TOR PSCM

SCM

ข้อกำหนดการจัดจ้างที่ปรึกษา

โครงการพัฒนาระบบการบริหารเครือข่ายโซ่อุปทานและ Logistic

อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรตามระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

ภายใต้งบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการ ปีงบประมาณ 2549 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กลุ่ม 1

ดำเนินการโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม -------------------------------------------------------------- 1.              หลักการและเหตุผล  อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยมีอัตราการส่งออกมากกว่า 5 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ประเทศไทยกลับสูญเสียศักยภาพการแข่งขันโดยมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ..2538-2543 โดยมีคู่แข่งในภูมิภาคที่สำคัญคือประเทศจีน อินโดนีเซีย และเวียตนาม ภัยคุกคามอีกด้านหนึ่งจากสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา ได้ใช้เรื่องของสุขอนามัยพืช อาทิ ปริมาณสารพิษตกค้างในผลิตผลเป็นข้อจำกัดทางการค้า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และตาก เป็นแหล่งการเพาะปลูกที่สำคัญในเขตภาคเหนือตอนล่าง พืชที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ผลไม้ และพืชผัก แต่จากผลการวิเคราะห์สารตกค้างของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พบว่ามีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตทางการเกษตร และได้รับความนิยมจากเกษตรกรอย่างกว้างขวาง ทำให้ธุรกิจด้านสารเคมีทางการเกษตรขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งเป็นการยากที่จะติดตามควบคุมให้มีการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังพบว่าพืชผักต่างๆ มีสารตกค้างในสินค้าการเกษตรของจังหวัด ได้แก่ พริก คะน้า มะม่วง ลำไย และข้าว  นอกจากนี้พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่มที่ 1 ยังขาดกระบวนเพิ่มมูลค่าเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงและพร้อมบริโภคทำให้มูลค่าที่ควรตกอยู่ในจังหวัดต้องสูญเสียให้กับผู้ผลิตในส่วนกลาง โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งประสบปัญหาวัตถุดิบภาคเกษตรที่ไม่ได้คุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะปัจจุบันลูกค้าต่างประเทศต้องการให้โรงงานแสดงการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตควบคู่กับระบบการควบคุมคุณภาพการผลิตภายในโรงงาน ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ แต่ผู้ผลิตไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขคุณภาพที่ผู้นำเข้ากำหนด ได้แก่ กล้วยตาก กล้วยทอดเนย และพริกแดง ทำให้ต้องสูญเสียตลาดไปไม่น้อยกว่าปีละ 100 ล้านบาท ประเด็นที่สำคัญจึงต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการก้าวเข้าสู่ครัวของโลกของอุตสาหกรรมอาหารตลอดโซ่อุปทาน โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตเครื่องจักรเพื่อทดแทนการนำเข้า การพัฒนาเครือข่ายต้องประกอบด้วยผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ร่วมกันผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในลักษณะเครือข่าย และสร้างระบบการจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) และ Logistic การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้มีการใช้และจัดสรรทรัพยากรร่วมกัน ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลง ซึ่งเป็นวิธีการเสริมสร้างศักยภาพความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่มีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับหลายผลิตภัณฑ์จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และต้องระมัดระวังในเรื่องสุขอนามัยไม่เฉพาะแต่ขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์ในโรงงานแปรรูปเท่านั้น ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของอาหารเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ  ผลผลิตจากไร่นา ถึงปลายน้ำ คือ ร้านค้าปลีก ดังนั้นการควบคุมคุณภาพ ณ จุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียวทั้งในระดับฟาร์มถึงโรงงานอุตสาหกรรมจึงน่าจะไม่เพียงพอ โรงงานอุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรและเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการฟาร์ม การใช้ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธ์ ต่างๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และสร้างความมั่นใจให้กับ ลูกค้า แต่อย่างไรก็ตามผลการดำเนินการที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมอาหารหลายโรงงานประสบปัญหาการบริหารจัดการฟาร์ม โดยเฉพาะกับกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่เข้าใจและเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการดังกล่าวและโรงงานเองก็ไม่สามารถชี้แจงให้เกษตรกรเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการในรายละเอียดปลีกย่อยเรื่องการบันทึกเอกสารการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่จะสร้างหลักประกันคุณภาพให้กับลูกค้าได้  จากปัญหาดังกล่าวศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงร่วมกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริหารเครือข่ายโซ่อุปทาน และ Logistic อุตสาหกรรมอาหารตามระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ภายใต้ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่มที่ 1 เพื่อให้มีการตรวจสอบรับรองระบบผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงการตรวจสอบรับรองสารพิษตกค้างในผลผลิตของเกษตรกร และสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการค้าและบริการ ให้เกิดการรวมกลุ่มและจัดตั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหาร GAP ภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มที่ 1  และดำเนินการสร้างระบบการจัดการระบบโซ่อุปทานอาหาร (Food Supply Chain) สร้างมาตรฐานการสอบกลับ (Tractability) และระบบ Logistic ที่มุ่งการส่งมอบอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ 1 2.               วัตถุประสงค์ของโครงการ 2.1           เพื่อเป็นหน่วยงานหลักภาครัฐในการเป็นแกนนำด้านการพัฒนาระบบการจัดการโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหารพร้อมปรุง /พร้อมบริโภค  ในเขตพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่มที่  1   ที่สามารถสร้างผู้ประกอบการให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นผู้ชำนาญในการผลิตและการกระจายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป  พร้อมปรุง/พร้อมบริโภคอย่างแท้จริง 2.2           เพื่อการเป็นแกนกลางในการจัดฝึกอบรม  การถ่ายทอดความรู้ และคำปรึกษาแนะนำเชิงลึกด้านการจัดการโซ่อุปทาน  และระบบต่อเนื่องเช่น  ระบบการกระจายสินค้า  ระบบ Logistic และระบบมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า เช่น มาตรฐาน มอก., มกอช., ISO.,HACCP GMP และ HALAL 2.3           เพื่อเป็นศูนย์ประสานการให้บริการและวางระบบการตลาดตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งการตรวจสอบ ป้องกัน  และให้ความรู้แก่ร้านค้าเคมีเกษตร  มิให้จำหน่ายสินค้าต้องห้าม และจัดระเบียบการจัดสินค้าให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 2.4           เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมและบริการข้อมูลสารสนเทศระบบการจัดการโซ่อุปทาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเรียนรู้การนำระบบสารสนเทศที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ 3.               กลุ่มเป้าหมายของโครงการ 3.1           ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม  SMEs  จำนวน  40  ราย 3.2           เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรในระบบการจัดการโซ่อุปทานจำนวน 80  ราย 3.3           หน่วยงานภาครัฐ  ภาคอุตสาหกรรม  องค์กรเอกชน  และสถาบันการศึกษาจำนวน  50  ราย 4.               ผลลัพธ์ที่ต้องการ 4.1           จำนวนผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการถ่ายถอดความรู้ (การฝึกอบรม สัมมนา และการให้คำปรึกษาแนะนำ)ในการจัดการโซ่อุปทานสินค้าเกษตรแปรรูป ตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและ Logistics ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย 3.1และ 3.2 มีการลงทุนหรือขยายการลงทุน หรือสามารถลดต้นทุน หรือสามารถรักษาธุรกิจเดิม 4.2           จำนวนผู้ได้รับบริการข้อมูลสารสนเทศ และการถ่ายทอดความรู้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ปีละไม่ต่ำกว่า 160 ราย 5. เครื่องชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 5.1           ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม SMEs ได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการจัดการโซ่อุปทาน จำนวน 40 ราย 5.2            เกษตรกรผู้ปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ และ GAP ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องระบบการจัดการโซ่อุปทานจำนวน 80 ราย 5.3           บุคลากรภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม องค์กรเอกชน และสถาบันการศึกษา ที่ให้บริการสนับสนุนกับผู้เกี่ยวข้องในโซ่อุปทานได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องระบบการจัดการโซ่อุปทาน จำนวน 50 ราย 5.4           ผู้ได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการจัดการโซ่อุปทานสินค้าเกษตรแปรรูปตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารมีการลงทุนหรือขยายการลงทุน หรือสามารถลดต้นทุน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 หรือสามารถรักษาธุรกิจเดิม 6.   รายละเอียดข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนองาน 6.1           ที่ปรึกษาต้องเป็นองค์กร สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนบริษัทมาแล้วไม่น้อยกว่า  5  ปี   ในวันที่ยื่นเสนอราคา และต้องยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์(ไม่เกิน 6 เดือนในวันที่ยื่นเสนอราคา) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น(ฉบับปัจจุบัน) และสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 6.2           ที่ปรึกษาต้องจดทะเบียนกับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลังประเภท A พร้อมแนบสำเนาหนังสือรับรองผ่านการจดทะเบียน ยกเว้นสถาบันการศึกษาซึ่งได้รับสิทธิพิเศษเกี่ยวกับการให้บริการด้านวิชาการและการวิจัย โดยไม่ต้องจดทะเบียนกับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา 6.3           ที่ปรึกษาต้องมีประสบการณ์ในการฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโซ่อุปทาน และ Logisticsให้แก่วิสาหกิจในทุกระดับ พร้อมแนบหลักฐานแสดงประสบการณ์ดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดด้านความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมดำเนินการ 6.4           ที่ปรึกษาต้องมีประสบการณ์ในการฝึกอบรม ให้คำปรึกษาแนะนำและส่งเสริมการจัดการโซ่อุปทาน หรือ มาตรฐานการเชื่อมโยงระบบการจัดการโซ่อุปทานแก่องค์กร หรือหน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการจัดการ Logistic หรือ การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) พร้อมแนบหลักฐานแสดงประสบการณ์ดังกล่าว โดยจะต้องแนบเอกสารและ/หรือ แนบสัญญาการเข้าให้คำที่ปรึกษา และความรู้ด้านการจัดการโซ่อุปทาน แก่ SMEs และ/หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เป็นองค์กรให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวข้องกับกับการสนับสนุนประสิทธิภาพของการจัดการ Logistic และ โซ่อุปทาน 6.5           ที่ปรึกษาต้องมีหัวหน้าคณะที่ปรึกษาที่เป็นผู้ชำนาญการด้านการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics ซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีวุฒิบัตรหรือหลักฐานการรับรองความรู้ด้านการให้คำปรึกษาแนะนำการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics จากองค์กรทั้งในและ/หรือต่างประเทศ เพื่อจะให้คำปรึกษาแนะนำแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 6.6           บริษัทที่ปรึกษา จะต้องเสนอรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำโดยต้องมีสมบัติดังนี้ 6.6.1        สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำด้านการจัดการโซ่อุปทานมาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือสาขาอื่นที่มีหลักสูตรการจัดการโซ่อุปทาน และ Logistics 6.6.2 ที่ปรึกษาต้องแนบรายละเอียดหลักฐานที่แสดงข้อกำหนดในข้อ 6.6.1 ดังนี้ 1)             ประวิติส่วนตัว 2)             ความชำนาญและหน้าที่รับผิดชอบในปัจจุบัน 3)             ประสบการณ์ทำงานหลังสำเร็จการศึกษาและการฝึกอบรม (ถ้ามี) 6.7           ที่ปรึกษาจะต้องกำหนดชื่อหัวหน้าคณะที่จะเข้าให้คำปรึกษาแนะนำ และนำเสนอรายละเอียดของที่ปรึกษา (ตามข้อ 6.6.2) ให้เหมาะสม รวมทั้งกำหนดสัดส่วนของการจัดสรรที่ปรึกษาที่จะให้คำปรึกษาแนะนำอย่างมีคุณภาพ แก่วิสาหกิจจำนวนไม่น้อยกว่า 6 รายอย่างชัดเจน 6.8           ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการบริษัทที่ปรึกษาไม่สามารถเปลี่ยนที่ปรึกษาหลักที่ผ่านการพิจารณาของผู้ว่าจ้างแล้ว ยกเว้น กรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวที่ปรึกษา ซึ่งที่ปรึกษาจะต้องเสนอขออนุมัติเปลี่ยนที่ปรึกษาเป็นลายลักษณ์อักษรกับคณะกรรมกำกับการว่าจ้างที่ปรึกษา  และที่ปรึกษาใหม่จะต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าที่ปรึกษาเดิม 7.  ขอบเขตและวิธีการดำเนินงานโครงการ  เพื่อให้การฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำ และการพัฒนาระบบการจัดโซ่อุปทานและ Logistics บรรลุตามประสงค์  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะจัดจ้างบริษัท หรือ องค์กร ที่มีความรู้และประสบการณ์โดยมีขอบเขตและวิธีการดำเนินการ  ดังนี้ 7.1   กิจกรรมถ่ายทอดความรู้เรื่องระบบการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics อุตสาหกรรมอาหารตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงการแปรรูปและหน่วยงานผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับความรู้และตระหนักถึงความจำเป็น ในการเสริมสร้างศักยภาพความสามารถการแข่งขันด้วยระบบการจัดการสมัยใหม่ รายละเอียดเอกสารแนบ 1 7.2           กิจกรรมปรับปรุงระบบการผลิตและระบบประกันคุณภาพ เพื่อให้ได้รับการตรวจรับรอง มาตรฐานโรงงานตามข้อกำหนดมาตรฐานอาหารปลอดภัยและ /หรือมาตรฐานสากลที่ประเทศคู่ค้าต้องการ เช่น GAP, GMP, HACCP และ ISO รายละเอียดเอกสารแนบ 2 7.3           กิจกรรมสร้างระบบการจัดการและการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ตั้งแต่ในระดับฟาร์มถึงคู่ค้า เพื่อให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นการผลิตรวมของระบบ และการสร้างระบบ Logistics โดยที่ปรึกษาจะต้องสร้างระบบการจัดการและการเชื่อมโยงดังกล่าว พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้และการเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้เกี่ยวข้องในโซ่อุปทานและการเสริมสร้างประสบการณ์ด้วยการศึกษาดูงานทั้งภายในประเทศ รายละเอียดเอกสารแนบ 3 7.4           กิจกรรมวางระบบและพัฒนาฐานข้อมูลสารสนเทศโซ่อุปทาน และ Logistics ภายในโซ่อุปทานอาหารอย่างน้อย 1 ระบบ เพื่อให้การไหลเวียนข้อมูลภายในโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพ รายละเอียดเอกสารแนบ 4 7.5           ที่ปรึกษาต้องจัดทำเอกสาร เสนอโครงการครอบคลุมผลผลิตตัวชี้วัดผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาระบบการบริหารเครือข่ายโซ่อุปทานและ Logistics ฯ ตามที่กำหนดไว้ในแต่ละกิจกรรม 8. ระเบียบการเสนอโครงการ ที่ปรึกษาผู้เข้ายื่นเสนองานครอบคลุมขอบเขต วิธีการดำเนิน การเชิงบูรณาการและการเชื่อมโยงสอดคล้องกันครบทุกกิจกรรมในข้อ 7 โดยต้องจัดทำเอกสารเสนองานออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 8.1 ซองข้อเสนอด้านเทคนิค ซึ่งบรรจุข้อเสนอด้านเทคนิคจำนวน 5 ชุด ในซองปิดผนึกและระบุไว้หน้าซองว่า ข้อเสนอด้านเทคนิคโดยข้อเสนอด้านเทคนิคประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ 8.1.1        โครงสร้างการบริหาร พร้อมทั้งระบุผู้รับผิดชอบและที่ปรึกษาหลักในแต่ละกิจกรรม 8.1.2        วิธีการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ในข้อ 3 โดยระบุรายละเอียดของสื่อ วิธีการที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น ประเภทสื่อ  จำนวนครั้ง เป็นต้น 8.1.3        รายละเอียดแสดงวิธีและขั้นตอนในการดำเนินงาน จำนวนครั้ง /ระยะเวลาดำเนินการ เช่น การฝึกอบรมควรต้องแสดงหัวข้อวิชา กรอบเนื้อหาวิชา วิธีการฝึกอบรม และให้บริการปรึกษาแนะนำ วิทยากร  และกิจกรรมเสริมที่จัดขึ้น เพื่อให้การอบรมมีความสมบูรณ์และบรรลุตามวัตถุประสงค์  รวมทั้งแผนการดำเนินงาน/กระบวนการในการให้คำปรึกษาแนะนำของที่ปรึกษา 8.1.4        แผนและวิธีการดำเนินงานตลอดโครงการ ฯ ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ ผู้รับผิดชอบหลัก สูตรและแต่ละกิจกรรม รายนามวิทยากร คณะที่ปรึกษา (โดยระบุคุณสมบัติและประสบการณ์) โปรดระบุรายละเอียดหน่วยงานที่รับผิดชอบที่สามารถติต่อ/ประสานงาน ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ได้แก่ ที่อยู่ โทรศัพท์ โทรสาร และ e-mail เป็นต้น 8.1.5        รายงานการติดตามผล (กลไกการติดตามและกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการฯ) โดยระบุรายละเอียดการจัดตั้งธุรกิจ เช่น จำนวนเงินลงทุนและภาพถ่ายต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องสถานที่ประกอบการ เป็นต้น 8.1.6        เสนอวิธีการคัดเลือกโรงงานที่จะให้คำแนะนำการจัดการโซ่อุปทานมาใช้ปฏิบัติ 8.1.7        เสนอรายละเอียดของวิธีการศึกษาและวิเคราะห์ก่อนเข้าปรึกษาแนะนำ 8.1.8        เสนอรายละเอียดของกำหนดการให้คำปรึกษาแนะนำการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics ในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยให้อยู่ภายใต้ขอบเขตและวิธีการพัฒนาระบบการจัดการและการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ตั้งแต่ในระดับฟาร์มถึงคู่ค้า และกิจกรรมวางระบบและพัฒนาฐานข้อมูลสารสนเทศโซ่อุปทาน และ Logistics ภายในโซ่อุปทานอาหารโครงการ ฯ 8.1.9        เสนอวิธีการให้เกิดกรณีตัวอย่างในการนำเอาการจัดการโซ่อุปทานมาใช้ในธุรกิจ 8.1.10 เสนอวิธีวิเคราะห์ผลและตัวชี้วัดความสำเร็จโครงการหลังจากมีการพัฒนา โดยให้สอดคล้องกับผลผลิต ,ผลลัพธ์ของกิจกรรม 8.1.11 ให้คำปรึกษาแนะนำกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 ในการสนับสนุนให้องค์กรเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม และสถาบันศึกษา มีการจัดตั้งเครือข่ายการจัดการโซ่อุปทานสินค้าเกษตรแปรรูปในในพืชหลักอย่างน้อย 3 ชนิด คือ พริก มะม่วง กล้วย และ/หรือพืชหลักอื่นที่มีศักยภาพ โดยให้การสนับสนุนกิจกรรมการรวมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโซ่อุปทานรวมไปถึงการถ่ายทอดความรู้และติดตามให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมและสามารถบริหารจัดการโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง 8.2 ซองข้อเสนอด้านราคา ซึ่งบรรจุข้อเสนอด้านราคาจำนวน 1 ชุด ในซองปิดผนึกและระบุไว้หน้าซองว่า ข้อเสนอด้านราคาโดยข้อเสนอด้านราคาประกอบด้วยรายละเอียดเงื่อนไข เนื้องาน และระยะเวลาในการเบิกจ่ายค่าจ้าง ตลอดระยะเวลาดำเนินงานฯ เป็น 4 งวด  ดังนี้ งวดที่ 1  สามารถเบิกจ่ายได้   20 %  ของค่าจ้างทั้งหมด (ระบุเนื้องาน) งวดที่ 2  สามารถเบิกจ่ายได้   30 %  ของค่าจ้างทั้งหมด (ระบุเนื้องาน) งวดที่ 3  สามารถเบิกจ่ายได้   30 %  ของค่าจ้างทั้งหมด (ระบุเนื้องาน) งวดที่ 4  สามารถเบิกจ่ายได้   20 %  ของค่าจ้างทั้งหมด (ระบุเนื้องาน) หมายเหตุ : -   การเบิกค่าจ้างแต่ละงวด  จะต้องมีเนื้องานครอบคลุมตามช่วงระยะเวลาดำเนินการ -   จังหวัดพิษณุโลก จะหักเ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โซ่อุปทาน

คำสำคัญ (Tags)#อาหารปลอดภัย#logistics#scm#โซ่อุปทาน#pscm

หมายเลขบันทึก: 126295, เขียน: 08 Sep 2007 @ 15:44 (), แก้ไข: 15 Jun 2012 @ 09:41 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)