สวัสดีครับทุกท่าน
พูดด้วยเรื่องของธรรมชาติไปหลายครั้งแล้วนะครับ วันนี้นำบทความเกี่ยวกับ ธรรมชาติ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของคนเพื่อทำความเข้าใจ เป็นสาขาใหม่ที่น่าสนใจ ที่ชื่อว่า ไบโอนิค BIONIC โดยมีการศึกษาและเข้าใจธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงาน เรียกว่าครบทั้ง Structure and Function เลยทีเดียวครับ
ไบโอนิคเป็น สาขาวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างใหม่ ชื่อของมันเกิดจากการผสมคำระหว่าง ไบโอโลจี (ชีววิทยา)และ เทคนิค ในส่วนที่หลักการชีววิทยา มาสัมพันธ์กับวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยมีจุดประสงค์ที่จะนำวิธีการแก้ปัญหาตามวิถีธรรมชาติเข้ามาประยุกตร์ใช้ใน สาขาเทคนิค เพื่อจะได้นำเอา “การคิดค้นของธรรมชาติ” ที่มีพัฒนาการมากว่าหลายล้านปี ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้ว่าคำว่า “ไบโอนิค”จะเพิ่งกิดขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 60 แต่การเรียนรู้จากธรรมชาติมีประวัติศาสตร์ยาวนาน กว่านั้นมาก มนุษย์ใฝ่ฝันและพยายามอย่างเหลือเกินที่จะบินให้ได้เหมือนนก ถึงกับลงทุนประดิษฐ์ปีกติดแขนสองข้างให้กระพือบินได้ หลายครั้งที่การทดลองเลียนแบบเช่นนี้จบลง ด้วยความล้มเหลว จนกระทั่ง อ็อตโต้ ลิเลียนทาล Otto Lilienthal (ค.ศ 1891 ) กลายมาเป็นมนุษย์คนแรกที่บินได้สำเร็จด้วยการใช้เครื่องร่อน
จนถึงยุคปัจจุบัน ได้มีการนำหลักการไบโอนิคมาใช้แก้ปัญหาในศาสตร์ทุกสาขา โดยมีหลายสาขาที่ประสบ ความสำเร็จ อย่างสูง ท่านสามารถอ่านข้อมูลต่อได้ ที่นี่

เพนกวินเจนทู (Pygoscelis papua), แม่แบบของรูปทรงกระสวยที่ลอยตามกระแสน้ำได้ดี รูปจาก Luginsland, K., Landesmuseum für Technik und Arbeit, มันน์ไฮม์

หุ่นยนต์ปีนป่าย Robug II สามารถปีนบนผนังแนวตั้งได้เหมือนจิ้งจก

อวัยวะสัมผัสที่เป็นช่องระหว่างตาและจมูกในงูหางกระดิ่ง (Crotalus spec.) เป็นระบบสัมผัสที่ใช้ในการมองเหมือนกล้องรังสีอินฟาเรด
โครงสร้างน้ำหนักเบาในธรรมชาติ ดูตัวอย่างจากกระดูกตะคาก (กระดูกเชิงกราน) ของหมีดำ (Euarctos americanus)ใช้ประโยชน์และรักษา

ในสาขาโบโอนิคด้านพลังงานและสภาวะอากาศ ได้มีการค้นคว้าหาทางออกให้กับการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และเสาะหาพลังงานทดแทน โดยได้มีการทดลองนำหลักการสังเคราะห์แสง ไปใช้เพื่อการพัฒนาเซลล์สุริยะแบบใหม่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการสร้างบ้านตามแนวคิด “บ้านประหยัดพลังงาน” โดยได้นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็น แหล่งให้ความอบอุ่นให้ได้เต็มพลังที่สุด การค้นพบกลไกการทำความสะอาดตัวเองของพืชหรือที่เรียกว่า “โลตัสเอฟเฟ็ค” ก็เป็นความสำเร็จ ทางชีวเทคนิคอีกประการหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำและสารเคมีที่ใช้ ในการซักล้าง
สาธิตการใช้งาน; เซลล์สุริยะเกรทเซลแบบใสมีขนาด 10*15 ซม สามารถขับเคลื่อนพัดลมได้
รูปโดย K. Luginsland, LTA Mannheim
ตัวอย่างใหม่ๆ ที่น่าสนใจครับ<p>
</p><p>
</p><p> เห็นไหมครับ ว่ามีการดัดแปลง ประยุกต์ใช้ ได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียวครับผม ไม่ว่าจะเป็นการ Optimize เรื่องต่างๆ รูปทรงหรือคุณสมบัติในด้านบทบาทหน้าที่นะครับ</p><p> </p><hr width="100%" size="2"><p>
</p>
ความสัมพันธ์ ระหว่าง ธรรมชาติ Nature กับ เทคนิค หรือ Engineering
Abb. 1 + 2: Absenkung des Cockpits im Landeanflug Analytische Bionik Abb. 3 - 5: Übertragung des Strömungsverhaltens von Haifisch-Schuppen auf die Beschaffenheit der Flugzeugoberfläche zur Reduzierung des Treibstoffverbrauchs Abbildung 6 - 8: Durch die Analyse des Vogelflugs wurden einige aerodynamische Tricks aufgedeckt, die für die Flugzeugkonstruktion interessant sind (z.B. Multiwinglets, Rückstromtaschen) Abb. 9 - 11: Die Selbstreinigungskraft der Lotusblume durch ihre genoppten, aus einer Wasser abweisenden Wachskristallschicht bestehenden Blätter, wird auf die Erschaffung künstlicher, nicht verschmutzender Oberflächen übertragen



ที่มา http://www.bionicsolutions.de/index.php?METHODE_BIONIK&PHPSESSID=915b1fe579c91b3f47cb43d4d9fa4806
</span><hr width="100%" size="2"><p> </p><p>มาดูตัวอย่างใกล้ตัวในบ้านเราบ้างนะครับ ว่ามีการนำไปใช้อย่างไรกันบ้างครับ เป็นแนวทางหนึ่งของ Bionic เหมือนกันครับ</p><p>
</p><p>ภาพจาก http://gotoknow.org/file/parpak (พี่แป๋วครับ) </p><p> คุณจะคิดถึงการนำไปใช้ด้านไหนได้บ้างครับ ในทาง ไบโอนิคครับ</p><p> </p><p>เป็นไงบ้างครับ หลายๆ ตัวอย่าง เห็นอะไรน่าสนใจกันบ้างไหมครับผม</p><p>
</p><p> ขอบคุณมากครับ</p><p>เม้ง สมพร ช่วยอาีรีย์ </p><p> </p>

สวัสดีครับคุณตรีเพชร
ไบโอโลจี biology หรือ บีโอโลกี (ภาษาเยอรมัน) แปลเป็นไทยคือ วิชาชีววิทยา ครับ
ศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของสิ่งมีชีวิต พัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนะครับ รวมไปถึงหน้าที่และบทบาทต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ครับ แต่ท้ายที่สุดแล้วศาสตร์ทุกศาสตร์จะอยู่ภายใต้หลักวิชาปรัชญาทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นวิทย์หรือศิลป์ หรือสาขาใดๆ ก็ตามครับ รวมกันเป็นหนึ่งเดียวและเกี่ยวข้องกันครับ
<div id="mb_1">
ขอบคุณมากครับ
เม้ง</div>
สวัสดีค่ะอาจารย์
บทความข้างต้นน่าสนใจมาก แต่ถ้าจะเรียนและทำความเข้าใจจริงๆ คงจะต้องใช้คณิตศาสตร์ขั้สูงใช่ไหมค่ะ และหนูเชื่อว่าถ้าเด็กนักเรียนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคณิตศาสตร์กับธรรมแบบนี้ นักเรียนคงจะชอบคณิตศาสตร์มากกว่าเดิมที่ต้องทนนั่งเรียนเพียงเพื่อแค่ใช้ทำข้อสอบ ขอบคุณที่นำมาบอกกล่าวค่ะ
ครับ การสอนที่ประสบความสำเร็จก็ต้องสอนให้เห็นคณิตศาสตร์ในทุกๆ บริบทครับ สำหรับความรู้ที่ใช้ก็บูรณาการเอานะครับ มันทุกๆ เรื่องครับ บางที่ไม่ต้องขั้นสูงครับ อยู่ที่เราจะมองในมุมไหน อธิบายด้วยคณิตฯ ตัวไหนครับ
ยังมีอะไรอีกเยอะครับ ที่เรายังไม่รู้ครับ เรียนรู้กันต่อไปครับ