ความสุข

  ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก  

 ประชากรที่มีความสุขที่สุดในโลก

 มนุษย์เราโดยมากมักอยู่อาศัยรวมกันเป็นสังคม  ครอบครัวคนไทยเดิมเป็นครอบครัวใหญ่มีปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอาอยู่กันพร้อมเพรียง ความเป็นอยู่ของคนในอดีต หลายคนถวิลหา ผู้คนล้วนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันกันกินกันใช้ ในน้ำมีปลาในนามีข้าวอุดมสมบูรณ์ ปราศจากมลพิษ  แต่ปัจจุบันคนเกิดเพิ่มขึ้นความเป็นอยู่ต้องแก่งแย่ง และทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด จนลืมนึกไปว่าสุดท้ายที่ทำไปนั้นคิดหรือว่าจะพ้นตัว ผลการกระทำต่างๆนั้นกลับย้อนเข้ามาหรือกลับมาทำลายตัวทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดูตัวอย่างการทำไร่ทำนาของชาวไร่ชาวนาไทยซิ  ผลผลิตที่ออกมาหลายคนไม่รู้หรอกว่าทั้งปุ๋ยและสารเคมี ยาฆ่าแมลงที่อัดฉีดกันเข้าไปเพื่อให้พืชไร่พืชผักผลไม้ของตนสวยงาม  ขนาดที่ว่าเจ้าของสวนเจ้าของไร่บอกทำเองยังไม่กล้ากิน  ต้องแบ่งไร่สวนที่นาที่ไร้สารเคมีไว้กินเอง คิดดูก็แล้วกันนี่เพราะอะไรเพราะความเห็นแก่ตัว โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นว่าบริโภคเข้าไปแล้วจะไปสะสมสารเคมีมากแค่ไหน จนทำให้เกิดสารพัดโรคที่สมัยก่อนไม่มี 

นอกจากผลผลิตต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ทุกวันนี้มนูษย์ยังช่วยกันทำลายสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ป่าชายเลน แม่น้ำ ลำธาร อากาศ ฯ จนเกิดภาวะโลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติสูญหายหรือหมดไปทีละน้อย  หลายคนดิ้นรนหนีเมืองเข้าป่า เพื่อแสวงหาธรรมชาติหลายคนเริ่มรู้ว่าธรรมชาติที่บริสุทธิ์มีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งหลาย  ช่วยกันขยายผลคุณประโยชน์ ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อคนทั้งโลกไม่ใช่เพื่อคนชาติใดชาติหนึ่ง  ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเล่าว่ามีมูลนิธิเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คน (News Economics Foundation ของอ้งกฤษ ) ได้ทำดรรชนีแห่งความสุขของโลก โดยวัดจากความพึงพอใขในวิถีชีวิต อายุขัย และความสุขที่ได้รับจากสภาพแวดล้อม ยกให้เป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก หรือแชมป์แห่งความสุข  ในขณะที่สหรัฐอเมริกาประเทศร่ำรวยอยู่อันดับที่ 150 ไทยเราอยู่อันดับที่ 32 ของโลก ภูฎานอันดับที่ 13 ประเทศทีว่านี้คือ สาธารณรัฐวานูอาตู เป็นหมู่เกาะเล็กๆ 83 เกาะ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตทางตะวันตกใกล้กับออสเตรเลีย โดยมีทะเลคอรัลกั้นอยู่ ทางด้านตะวันออกติดกับฟิจิทางเหนือขึ้นไป คือหมู่เกาะโซโลมอน และทางใต้เป็นนิวคาลิโดเนียของฝรั่งเศส   เดิมประเทศนี้อยู่ใต้การปกครองของอังกฤษและฝรั่งเศส  จนถึงปี พ.ศ.2523 ปัจจุบันมีประชากร 217,800 คน มีภาษาพูด 113 ภาษา ชาวเมืองส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ ที่สำคัญทั้งประเทศมีสถานีโทรทัศน์เพียง 1 ช่อง มีสถานีวิทยุคลื่นสั้นคลื่นยาวอย่างละสถานี มีหนังสือพิมพ์รายวันแค่ฉบับเดียว  บนเกาะมีความอุดมสมบูรณ์และพวกเขาช่วยกันรักษาสภาพธรรมชาติไว้ไม่ให้ความเจริญทางวัตถุเข้ามามีอิทธิพลเหนือจิตใจ  เป็นอย่างไรบ้างอ่านแล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูสังคม

คำสำคัญ (Tags)#ความสุข

หมายเลขบันทึก: 119031, เขียน: 12 Aug 2007 @ 12:07, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:52, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

            อ่านแล้วอยากไปอยู่รัฐวานูอาตูค่ะ