การพัฒนาเครือข่ายเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน
สรุปบทเรียน เครือข่ายการเรียนรู้อำเภอสนามชัยเขต
วันที่ 25 มีนาคม 2549
ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลสนามชัยเขต
แนวทางในการทำเครือข่ายการเรียนรู้อำเภอสนามชัยเขต โดยให้แต่ละPCU ที่มีกิจกรรมที่อยากให้ที่อื่นได้เรียนรู้ได้นำเสนอดังนี้PCU ลาดกระทิง
มีการเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังโดยใช้ทีมสหวิชาชีพ ลงไปดำเนินงาน โดยทีม PCU ลาดกระทิงมีเภสัชกรหญิง ศิริพร เป็นหัวหน้าทีม ได้มีการพูดคุยและเตรียมCaseในการจะไปเยี่ยม โดยศึกษาข้อมูลพื้นฐานของแต่ละบุคคล ที่จะไปเยี่ยม โดยไปเยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เดือนละ 3-4 ราย ตามแผนการเยี่ยม
PCU ชำป่างาม
มีการดำเนินงานป่าชุมชน โดยให้ชาวบ้านเป็นผู้ดำเนินงานในการปลูกป่า และดูแลป่า โดยมีการจัดตั้งกลุ่ม ซึ่งกลุ่มเกิดจากผู้มีความรู้ทางด้านสมุนไพร มีการอบรม ให้ความรู้แก่สมาชิกภายในกลุ่ม มีการจัดทำป้ายชื่อสมุนไพร และสรรพคุณ ในป่าชุมชน
PCU ทุ่งพระยา
มีการดำเนินงานไข้เลือดออกที่ดี ที่บ้านภูเขาทอง ตำบล ทุ่งพระยา โดยใช้กลวิธีทำให้บ้านสะอาด โดยขอความร่วมมือจากชาวบ้านในหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน และมีการตัดตั้งทีมงานสุ่มลูกน้ำยุงลาย ซึ่งคัดมาจาก อสม. ดำเนินการออกตรวจในหมู่บ้าน มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกบ้านเก็บขยะที่จะเป็นบ่อเกิดของลูกน้ำยุงลายได้ มีการเลียงลูกปลาบู่ ในตุ่มน้ำใช้ ซึ่งหมู่บ้านหนี้ได้ผ่านการตรวจจากทีมงาน อสม. จากหมู่บ้านอื่นๆมาตรวจดูลูกน้ำทุกหลังคาเรือน
จากการทำงานที่ประสบความสำเร็จของทั้ง 3 PCU ซื่งทุกกลุ่มที่มานำเสนอประสบการณ์ มีความคิดเห็นร่วมกันว่า การดำเนินงานเยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรังของอำเภอสนามชัยเขต มีแนวทางการทำงานที่น่าจะนำมาใช้กับงานในปัจจุบันได้ และส่งผลดีในการดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคในผู้ป่วย จึงมีมติร่วมกันที่จะเรียนรู้ในเรื่องของผู้ป่วยโรคเรื้อรังร่วมกันซึ่งผู้ป่วยโรงเรื้อรังในอำเภอสนามชัยเขตมีหลายโรค กลุ่มมีความสนใจที่จะเรียนรู้ในโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซื่งในการประชุมครั้งต่อไปขอให้ทางผู้ประสานงานกลุ่มหาข้อมูลผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในอำเภอสนามชัยเขต มาเพื่อมาสรุปว่าโรคใดที่กลุ่มน่าจะเรียนรู้กันมากที่สุด และให้ทุกพื้นที่นำเสนอแนวการทำงานเกี่ยวกับโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
สรุปบทเรียน เครื่อข่ายการเรียนรู้อำเภอสนามชัยเขต
วันที่ 25 พฤษภาคม 2549
ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลสนามชัยเขต
จากการประชุมในครั้งที่ 1 โดยให้กลุ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง คือเบาหวาน และความดันโลหิตสูง เครือข่ายอำเภอสนามชัยเขต จึงมีมติร่วมกันว่าจะดำเนินการในเรื่องของเบาหวาน ซึ่งในการประชุมครั้งก่อน ที่ประชุมมีแนวคิดว่าจะทำเรื่องเบาหวานโดยใช้การคูณธาตุ เป็นการกำหนดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในเรื่องการกิน แต่เนื่องจากผู้รับผิดชอบในเรื่องการคูณธาตุ มีภารกิจในการศึกษาต่อทำให้ไม่มีเวลาในการมาร่วมในเครือข่าย จึงมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำโครงการ โดยนำโครงการเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยใช้กระบวนการกลุ่มซึ่งปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่คลินิกพิเศษในโรงพยาบาลสนามชัยเขตได้ทำกลุ่มการเรียนรู้ในผู้ป่วยเบาหวานที่อยู่ในเขตPCU คู้ยายหมี กลุ่มเครือข่ายจึงมีความสนใจนำกระบวนการทำกลุ่มในผู้ป่วยเบาหวานมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างสูงสุดทั้งในเครือข่ายเจ้าหน้าที่ และในผู้ป่วย โดยมีพื้นที่ตัวอย่างในอำเภอสนามชัยเขตหลายพื้นที่ เช่น ตำบลลาดกระทิง ตำบลคู้ยายหมี ซึ่งมีแนวทางการทำงานที่ต่างกัน และเมื่อพื้นที่ที่คัดเลือกได้มีการทำงานในเครือข่ายการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้กระบวนการ
กลุ่มในผู้ป่วยเบาหวานเป็นไปตามเป้าประสงค์ ก็จะขับเคลื่อนไปทั้งอำเภอให้เป็นเป้าหมายสูงสุด โดยกลุ่มเรียนรู้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายของอำเภอสนามชัยเขต ว่าจะดำเนินการในพื้นที่ ตำบลลาดกระทิงทั้งหมด และ พื้นที่บ้านหนองยาง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ PCU คู้ยายหมี โดยจัดทำคำสั่งแบ่งหน้าที่ในการทำเครือข่ายให้ชัดเจน เนื่องจากมีข้อเกี่ยวพันในเรื่องของการปฏิบัติงานประจำ เมื่อมีคำสั่งก็จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่และการทำงาน หรือการจัดตั้งผู้รับผิดชอบที่มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งต้องทราบสถานการณ์ผู้ป่วยเบาหวานในปัจจุบันของอำเภอสนามชัยเขต จากผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ โดยหาข้อมูลการรักษาของผู้ป่วย เช่นขาดยามีกี่ราย น้ำตาลคุมไม่ได้กี่ราย โดยคำนิยามว่าคุมไม่ได้ให้ดูจาก การเจาะเลือดว่าเกินมาตราฐาน 120 ในการเจาะ 3 เดือนติดต่อกัน และนำข้อมูลมาประชุมกันในการพูดคุยในครั้งต่อไป รวมถึงการกำหนดกิจกรรมกลุ่ม ให้ตั้งโมเดลขึ้นมาเพื่อให้เป็นแนวทางในการทำกลุ่ม โดยขอความร่วมมือจากสหวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร แพทย์แผนไทย กายภาพ ร่วมกันคิดว่าควรจะมีกิจกรรมกลุ่มอะไรบ้างโดยขอให้แต่ละคนไปคิดกิจกรรมกลุ่มซึ่งตนเองจะต้องรับผิดชอบมา ซึ่งถ้าไปทำในพื้นที่ของสถานีอนามัย เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยถือว่าเป็นสหวิชาชีพ ต้องทำได้ทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นงานที่หนักสำหรับสถานีอนามัย จึงอาจจะต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของ รพ.ผ่านทางเลขาในแต่ละ PCU ให้ไปช่วยTraining เจ้าหน้าที่ซึ่งจะนำมาเป็นประเด็นเรียนรู้ในการประชุมครั้งต่อไป <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สรุปบทเรียน เครือข่ายการเรียนรู้อำเภอสนามชัยเขต</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">วันที่ 18 กรกฎาคม 2549</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลสนามชัยเขต</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จากการประชุมครั้งที่2 กลุ่มเรียนรู้ได้มีประเด็นที่ต้องค้นหาร่วมกันดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การค้นหาข้อมูลการรักษา / อาการแทรกซ้อนของผู้ป่วย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การตั้งเกณฑ์ชี้วัดในเครือข่ายการเรียนรู้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กระบวนการเรียนรู้กลุ่มทั้งในเจ้าหน้าที่ และในผู้ป่วย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งกลุ่มเรียนรู้ได้จัดหาข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยเบาหวานในเขตพื้นที่เป้าหมายดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> จำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่รับการรักษาในPCU คู้ยายหมี 97 ราย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> จำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่รับการรักษาในPCU ลาดกระทิง 23 ราย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยเบาหวานทำให้มองเห็นชัดเจนในเรื่องภาวะ Hypoglycemia / Hyperglycemia ที่เป็นปัญหาสำคัญของผู้ป่วยในการAdmit และถึงขั้นComa จากการทบทวนสถิติการAdmit ด้วยภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานของอำเภอสนามชัยเขตพบว่า ภาวะHypoglycemia มีสถิติAdmit จำนวน 39 ครั้งต่อปี และAdmit ด้วยHyperglycemia จำนวน 14 ครั้งต่อปี และมีอาการ Coma จำนวน 3 ครั้งต่อปี และมีภาวะ DM with Ketoacidosis จำนวน 1 ราย จากสถิติดังกล่าวกลุ่มเรียนรู้พบว่าภาวะHypoglycemia เป็นปัญหาสำคัญในผู้ป่วยเบาหวาน กลุ่มเรียนรู้จึงนำปัญหามาตั้งเป็นเกณฑ์ชี้วัด โดยวัดได้จาก</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">1. การมาAdmit ด้วยภาวะHypoglycemia ลดลง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">2. เมื่อเกิดภาวะHypoglycemia ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ทำให้ไม่เกิดภาวะที่รุนแรงมากขึ้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เกณฑ์</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">1.วัดจาก สถิติที่มา Admit ด้วยภาวะHypoglycemia ลดลง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">2. จากการประเมินการเกิดภาวะHypoglycemia ในช่วงที่ทำกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ในผู้ป่วย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สมาชิกกลุ่มเรียนรู้ได้มีคำถาม ในเรื่องเกณฑ์ชี้วัดในการทำกลุ่มแต่ละครั้งควรจะได้อะไร และวัดได้จากอะไร ระยะเวลาในการประเมินเป็นอย่างไร </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ข้อสรุปของกลุ่ม ต้องการให้เกิดการเรียนรู้ในผู้ป่วยจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของสมาชิกกลุ่ม และจากการให้ความรู้ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับโรคและการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน ระยะเวลาประเมินทุก 6 เดือนตามเกณฑ์ชี้วัด</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มเรียนรู้มองเห็นว่ารูปแบบกระบวนการทำงานของแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน กลุ่มจึงหาแนวทางในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จัดทำคู่มือการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน โดยทีมสหวิชาชีพ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">มีการConference case ร่วมกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">มีการเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในด้านวิชาการที่เกี่ยวกับความรู้/ทักษะการปฏิบัติงาน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จัดหาสื่อ อุปกรณ์ในการทำกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เพื่อให้กระบวนการทำงานสำเร็จ และสามารถปฏิบัติได้จริง กลุ่มจึงวางแผนจัดทำโครงการ โดยขอให้สมาชิกกลุ่มกลับไปหาแนวทางและวิธีในการทำโครงการ และนัดประชุมกลุ่มสหวิชาชีพ เพื่อหาแนวทางในการจัดทำคู่มือปฏิบัติ</p> ผลลัพธ์ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่าย <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ทีมมีการปรับกระบวนความคิด ทัศนคติในการเรียนรู้ร่วมกันจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน การค้นหาข้อมูลพื้นฐาน/ ข้อมูลวิชาการให้เกิดแนวทางในการดูแลผู้ป่วยที่เหมาะสม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ทีมเครือข่ายเรียนรู้มีแนวทางชัดเจนในการเรียนรู้ วางแผนกระบวนการทำงานโดยมี</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> เป้าหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เกิดการเรียนรู้เรื่องการบริหารเวลาเพื่อให้งานที่เป็นงานประจำ และงานเครือข่ายการเรียนรู้มีความสอดคล้อง และเกิดผลสำเร็จของงาน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เกิดการเรียนรู้ในการควบคุมอารมณ์การตัดสินใจ การแสดงความคิดเห็นซึ่งบางครั้งไม่ตรงกัน หรือการผลักดันให้เกิดแรงขับเคลื่อนในการทำงานร่วมกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันในการทำงานเพื่อให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้</p><p> </p>