผลผลิตมาใช้หมุนเวียน เรียนรู้อยู่กินแบบเศรษฐกิจพอเพียง ๗.๓ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน โรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา) ได้รับความร่วมมือจากครู นักเรียน ผู้ปกครอง หน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้นวัตกรรม“ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้กิ๋นอยู่อย่างพอเพียง” มีผู้ที่สนับสนุน ให้ความมือช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการทำงานการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุตามป้าหมายหมายการสอนตามขั้นสอน ๕ ขั้น ให้งบประมาณ ให้ความรู้ และและสาธิตวิธีทำ ขั้นตอนการผลิต การตลาด ด้านความรู้ คือ - ศูนย์พัฒนาสังคมจังหวัดแพร่หน่วยที่ ๓๙ ให้งบสนับสนุน- คุณเฉลิม กวาวสิบสาม หมอดินอาสาตำบลแม่คำมี- คุณโกเมนทร์ หัวนา เกษตรตำบลแม่คำมี- กลุ่มอาชีพสินค้า O-TOP และชุมชนแม่คำมี- ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น นายบุญศรี บุญยัง- ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านขนม ทองม้วน นางฟองนวล เพชรโก จากกาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา)ได้รับความร่วมมือจากครู นักเรียน เผยแพร่ความรู้ สู่ผู้ปกครอง โรงเรียนในเครือข่าย ม่วงไข่ กลุ่มอาชีพสินค้า O – TOP ตำบลแม่คำมี เป็นแผ่นพับ และ ผลิตภัณฑ์๗.๔ การนำไปใช้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมรับผิดชอบ 2. กำหนดปฏิทินการประชุมพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน แบบ ๕ ขั้น ตามปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ๕ ด้าน3. วิเคราะห์ หาสาเหตุ ของ ปัญหา และวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนด้านผลสัมฤทธิ์ต่ำ กระบวนการทำงานกลุ่ม การคิดวิเคราะห์4. กำหนดผู้รับผิดชอบปฏิบัติตามนวัตกรรม “ปัญจวารสู่ก๋านเฮียนฮู้ เพื่อ ก๋านกิ๋นอยู่อย่างพอเพียง ”5. ปฏิบัติตามนวัตกรรม6. ประเมินผล อภิปรายสรุป จากการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนบ้านแม่คำมี(รัตนปัญญา) แบบ๕ ขั้น ตามปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ๕ ด้าน สามารถนำไปใช้บูรณาการเข้าทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมของกิจกรรม ๗.๕ การยอมรับ ด้านนักเรียน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
pakvipa · 20 ก.ย. 2550
อุมาวดี เมฆอากาศ · 20 ก.ย. 2550
อินตาพรหม · 20 ก.ย. 2550
นาง เยาวลักษณ์ ไศละบาท · 20 ก.ย. 2550
อรสา · 20 ก.ย. 2550
อนันต์ ธำรงวิศวะ · 20 ก.ย. 2550
สอนดีมากครับเก่งด้วยอาจาร