SLOW DANCE ใช้ชีวิตกันช้าๆ ลงหน่อย

ไอน้ำ
มีชีวิตอยู่กับการแข่งขันและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ก็เหมือนกับการเต้นรำที่เร็วเกินทำนองเพลง เต้นเร็วไปจะดื่มด่ำกับความไพเราะของเสียงดนตรีได้อย่างไร?

เรื่องที่อยากนำมาคุยใน Look on the Bright Side คราวนี้ค่อนข้างจะย้อนยุคอยู่สักหน่อย..แต่จะว่าไป..ตั้งแต่เขียนบันทึกส่งมานี้ ก็เป็นเรื่องย้อนยุคทุกครั้ง...

ที่มาของบันทึกคราวนี้มีอยู่ว่า มีพันธมิตรของผู้เขียนนำบทความมาให้อ่าน เรื่อง “ก้าวช้าๆ นะชีวิต” ของคุณกรรณิการ์ พรมเสาร์ จากวารสาร “ดอกหญ้า” ฉบับเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2549 ในบทความมีเนื้อหาสะดุดใจชวนให้อ่าน โดยเริ่มจากข้อความที่แปลมาจากบางส่วนของบทกวีชื่อ SLOW DANCE  และอธิบายไว้ว่า
“...เขียนโดยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง และจะมีชีวิตอยู่อีกเพียง 6 เดือน เมล์นี้มีการส่งต่อๆกันเมื่อต้นๆปี 2545 ป่านนี้เธอก็คงยังอยู่..อยู่ตรงไหนสักแห่งของจักรวาล...ปัจจุบันนี้มีการนำบทกวีของเธอไปโพสต์ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆหลายแห่ง เพื่อเตือนสติให้ใช้ชีวิตอย่างช้าๆ และเต็มเปี่ยม...”

ผู้เขียนเกิดความรู้สึกว่าอยากอ่านบทกวีดังกล่าวที่เป็นฉบับสมบูรณ์ขึ้นมาทันที จึงไปค้นหาบทกวี SLOW DANCE  ในเว็บไซต์ จนได้ข้อมูลมาคุยกัน ก็คือว่าเมล์ดังกล่าวถูกส่งต่อๆ กันมาตั้งแต่ประมาณปี 1999 หรือ พ.ศ. 2542  มีข้อความเริ่มต้นดังนี้

Hi All,

Here's something to make you stop and think!

Please read the whole message, it is from a child.

Be sure you read the end of this message.

ที่จะอ่านต่อไปนี้เป็นบทกวี SLOW DANCE ฉบับสมบูรณ์ที่เราจะนำมาคุยกันค่ะ


S L O W  D A N C E


Have you ever watched kids
On a merry-go-round,
Or listened to the rain
Slapping on the ground?

Ever followed a butterfly's erratic flight,
Or gazed at the sun into the fading night?

*You’d better slow down.
  Don't dance so fast.
  Time is short.
  The music won't last.

Do you run through each day on the fly?
When you ask "How are you?"
Do you hear the reply?

When the day is done,
Do you lie in your bed
With the next hundred chores
Running through your head?  (Repeat *)

Ever told your child we'll do it tomorrow
And in your haste, not see his sorrow?

Ever lost touch,
Let a good friendship die
'Cause you never had time
to call and say "Hi"?  (Repeat *)

When you run so fast to get somewhere,
You miss half the fun of getting there.
When you worry and hurry through your day,
It is like an unopened gift thrown away.

Life is not a race,
Do take it slower.
Hear the music,
Before the song is over.

คำศัพท์จากบทประพันธ์:

merry-go-round (n.)   ม้าหมุนแบบที่มีที่นั่งจำลองจากยานพาหนะ เช่นรถม้าหรือตัวสัตว์ต่างๆ

slapping                   มาจากคำกริยา to slap โดยทั่วไปแปลว่า ตบ หรืออาการที่บางสิ่งบางอย่างตี ฟาด หรือตกลงอย่างแรงบนที่เรียบ ในที่นี้จึงให้ภาพของฝนที่ตกอย่างหนาเม็ดลงบนพื้นดิน

erratic (adj.)              ไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ร่อนเร่ หรือเคลื่อนที่อย่างไม่เป็นระเบียบ

flight (n.)                    มาจากคำกริยา to fly แปลว่า การบิน

gazed (v.)                  อาการมองจ้องอย่างแน่วแน่ ตั้งอกตั้งใจมอง

fading            มาจากคำกริยา to fade แปลว่าจาง ค่อยๆเลือนหายไป

last (v.)           ความหมายที่เป็นคำกริยาคือ ยั่งยืน คงอยู่ไปนานๆ

reply (v.)        โต้ตอบต่อคำถามทั้งด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร

chores (n.)    งานที่มีลักษณะที่ต้องทำเป็นประจำ หรืองานที่ไม่น่าพอใจ  น่าเบื่อ

haste (n.)       อาการเร่งรีบ มักใช้ในความหมายทางลบ เช่น Haste Makes Waste หรือ More Haste, Less Speed แปลว่า รีบร้อนเกินไปมีแต่จะเสียหาย

sorrow (n.)    อาการเศร้าสร้อย ความรู้สึกเศร้าที่เกิดจากการสูญเสีย เสียใจ หรือผิดหวัง

gift (n.)           ในที่นี้แปลว่า สิ่งของที่มอบให้อย่างเต็มใจ ของขวัญ

อธิบายความหมาย:

เคยบ้างไหม?..ที่คุณจะเฝ้ามองความสุขของเด็กๆ
บนม้าหมุน..ที่หมุนไปรอบแล้วรอบเล่า
หรือเฝ้าฟังเสียงสายฝนที่ตกกระทบลงสู่พื้นดิน

เคยบ้างไหม?..ที่จะมองตามเจ้าผีเสื้อบินเวียนว่อนอยู่ไปมา
หรือเฝ้าจ้องดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆจางแสงสู่ค่ำคืน

ช้าลงหน่อยเถิด อย่าเต้นรำให้เร็วนัก
ช่วงเวลาแสนสั้น ดนตรีมิได้ยั่งยืน

ทุกๆวัน..คุณเอาแต่วิ่งวุ่นราวกับบินไปกับเวลา
กระทั่งแม้เมื่อยามที่ทักทายผู้คน “เป็นอย่างไรบ้าง”
คุณใส่ใจพอที่จะหยุดฟังคำตอบจากพวกเขาหรือเปล่า?

เมื่อเวลาในแต่ละวันสิ้นสุดลง
คุณเอนกายลงบนที่นอน
หลับไป..โดยมีงานน่าเบื่อที่รออยู่ข้างหน้านับร้อยเรื่อง
แล่นไหลผ่านอยู่ในหัวคุณหรือเปล่า?

คุณเอาแต่ผัดผ่อนลูกๆไปเรื่อยว่า พรุ่งนี้เราจะใช้เวลาด้วยกัน
ในความเร่งรีบของคุณนั้น คุณจะทันได้เห็นความเสียใจของพวกเขาหรือ?

กับเพื่อนพ้อง..คุณขาดการติดต่อ
ปล่อยให้มิตรภาพสูญหายตายจาก
เพียงเพราะคุณไม่มีเวลา
แม้แต่จะโทรศัพท์ไปทักทาย

เมื่อคุณรีบวิ่งราวกับจะต้องไปให้ถึงที่ไหนสักแห่ง
คุณก็สูญเสียความสุขในการเดินทางนั้นไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เมื่อคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านพ้นไปด้วยความกังวลและเร่งร้อน
มันก็เท่ากับคุณทิ้งของขวัญไปโดยไม่ทันได้เปิดออกดู

ชีวิตมิใช่การแข่งขัน ใช้ชีวิตให้ช้าลงหน่อยเถิด
หยุดฟังเสียงดนตรีบ้าง ก่อนที่เพลงนั้นจะผ่านพ้นไป

เราอาจสังเกตได้ว่าความสับสนที่เกิดในโลกนี้ มักมีที่มาจากความไม่สมดุลย์ระหว่างความเป็นธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นให้ขัดต่อความเป็นธรรมชาตินั้น สิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัวเรามักจะค่อยๆ ดำเนินไปเหมือนเครื่องดนตรีหลายชิ้นที่ประกอบเป็นเสียงเพลงอันไพเราะงดงาม  แต่กระแสโลกาภิวัตน์ทำให้คนจำนวนมากต้องหลุดเข้าไปอยู่ในวังวนแห่งความเร่งรีบของโลกแห่งการแข่งขัน ชีวิตจึงเหมือนกับการเต้นรำที่เร็วเกินทำนองเพลง เต้นเร็วไปจะดื่มด่ำกับความไพเราะของเสียงดนตรีได้อย่างไร? อาจมีใครหลายๆ คนที่นึกขึ้นได้และตั้งคำถามว่า นี่เราจะรีบไปไหน เพื่ออะไรกันหนอ? คำตอบอาจเป็นไปได้หลายประการ  แล้วไปๆมาๆ ก็อาจจะกลับเข้าไปเต้นแข่งกับเพลงต่ออีกก็เป็นได้เหมือนกัน ถ้าคำตอบของเขาคือ ต้องเต้นให้เร็ว ต้องทำให้คนอื่นเต้นเร็วตามไปด้วย แต่ยังไงๆ ก็ต้องให้เร็วกว่าคนอื่น ..
 
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด เพลงก็ต้องจบลง แต่คนล่ะ..จะหยุดเต้นอย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะเต้นเร็วเกินไป หรือจะหยุดอย่างอิ่มเอมใจ ได้เพลิดเพลินกับความสุขจากเสียงเพลง ก็เลือกดูนะคะ อย่างไรเสีย เราก็มีกันคนละหนึ่งชีวิต..หนึ่งเพลงเท่านั้น

หมายเหตุ (ครั้งที่ 1) :  เกือบลืมไปว่ายังถ่ายทอดเมล์ไม่จบเนื้อความที่เค้าส่งกัน ต่อจากบทกวีดังกล่าว ยังมีข้อความซึ่งอ้างชื่อผู้ลงนามในเมล์ต้นฉบับ ว่าชื่อ  Dr. Dennis Shields, a professor at Yeshiva University, New York  ผู้เขียน (ไอน้ำ) ได้แปลคำศัพท์ประกอบไว้ด้วยแล้วเป็นบางคำ ข้อความมีดังนี้ค่ะ


PLEASE FORWARD THIS TO HELP THIS LITTLE GIRL

Dear All,

PLEASE pass (ส่งต่อ) this mail on to everybody you know. It is the request (คำขอร้อง) of a little girl who will soon leave this world as she has been a victim (เหยื่อ) of the terrible (ร้ายกาจ) disease called CANCER (โรคมะเร็ง).

Thank you for your effort (ความพยายาม), this isn't a chain letter (จดหมายลูกโซ่), but a choice for all of us to save a little girl who's dying of a serious and fatal (อันตรายถึงชีวิต) form of cancer. Please send this to everyone you know...or don't know.

This little girl has 6 months left to live, and as her dying wish (ความปรารถนาก่อนตาย), she wanted to tell everyone to live their life to fullest, since she never will.  She'll never make it (มีชีวิตอยู่) to prom (งานเต้นรำก่อนปิดภาคการศึกษา), graduate (รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร) from high school or get married and have a family of her own. By your sending this to as many people as possible, you can give her and her family a little hope, because with every name that this is sent to, The American Cancer Society will donate (บริจาค) 3 cents per name to her treatment (บำบัดรักษา) and recovery (ฟื้นฟู) plan. One guy sent this to 500 people!!!!

PLEASE PASS IT ON

หมายเหตุ (ครั้งที่ 2) : เรื่องนี้คงยังไม่สมบูรณ์ ถ้าผู้เขียนจะไม่เล่าข้อมูลทั้งหมดเท่าที่ไปค้นพบมา ก็คือเมล์ดังกล่าวนี้เห็นจะโดนใจใครต่อใครอยู่มากมาย สังเกตจากการส่งต่อกันเป็นที่แพร่หลาย (ในยุคนั้น) จนกระทั่งมีเว็บไซต์หนึ่งชื่อ www.Truthorfiction.com ทำหน้าที่สืบข้อเท็จจริงของข่าวลือบนNet ตามศัพท์เรียกว่า e-Rumor ออกมาแถลงความดังนี้ค่ะ


According to the American Cancer Society, the email is a hoax (เรื่องโกหกให้ขำๆกันเล่น).  The girl in the story is never identified (ระบุตัว เช่นชื่อ ที่อยู่ เป็นต้น), the American Cancer Society has not made any such commitment (ข้อตกลง), there is no way for forwarded emails to be accounted for (รู้ว่ามีที่มาจากใคร/ ที่ใด) even if someone wanted to make a donation (การบริจาค) for each one, and the professor named at Yeshiva University, Dr. Dennis Shields, says he never had anything to do with any such story.  If you dial (หมุนเลขหมายโทรศัพท์) his number, you get a recording saying the story is not true. 

There are several versions of this email making the rounds (การหมุนเวียน หมายถึงส่งเมล์ต่อๆกันเป็นลูกโซ่ จนครบรอบกันหลายรอบ) of the Net.  Some simply say this is a poem written by a dying girl.  Others say the little girl gave it to a medical student.  Others say the poem is being circulated (ส่งเรื่องเวียนกันอ่าน) by a doctor.
      
Updated 7/14/ 99

..ได้ความว่า เด็กหญิงที่ว่าเป็นมะเร็งซึ่งเป็นผู้แต่งบทประพันธ์ SLOW DANCE นั้นไม่สามารถอ้างอิงได้ว่ามีตัวตนอยู่จริง The American Cancer Society ก็บอกว่าไม่เคยไปตกลงจะจ่ายค่ารักษาใครเพียงเพราะมีการส่งจดหมาย e-mail ลูกโซ่ เพราะมันสืบหาที่มาไม่ได้ว่าผู้ที่ forward mail มาอยู่ที่ไหน ถึงแม้ว่าจะเกิดมีคนอยากบริจาคเงินขึ้นมาจริงๆ ก็ตาม  ส่วน Dr. Dennis Shields แห่ง Yeshiva University นั้นคงมีตัวตนอยู่จริง แต่เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่รับโทรศัพท์เองแล้วด้วย ..คงมีคนโทรศัพท์ไปสอบถามจนไม่เป็นอันทำงานทำการ..สรุปว่า เมล์ที่ว่านี้แท้จริงแล้วอำกันทั้งเพ ..

อ่านมาถึงตอนนี้ จะทำให้ความซาบซึ้งต่อเมล์และบทกวีดังกล่าวสลายไปราวกับโลกหกคะเมนตีลังกาไปเลยมั้ยคะ?  (มีเสียงมาจากแถวๆ โต๊ะทำงานของผู้เขียนว่า ..อ้าว..แล้วจะยังไงกันล่ะนี่?..จบแบบนี้ได้ไง?) เอาเป็นว่า เราถือว่าเราเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากบทประพันธ์ คือ ซาบซึ้งไปตามเนื้อหาและความหมายก็แล้วกัน ส่วนใครมีข้อมูลมากกว่านี้จะส่งมาเล่าสู่กันอ่านก็ดีนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Look on the Bright Side

คำสำคัญ (Tags)#การเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากบทประพันธ์

หมายเลขบันทึก: 118357, เขียน: 09 Aug 2007 @ 15:24 (), แก้ไข: 13 Jun 2012 @ 17:22 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

สวัสดีค่ะคุณไอน้ำ ขออนุญาตนำบล็อกเข้าแพลนเน็ตนะค่ะ ขอบคุณคะ

อ่านแล้วอดนึกย้อนถึงเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่น ยุคนั้นนิยมเพลงสากล แต่ละเพลงเมื่อแปลออกเป็นบทประพันธ์ คำกลอนอ่านแล้วอ่อนโยน นุ่มนวล ซึ้งใจ มีคติแง่คิดดีๆ ขอบคุณนะค่ะ