เต่าทะเล
โดย สุวรรณา จิตรสิงห์<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left">
</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"> เต่าทะเลเป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งมีกระดองหนาไว้ป้องกันตัว กระดองเต่าที่หนาเทอะทะ ทำให้มันเคลื่อนที่บนบกได้เชื่องช้าดูงุ่มง่ามดังนั้นมันจึงชอบที่อยู่ในน้ำทะเลเพราะน้ำทะเลช่วยรองรับ น้ำหนักตัวของมันพวกมันมีสัญชาติญานที่ว่ายน้ำเก่งเป็นมาตั้งแต่ฟักออกจากไข่เลยทีเดียวเป็นนักว่าย น้ำที่เก่งมาตั้งแต่กำเนิด</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"> ในการเดินทางไกลๆไปในทะเลและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลเต่าทะเลมีความสามารถในการปรับตัวให้อาศัยอยู่ในทะเลได้อย่างดีเยี่ยม ขาหน้าของมันจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นใบพาย(Flipper) กล่าวคือมีลักษณะแบนซึ่งช่วยให้มันว่ายน้ำและลอยตัวอยู่กลางมหาสมุทรได้หลายร้อยไมล์ </p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"> เต่าทะเลมีขนาดลำตัวที่แตกต่างกัน ชนิดที่ตัวเล็กที่สุดมีกระดองยาว 2 ฟุตชนิดที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดจะมีกระดองยาวถึง 7.5 ฟุต และเมื่อกางขาหน้าออกอาจจะกว้างถึง 12 ฟุต มีน้ำหนักตัวถึง 1,500 ปอนด์ เต่าทะเลมีหลายชนิด เช่น เต่าตะนุ เต่าหญ้า เต่ามะเฟือง เต่ากระ </p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoBodyText"> เต่าตะนุ (Green Turtle ) หนึ่งในจำนวนเต่าทะเลเหล่านั้นมีชีวิตที่ลึกลับน่าศึกษา พวกมันเป็นเต่าที่คนทั่วไปรู้จักดี แต่มีไม่กี่คนที่รู้พฤติกรรมของมัน Dr. Archie Carr นักสัตววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาประเทศสหรัฐอเมริกาผู้อยากรู้เรื่องราวของเต่าชนิดนี้ จึงได้ทำการศึกษาวิจัยและทำการติดตามศึกษา อยู่หลายปีซึ่งได้ข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งดังนี้</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoBodyText">
</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoBodyText"> มหาสมุทรอัตลันติก เป็นแหล่งที่มีเต่าตะนุชุกชุมแหล่งหนึ่งของโลก พวกมันหากินตามบริเวณ ที่มีกระแสน้ำอุ่น ตามน้ำตื้นชายฝั่ง ตามไหล่ทวีปซึ่งบริเวณดังกล่าวจะ มีอาหารอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะมีหญ้าทะเลที่เป็นอาหารโปรดของเต่าชนิดนี้ (Manatee Grass ) แต่เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์พวกมันกลับเลือกเกาะกลางมหาสมุทรหรือชายหาดที่ห่างฝั่งและห่างไกลจากแหล่งที่มันหากิน เป็นที่วางไข่ Dr. Archie Carr พบฝูงเต่าทะเลในบริเวณที่มีหญ้าทะเลตามชายฝั่งของบราซิลและเคลื่อนย้ายฝูงเข้าเกาะแอสเซนซั่น ( Ascension ) มีขนาดกว้าง 6 ไมล์ ยาว 7 ไมล์</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> ในช่วงเดือนธันวาคม เขาพบฝูงเต่าอพยพไปสู่เกาะเอสเซนซั่น ซึ่งห่างจากชายฝั่งถึง1,400 ไมล์ ทีเดียว เต่าฝูงนี้มีหลายสิบตัว แต่ละตัวไม่ได้อพยพมาที่เกาะแห่งนี้เป็นประจำทุก ๆ ปี Dr. Archie Carr ได้ติดเครื่องหมายไว้ที่ตัวเต่าเพื่อติดตามศึกษาพฤติกรรมบางประการ เขาพบว่ามันจะผสมพันธุ์ทุกๆ 2 ปี แต่มีบางตัวอาจจะรอถึง3 ปี เมื่อเดินทางมาถึงเกาะเอสเซนชั่น เต่าตัวเมียจะคลานขึ้นสู่ฝั่ง สาม - สี่ครั้ง หรือมากกว่านั้น แต่ละครั้งห่างกัน 12 วัน ทุกครั้งที่มันคลานขึ้นฝั่งบริเวณหาดทราย จะขุดหลุมทรายและวางไข่ซึ่งมีประมาณ 100 ฟอง ไข่เต่ามีขนาดเท่าลูกปิงปอง สีขาวหม่น เปลือกนิ่ม ในระหว่างที่ฝูงของมันเดินทางมาสู่เกาะแห่งนี้ เต่าตัวผู้และตัวเมียจะมีการผสมพันธุ์กันกลางมหาสมุทรในขณะว่ายน้ำ ซึ่งการผสมพันธุ์กันครั้งนี้ทำให้ไข่มีการปฏิสนธิแต่แม่เต่าจะไม่วางไข่ที่ผ่านการผสมพันธุ์ในครั้งนี้ แม่เต่าจะเก็บไข่ไว้ในท้องและจะวางในอีกสองสามปีข้างหน้า หลังจากวางไข่เสร็จแล้วแล้ว ฝูงเต่าจะอพยพกลับสู่ฝั่งบราซิลอีกครั้ง </p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">
</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> สองเดือนหลังจากที่แม่เต่าวางไข่ฝังกลบไว้ในหลุมทรายบนเกาะนั้น ไข่เต่าที่แม่ฝังไว้ในหลุมทราย ก็จะเริ่มฟักออกเป็นตัวโดยอาศัยแสงแดดและทรายที่อุ่นลูกเต่าจะค่อยๆ ขุดทรายและตะกาย ตัวออกมานอกหลุมทราย แล้วต่างมุ่งหน้าคลานต้วมเตี้ยมลงทะเล ลูกเต่าหากินอยู่ตามชายฝั่งทะเลน้ำตื้นๆ กินอาหาร พวกแพลงตอน ที่ลอยมาตามกระแสน้ำเป็นอาหาร และจะกลับขึ้นฝั่งหากินตามชายหาดเป็นครั้งคราว</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อเติบโตเป็นเต่าที่ตัวโตเต็มวัยแล้ว ลูกเต่า(วัยรุ่น)ก็จะกลับไปยังถิ่นกำเนิดคือชายฝั่ง ที่มันเคยเติบโตฟักออกจากไข่นั่นเอง เมื่อพวกมันจะกลับไปยังกลางมหาสมุทรห้วงน้ำเดิมที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของมันเคยแหวกว่ายผสมพันธุ์กัน และข่วงเวลาแห่งการเดินทางไกลก็จะกลับมาอีกครั้ง มาก่อนเชื่อว่าพฤติกรรมเช่นนี้คล้ายๆกับพฤติกรรมในปลาซาลมอนและปลาไหลทะเล ที่จะอพยพกลับไปสู่แหล่ง กำเนิดดั้งเดิมอันเป็นสัญชาติญานแห่งธรรมชาติ</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> ยังคงเป็นปัญหามืดมนและไม่มีใครรู้เรื่องราวอย่างละเอียด เกี่ยวกับการ อพยพมุ่งหน้าสู่เกาะเอสเซนชั่น เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ทั้งๆที่บริเวณที่เต่าทะเลหากินและบริเวณที่ผสมพันธุ์ไกลกันมาก Dr. Archie Carr อธิบายว่า “น่าจะเกี่ยวข้องกับไหล่ทวีป ในอตีตเมื่อหลายล้านปีก่อนเมื่อครั้ง ที่บรรพบรุษเต่าทะเลอพยพหาแหล่งวางไข่นั้น ชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกายังคงใกล้กันมากกว่าในปัจจุบัน นั่นหมายถึงว่าบรรพบุรุษเต่าหากินตามแนวชายฝั่ง และผสมพันธุ์ในบริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ต่อมาเมื่อทวีปแยกห่างออกจากกัน พวกมันก็ยังยึดเส้นทางเดิมที่เคยใช้มาเมื่อครั้งอดีต”</p>
<p style="margin: 12pt 0in 0pt" class="MsoNormal"> จะอย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้และรู้เหตุผลที่แท้จริง ที่แสนลึกลับมหัศจรรย์นี้ เกาะเอสเซนชั่นนั้นอยู่ห่างฝั่งแอฟริการาว 500ไมล์ เป็นเกาะที่กว้าง 6 ไมล์ ยาว 7 ไมล์ และเต่าต้องใช้ระยะทางในในเดินทางอพยพถึง 1,400 ไมล์ ว่ายน้ำไปท่ามกลางคลื่นลมในมหาสมุทร อันกว้างใหญ่ไพศาล มันไม่สามารถทำเสียงสะท้อนกลับได้เหมือนค้างคาว ทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เต่าทะเลน่าจะประสาทรับรู้กลิ่น รส หรือรับรู้เสียงได้ดี หรืออาจจะมีประสาทที่ไวต่อการ รับสนามแม่เหล็กโลก หรือ ปฏิกิริยาต่อแรงโคริโอลิส(Coriolis) ซึ่งเป็นแรงที่เกิดจากการเหวี่ยงตัว ของโลกระหว่างที่โลกหมุนรอบตัวเอง สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นตัวที่ส่งผลต่อสัตว์ ที่ท่องไปกลาง ทะเลกว้างก็ได้ </p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> Dr. Archie Carr ยังเชื่ออีกว่าสัตว์ทะเลที่แหวกว่ายไปตามเกลียวคลื่น ในทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นยังใช้ดวงอาทิตย์เป็นตัวกำหนดทิศในการเดินทางอีกด้วย</p>
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="BodyText2"><table border="0" width="438" style="width: 438px; height: 200px"><tbody><tr>
</tr></tbody></table></span></p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="BodyText2"> เต่าทะเลนักเดินทางไกลแห่งท้องทะเลได้เดินทางฝ่าคลื่นลมแห่งท้องทะเลเช่นนี้มานานนับล้าน ๆ ปีแล้ว และพวกมันจะยังคงเดินทางต่อไป ปริศนาอีกมากมายยังคงทิ้งปมไว้ให้มนุษย์ได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป มีสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ จำนวนของเต่าตะนุในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง นานมากแล้วที่ไม่เห็นเต่าขึ้นมาออกไข่ตามเกาะต่าง ๆ ในท้องทะเลไทย ไข่ของมันถูกลับลอบจับกินแม้แต่ลูกเต่าเองก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะรอดชีวิตน้อยมาก ควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์ชีวิตและแห่งอาหารของเต่าทะเล ให้มันยังคงและสืบลูกสืบหลานต่อไป</p> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="BodyText2"></h1> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="BodyText2"></h1> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"> </h1> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ข้อมูลเสริม · ในประเทศอเมริกาเรียกสัตว์ตระกูลเต่าทุกชนิดว่า Turtles. </p> · ในประเทศอังกฤษเรียกเต่าทะเลว่า turtles เรียกเต่าน้ำจืดว่า terrapins และเรียกเต่าบกว่า tortoises <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เอกสารอ้างอิง</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> 1. Ascension Islands Vayagers, The Fascinating Secrete of Ocean and Islanda ; Reader digest. </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal"> 2. What do yo know about Animals, Ian Jackson.</p> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal" align="left"></h1> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></h1> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></h1> <h5 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></h5> <h5 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></h5> <h5 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"> **สงวนลิขสิทธิ์** </h5> <h1 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"></h1> <h2 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"></h2> <h2 style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="left"> ขอขอบคุณ www.google.com อนุเคราะห์ภาพประกอบ </h2></span></span></span></span></span></span></span></span></strong></span></span></span></span></span></span>