วงจรชีวิตของปูแสม

 

              ปูแสม (Salt March Crab)

                                                                      โดย สุวรรณา  จิตร์สิงห์
                                                                      นักวิชาการศึกษา 8ว.   
 
          
 
             หลายสิบปีที่ผ่านมาพื้นที่ป่าชายเลน ชายฝั่งทะเลของไทยถูกบุกรุกทำลายลงอย่างมาก  อันเป็นผลพวงมาจากการขยายตัวของประชากร หลายจังหวัดที่มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลเช่น จังหวัดสมุทรสาคร  สมุทรสงคราม จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ฯลฯ มีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพดิน ได้แก่นำพื้นที่เขตป่าชายเลนไปถมที่แล้วสร้างหมู่บ้านจัดสรร  ขุดบ่อทำนากุ้ง  สร้างโรงงานอุตสาหกรรม หรือถมพื้นที่เพื่อทำการเกษตร-ปศุสัตว์ นอกจากนั้นประชาชนในชุมชนพื้นที่เขตป่าชายเลน ยังปล่อยน้ำเสีย ขยะจากครัวเรือน สารเคมีและขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นมลพิษ จนทำให้พืชและสัตว์ที่ดำรงชีวิตในบริเวณป่าชายเลนลดจำนวนลงอย่างน่าเป็นห่วง  โดยเฉพาะปูแสม (mud crab หรือ salt march crab ) ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ในป่าชายเลนที่มีน้ำทะเลขึ้นลงตามธรรมชาติ  ลดจำนวนลงอย่างน่าตกใจบางพื้นที่ที่เคยพบเห็นชุกชุมก็ลดจำนวนลงหรือหายไป นอกจากนั้นคนไทยมีวัฒนธรรมกินปูเกือบทุกชนิดจึงนิยมจับปูแสมกินเป็นอาหารทั้งสดและดองเค็ม และไม่เคยมีใครคิดจะทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปูแสมเช่นการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่หรือปลา พวกมันจึงลดจำนวนลงอย่างน่าเป็นห่วง ว่าในอนาคตอาจสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย  
 

ลักษณะทั่วไปของปูแสม 

 

                                     

           ปูแสมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesarma (Sesarma) mederi (H. milne –Edwards) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ในไฟลั่มอาร์โทรปอด (Arthropods) ซุปเปอร์คลาสครัสเตเชีย(Crustacea) วงค์เดคาปอด(Decapod)หมายถึงสัตว์ที่มีส่วนหัวและอกติดเป็นส่วนเดียวกัน ส่วนท้ายเรียกว่าท้อง มีเปลือกหุ้มป้องกันอันตราย มีขาสิบขา ขาคู่แรกมีขนาดใหญ่เรียกว่าก้ามปู  อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำกร่อยที่มีน้ำทะเลขึ้น-ลง เช่นป่าแสม-โกงกาง  ป่าจาก ป่าลำพู จัดเป็นปูที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่าต่อระบบนิเวศเป็นอย่างยิ่ง         ปูแสมเป็นสัตว์จำพวกที่มีระยางค์เป็นข้อปล้อง  ลำตัวมีสีดำอมม่วงก้ามมีสีม่วงเข้ม  กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดแตกต่างกันตามวัย  ปูแสมเพศผู้จะมีสีสันสดใส และตัวโตกว่าเพศเมีย  
 

 รูปู :บ้านของปู   

                                               
 
          เนื่องจากปูแสมอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีน้ำทะเลขึ้นลง มันเลือกที่จะมีชีวิตในป่าชายเลนที่คลื่นลมสงบ  ดังนั้นมันจึงสร้างบ้านที่เป็นรู  มักขุดรูอยู่ในบริเวณที่น้ำขึ้นน้ำลงท่วมถึง  ดินโคลนปนทราย  ลักษณะของรูปูแสมนั้นแตกต่างจากรูปูก้ามดาบและรูปลาตีนในบริเวณเดียวกัน  เราสามารถแยกแยะได้โดยรูของปูแสมมีขนาดกว้างประมาณ  4 – 7 เซนติเมตร ปากหลุมที่ขุดจะมีกองดิน  อุจจาระและรอยเล็บเท้า  ปูแต่ละตัวจะมีบ้านของตัวเอง และออกหากินจะไม่ไกลจากรูมากนัก หากตกใจก็จะวิ่งลงรูเพื่อหลบภัยได้ทันท่วงที ตอนวิ่งลงรูมันจะถอยหลังลงแล้วชูก้ามเบ่งกันท่าไว้ ไม่มีตัวไหนวิ่งเอาหัวลงไปก่อน   สีของลำตัวจะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมบางครั้งมีโคลนติดตามลำตัว  รูปแบบของรูของปูแสมนั้น ในงานวิจัยของผู้เขียนเคยขุดรูดูพบว่า มีหลายรูปแบบ เช่น เป็นรูปตัวไอ( I shape) ตัวแอล (L shape) ตัวยู( U shape) หากเป็นตัวไอจะมีทางเข้าออกทางเดียว หากเป็น L และ U  จะมีทางเข้าออกสองทาง  ความลึกก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เท่าที่ลองขุดดูลึก ระหว่าง 50 เซนติเมตร –165 เซนติเมตร มีความลาดเอียง 30 – 80 องศา  
 
ปูแสมกินอะไรเป็นอาหาร
          ปูแสมกินอาหารตามพื้นดินเลนอาจเป็นซากพืชซากสัตว์ที่ตาย  ใบไม้สด และกินดินทรายเพื่อช่วยบดย่อยอาหาร  ลักษณะท่วงท่าการกินอาหารของปูแสมนั้นจะค่อยๆกินไม่รีบร้อนโดยใช้ก้ามหยิบอาหารป้อนเข้าปาก ผู้เขียนเคยสังเกตพบว่ามันป้อนเฉลี่ย 15 – 25 ครั้งต่อนาที มันใช้ก้ามทั้งสองข้างหยิบอาหารป้อนเข้าปากที่มีระยางค์หลายคู่ช่วย  มักออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะหลบภัยอยู่ในรูรอจนมืดจึงออกมาเต็มบริเวณ  ในช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรม 1 –2 ค่ำปูจะออกมามากหลังน้ำขึ้นปริ่มรูปู   
 
  การผสมพันธุ์- วางไข่     
          วิธีการดูความแตกต่างของปูแสมตัวผู้และปูแสมตัวเมีย เมื่อพลิกกระดองปูให้ดูด้านท้องหากเป็นตัวเมียตะปิ้งใหญ่  ตัวผู้ตะปิ้งเล็ก  เมื่อถึงฤดูกาลผสมพันธุ์ปูแสมจะมีการผสมพันธุ์แบบภายใน(internal fertilization)  ผิดกับสัตว์ทะเลหลายชนิดที่ผสมพันธุ์แบบภายนอก   แม่ปูจะเลี้ยงไข่ที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้ว ไว้ภายในตัว  จนกระทั่งไข่แก่ มันจึงจะปล่อยฟองไข่ออกมาเก็บไว้ที่ตะปิ้งใต้ท้อง บริเวณหน้าอก  แม่ปูจะคอยดูแลทำความสะอาดไข่อยู่เสมอ โดยการพัดโบกตลอดเวลาเพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงไข่ที่มีสีเหลืองเข้ม  หากไข่ใบใดเสียจะมีสีดำ  รังหนึ่งๆจะมีไข่ประมาณ 12,000 – 82,000 ฟอง -  เมื่อวันเวลาผ่านไปประมาณ 14 –15วันหลังจากนั้น แม่ปูก็จะปล่อยไข่ ซึ่งมี 2 ช่วง ช่วงแรกเดือน เมษายนกรกฎาคม และช่วงที่ 2 กันยายนพฤศจิกายน   ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เรียกว่า ปูชะไข่” (hatching)  หลังจากน้ำทะเลขึ้นสูงสุดและเมื่อน้ำทะเลเริ่มลงปูก็จะเคลื่อนกองทัพลงไปในน้ำแล้วชะไข่ให้ลอยออกสู่ปากแม่น้ำและออกสู่ทะเลต่อไป 
 
  อยากรู้ลูกไปไหน      
          ไข่แก่ลอยออกสู่ทะเลบ้างตกเป็นอาหารของสัตว์น้ำอื่นๆ  ช่วงนี้เรียกว่าแพลงค์ตอนสัตว์  มันจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหลายครั้งจนกระทั่ง14-15วัน จะพัฒนาเป็นลูกปูขนาดเล็กและว่ายตามกระแสน้ำทะเลในช่วงน้ำขึ้นกลับเข้าฝั่ง เมื่อถึงป่าชายเลนมันก็จะลงเกาะพื้นคืบคลานขึ้นมาหากินเช่นเดียวกับพ่อแม่ของมัน   สีสันของลูกปูนั้นกลมกลืนเหมือนกับโคลนเลนมากและมีขนาดเล็กเกือบเท่าเมล็ดพริกไทย ทำให้มันปลอดภัยจากผู้ล่า เช่นนก กิ้งก่า ลิงแสม มันจะอาศัยหากินจนกระทั่งเติบโตและเป็นปูตัวโตเต็มวัยที่พร้อมจะผสมพันธุ์และขยายเผ่าพันธุ์ต่อไปเฉกเช่นบรรพบุรุษของมัน 
 

    ต่อสู้เพื่อเป็นใหญ่

        ปูแสมตัวผู้มักจะต่อสู้กันให้เห็นเสมอ มีสาเหตุอยู่หลายประการ อย่างแรกคือต้องการแสดงอาณาเขตหรือการเป็นเจ้าของพื้นที่    อีกประการหนึ่งเพื่อแย่งชิงตัวเมีย  มันจะใช้ก้ามหนีบทำร้ายกันจนก้ามหรือขาหักหรือหลุด ฝ่ายที่แพ้ก็จะหนีไป   หรือตายและตกเป็นอาหารของตัวอื่นๆไป 
 
  ก้ามและขาหลุดจะเป็นไอ้ด้วนไหม
      ปูแสมมีความสามารถพิเศษในการงอกอวัยวะส่วนที่หลุดให้งอกใหม่ได้คล้ายๆกับสัตว์พวกจิ้งจก   ดังนั้นมันก็จะงอกระยางค์ใหม่ได้ในเวลาต่อมา  
 

  ทำไมเรียกปูนิ่ม

       ปูแสมจะมีการลอกคราบเช่นเดียวกับปูอื่นๆ เพื่อให้มันขยายตัวโตขึ้นโดยสลัดกระดองเก่าทิ้งไป  ช่วงที่กระดองใหม่ใหม่ยังไม่แข็ง ปูจะมีลำตัวอ่อนนิ่มเรียกว่าปูนิ่มซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปูอ่อนแอและอาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย 
 

  ทำไมเข้าตาปูจึงเช็ดตา        

          ปูแสมจะเอาน้ำที่พ่นออกมาจากปากใช้ก้ามเช็ดน้ำนั้นแล้วนำไปถูที่ตา  จะทำซ้ำๆหลายๆครั้งจนกระทั่งมันสามารถมองเห็น 
          เราได้รู้เรื่องปูแสมไปบ้างแล้วคงจะมองเห็นแล้วว่าปูแสมนั้นพร้อมที่จะสูญพันธุ์ตลอดเวลาหากสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเพราะวงจรชีวิตของมันขึ้นอยู่กับน้ำกร่อย  ป่าชายเลน  แหล่งอาหาร  คนไทยเราจับปูแสมกินกันมากจนทำให้ประชากรของปูแสมลดลงอย่างน่าตกใจเมื่อก่อนแถวจังหวัดสมุทรสาคร  จ.สมุทรสงคราม  จ.สมุทรปราการ มีปูแสมมากแต่ปัจจุบันนี้แทบจะหาไม่เจอ จะเจอแต่ปูที่คนไม่กินกันคือปูก้ามดาบ   อยากจะฝากข้อคิดไว้ว่าควรหยุดจับปูสักระยะโดยปล่อยให้แม่ปูได้วางไข่บ้างในช่วงฤดูกาลวางไข่ของเขา    ควรเหลือพื้นที่ป่าชายเลนไว้ให้เป็นบ้านของเขาบ้าง  เพื่อพวกเราจะได้มีปูแสมไว้เป็นอาหารกันต่อไปนานๆ 
 
  เอกสารอ้างอิง :  วิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมบางประการและระบบนิเวศของปูแสม  Sesarma (sesarma) mederi.  โดย สุวรรณา จิตรสิงห์,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
 
 
  **** สงวนลิขสิทธิ์****