Okนะ บล็อกาซีน ฉบับที่ 1

  ราชสดุดี เทียนคุณธรรม Hot News Update  

 เทอดไท้องค์ราชันย์


     สยามินทระเจ้า.........ภูมิพล พระเอย
คือพระพ่อทั่วไทย..........ทั่วหน้า
ไท้สุขผิปวงชน..............เป็นสุข
ชนสุขชาติยั้งช้า.............ชั่วกัลป์

     พระเสด็จทุกท้อง.......ถิ่นไทย
เยี่ยมเยือนบรรดาชน.......ใหญ่น้อย
อยู่เมืองอยู่กลางไพร.......อยู่ฝั่ง น้ำฤๅ
อยู่โขดเขาเท้าคล้อย.......เคลื่อนหา

     ประชาไหลหลั่งเฝ้า....จอมสยาม
ดูดดื่มพระเมตตา.............ท่านใท้
คราพระตรัสถามความ......ทุกข์สุข เขานา
เขาตอบซบหน้าไล้..........บาทบงสุ์

     พระดำเนินบุกพื้น.......พสุนธรา ท่านฤๅ
ยามย่างพระบาทลง.........แผ่นด้าว
กลาดเกลื่อนพัสตราประชา.ปูลาด พื้นทั่ว
รองทวิบาทท้าวไว้...........บ่ำบวง

   ทวยหาญผู้กาจแกล้ว..ชายแดน ไทยโอ้
พระพ่อเจ้ารำลวง..........เหล่าเกล้า
อาสาสมัครหมื่นแสน......ตำรวจ ทหารท่าน
ซึ่งสละชีพป้องหล้า.......แหล่งสยาบ

     พระเสด็จไตรตรวจข้อ.ทุกข์สุข
ยามรบยามสงบยาม.........พักฟื้น
แดนศึกพระสู้ลุก.............แล่นเยี่ยม เขานา
เจ็บป่วยช่วยให้ชื้น...........ชุ่มใจ

  ทศธรรมเอกเอี่ยมล้ำ.....เหลือหา แล้วเอย
ขัตติยะยิ่งจอมไทย........พ่อเจ้า
กสิกรรมพระนำพา..........ชาวไร่ นาแล
อาชีพพระเฝ้าเกื้อ...........ก่อกูล

บทร้อยกรองประกอบบทวิทยุเรื่อง
"ราชสดุดี 5 ธันวาคม"
ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
วันที่ 5 ธันวาคม 2524
พิมพ์ในหนังสือ
"ทวยราษฎร์รักบาทแม้ยิ่งด้วยบิตุรงค์"

 


 

"เราต้องตอบแทนความรักของประชาชน ด้วยการทำมากกว่าพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดทุกข์ของพวกเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา ประชาชนเป็นมิตรของพระมหากษัตริย์ มิตรนี่ในความหมายที่แท้จริง คือ ผู้ที่เอื้อเฟื้ออย่างกว้างขวาง คอมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลืออย่างลึกซึ้งกว้างขวางและพระมหากษัตริย์ก็ไม่เป็นภัยต่อประชาชน"

พระราชกระแสรับสั่งของในหลวงกับสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

 


 

         นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ มีความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง และความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมากมาย แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงปรับพระองค์ ในพระราชสถานะประมุขของรัฐและสัญญลักษณ์ของชาติ ให้สอดคล้องกับกระแสแห่งความเจริญ และความไม่แน่นอนต่างๆ ได้ด้วยดีตลอดมา ทรงเน้นย้ำว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ" ดังที่ครั้งหนึ่งได้พระราชทานสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนิตยสาร Leader ที่เกี่ยวกับการปรับบทบาทของพระองค์ เมื่อกว่า 20 มาแล้ว ความว่า

"กษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศและหากกษัตริย์ดำเนินบทบาทนี้ได้สำเร็จ ก็จะเป็นสัญยลักษณ์ที่มีชีวิตของประเทศนั้น กษัตริย์ต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาวิญญาณของประเทศไว้ด้วย เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเรือนร่าง หรือวิญญาณของประเทศ ทั้งนี้หมายความว่า ประชาชนซึ่งรวมตัวกันเป็นประเทศ ย่อมมีลักษณะต่างๆกันไป แต่ลักษณะร่วมของประเทศนั้น ต้องมีอยู่ในตัวกษัตริย์"

 


 

          อาจกล่าวได้ว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ในช่วงต้นรัชกาลนั้น มุ่งเน้นในทางสังคมสงเคราะห์และสาธารณสุข เป็นไปเพื่อการบำเพ็ญทาน และพระราชทานขวัญกำลังใจเป็นหลักใหญ่ แต่ครั้นเวลาล่วงไปได้ระยะหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชปรารภว่า พระราชกรณียกิจดังได้ทรงปฏิบัติมาแล้วนั้น ไม่ได้การแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาและไม่ก่อให้เกิดผลอันถาวรยั่งยืน จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเสียใหม่ ดังที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเล่าพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ใน วโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2526 ความตอนหนึ่งว่า

"ตัดสินพระทัยว่า การที่จะเสด็จไปไหนๆแล้วแจกผ้าห่ม แจกเสื้อผ้า เป็นการถมมหาสมุทร อย่างไรก็ช่วยไม่ได้หมด ทางที่ดีรับสั่งว่า ต้องลงไปพูดคุยกับเขา สอบถามถึงความทุกข์ของเขาว่าอยู่ที่ไหน เพราะเหตุใดจึงอดอยาก เหตุใดข้าวจึงไม่ได้ผล ไร่จึงไม่ได้ผล"

ปลุกขวัญปวงประชา

ร่วมใจกันจุด
เทียนคุณธรรม
ให้ส่องสว่างทั่วไทย

เพื่อในหลวง
เพื่อคนไทย
เพื่อประเทศไทย

****

"><   
 ความสามัคคี  ความซื่อสัตย์  ความกตัญญู
      

...... เรียนพล.อ.สนธิ บุณยกลิน
ด้วยความเคารพ โปรดฟังสักครั้งหนึ่ง!

 

ส่งเสริมค่าธรรมาธิปไตย

             ให้ท่าน ท่านจักให้........ตอบสนอง
        นบท่าน ท่านจักปอง..........นอบไหว้
        รักท่าน ท่านควรครอง.......ความรัก เรานา
        สามสิ่งนี้เว้นไว้..................แต่ผู้ทรชน

             แม้มีความรู้ดั่ง.............สัพพัญญู
        ผิบ่มีคนชู.........................ห่อนขึ้น
        หัวแหวนค่าเมืองตรู..........ตาโลก
        ทองบ่รองรับพื้น...............ห่อนแก้ว มีศรี

             พลูหมาก จากโอษฐ์โอ้...เสียศรี
        หญิง จากจอมสามี............ครอบเกล้า
        เรือน ปราศจากบุตรี..........ดรุณเด็ก
        เมือง จากจอมภพเกล้า.......สิ่งนี้ ฤๅงาม

             ใครจะผูกโลกแม้........รัดรึง
        เหล็กเท่าลำตาลตรึง.........ไป่มั่น
        มนต์ยาผูกนานหึง............หายเสื่อม
        ผูกไมตรีนั้น....................แน่แท้ วันตาย.

    •         โคลงโลกนิติ
 


BLOGAZINE

 

HOT News Update


หัวข้อข่าวน่าติดตาม

NEW IDEAs

สู้ภาวะโลกร้อนด้วย Instant Hot Ice
รับรองหนาวถึงขั้ว

 

***

การปรุงอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า

          ความสะดวกสบายที่ได้รับจากการปรุงอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ในเมือง เพราะสะดวก ปราศจากควัน รวดเร็วไม่สิ้นเปลืองเวลา และรูปแบบการปรุงอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าเหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยมีพื้นที่จำกัด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับปรุงอาหาร ได้แก่ หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้า กาต้มน้ำร้อน กะทะไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องปั่นผลไม้ เครื่องผสมอาหาร เป็นต้น

          ซึ่งมีข้อสังเกตว่า การนำไฟฟ้ามาเปลี่ยนเป็นความร้อนนั้น จะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก ประมาณได้ว่ากินไฟ้เกินกว่า 1,000 วัตต์ ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะที่จะรับความร้อนได้เร็วหรือช้าเพียงใด

วิธีประหยัดไฟฟ้าแบบง่ายๆ ทำได้โดย

- ทำอาหารต้องมีแผน การประกอบอาหารแต่ละครั้งควรเตรียมเครื่องปรุงต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนแล้วจึงเปิดสวิตช์เตาไฟฟ้า ตั้งกะทะประกอบอาหารแต่ละอย่างติดต่อกันไปรวดเดียวจนเสร็จ

- เมื่อใช้เตาไฟฟ้าควรใช้ภาชนะก้นแบน เช่น กะทะ หม้อ ควรเป็นชนิดก้นแบนพอดีกับเตา ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะจะได้รับความร้อนจากเตาอย่างเต็มที่ อาหารจะสุกเร็ว

- ใส่น้ำพอสมควร การหุงต้มอาหารเช่น ต้มผัก อย่าใส่น้ำมากนัก นอกจากจะไม่น่ารับประทานแล้วยังเปลืองไฟ อาหารสุกช้า และยังเสียคุณค่าทางอาหารอีกด้วย การปิดฝาหม้อจะทำให้อาหารร้อนเร็วขึ้น

- การประกอบอาหารด้วยเตาไฟฟ้า ควรปิดสวิตช์ก่อนอาการจะสุกเล็กน้อย เพราะความร้อนที่สะสมอยู่ที่เตายังคงมีพอที่จะทำให้อาหารสุกได้ การทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้

- ในกรณีที่ใช้เตาอบไฟฟ้า หรือ เตาอบไมโครเวฟ ซึ่งเป็นเครื่องไฟฟ้าที่ให้ความร้อนในลักษณะของการอบอาหาร เช่น อบไก่ เนื้อ เค็ก ขนมต่างๆ
เตาอบไฟฟ้าจะกินไฟมากหรือน้อยแล้วแต่ขนาดเล็กหรือใหญ่ส่วนมากจะใช้ไฟตั้งแต่ 650 - 1,500 วัตต์ องค์ประกอบที่ทำให้สิ่งที่อบร้อนเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับชนิดรูปร่างและปริมาณอาหารที่นำมาอบจึงควรปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานจะช่วยให้ประหยัดไฟได้

อาบน้ำให้ป๋ม อย่าใช้น้ำเปลืองนะงับ
ช่วยกันประหยัดทรัพยากรนะงับ 
ไม่ต้องเอาไดร์มาเป่าขนให้ป๋มนะงับ
ประหยัดพลังงานหน่อยนะงับ แฮ๊ก แฮ๊ก

โฮ่งดีมีสุขนะงับ[ ลูกหมาน้อย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นานา ฮาเฮ

คำสำคัญ (Tags)#เทิดไท้องค์ราชันย์#โอเคนะ บล็อกาซีน#okna blogazine#ปลุกขวัญปวงประชา#ส่งเสริมค่าธรรมาธิปไตย

หมายเลขบันทึก: 123592, เขียน: 30 Aug 2007 @ 22:10, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:08, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)