กว่าไปถึงชุมชนอินทรีย์ ....

"คุณอำนวยสำคัญในการกระตุ้นผู้นำ ชาวบ้านให้ทำกิจกรรม คนอื่นก็สำคัญ แต่คุณอำนวยมีความสำคัญในบทบาทมากกว่า"
            นับเป็นโอกาสดีของผมอีกวันหนึ่ง  ที่มีโอกาสเข้าร่วมในการ เสนอ แนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาสมรรถนะการทำงานของ คุณอำนวย  ที่ห้องผู้ว่าฯ ผมเข้าห้องเกือบคนสุดท้าย  พอไปถึงก็ ตื่นเต้นกับคนที่มาร่วมในวันนี้ครับ... เพราะนอกจาก ครูนง  อ.ภีม  พี่ชาญวิทย์ จากสำนักงานเกษตรจังหวัด แล้วยังมี  อ.สุจารีย์  จาก ม.ราชภัฎ  พี่เป้า จากทีม  KM กศน. จังหวัด  มีรองอธิการ จาก ม. ราชภัฎ มีปลัดวาสนา  จากปกครองจังหวัด  คุณพัชณี  จาก  พอช.    และ ป้าปุก  จากพัฒนาชุมชนจังหวัด  และ ที่สำคัญ ก็มี เจ้าหน้าที่ สำนักงานจังหวัดเข้ามาร่วมฟังแนวทางในวันนี้ด้วย
           ท่านผู้ว่าฯ วิชม  ทองสงค์  ได้เปิดการเสวนาวันนี้ด้วยเป้าหมาย การพัฒนาจังหวัดโดยใช้ การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ ได้พูดทบทวน เป้าหมายการทำงานทั้ง 3 รุ่น  ท่านบอกว่า “การทำงานต้องเกาะติด  5  ปีเพื่อที่จะให้เกิดการบูรณาการของภาครัฐ องค์กรเอกชน ซึ่งต้องมีเจ้า ภาพหลักเป็นรายปี  ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ต้องรอให้ถึงก็ได้ เพราะสามารถ ที่จะเข้าร่วมได้ตั้งแต่ปีแรกเลยก็ได้เพราะเมื่อบูรณาการแล้วก็สามารถทำได้ทุกเรื่อง”  ท่านบอกว่า โครงการอยู่ดีมีสุขที่ผ่านมา เน้นใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้ประชาชนทำเป็นหลัก  การจัดการความรู้ที่ผ่านมาก็ใช้งบประมาณ และโครงการ  อยู่ดีมีสุข  กับโครงการ  พพพ  เป็นจุดเริ่มต้นในการ กระตุ้น ประชาชนในพื้นที่
           ท่านผู้ว่าฯ  บอกว่ารูปแบบของ โรงเรียนคุณอำนวย ที่พวกเรา เสนอในการใช้กับการพัฒนาสมรรถนะการทำงานของคุณอำนวยเป็น เรื่องที่ดีมาก  ท่านบอกว่า “ คุณอำนวยสำคัญในการกระตุ้นผู้นำ ชาวบ้านให้ทำกิจกรรม  คนอื่นก็สำคัญ แต่คุณอำนวยมี ความ สำคัญ ในบทบาทมากกว่า”  ทีมคุณอำนวยเข้าไปกระตุ้น คุณกิจแกนนำ และ ผู้นำให้ทำกิจกรรม และต้องสร้างคุณกิจแกนนำ ในการพัฒนาสู่การเป็น คุณอำนวยระดับหมู่บ้าน  คุณอำนวยจาก หน่วยงานต่าง ๆ เป็นภารกิจที่ ลงไปสร้างความยั่งยืน  
           ผู้ที่นำเสนอแนวทางการใช้โรงเรียนคุณอำนวยพัฒนาสมรรถนะ การทำงานคุณอำนวยตำบลวันนี้หนีไม่พ้น อ. ภีม  จาก ม. วลัยลักษณ์  นำเสนอได้เยี่ยมมากครับ... แต่ก็มีสะดุดเมื่อสำนักงานจังหวัด ถามถึง รายละเอียดของการใช้งบประมาณในแต่ละรอบ เพราะที่เราตั้งมา กว้างเกินไป  และที่สำคัญมันคาบเกี่ยวกับปีงบประมาณจึง เป็นเรื่อง ที่ยากในการเบิกจ่าย การหารือจึงเกิดขึ้น  แต่ก็สรุปลงได้เมื่อทุกฝ่าย เห็นด้วยกับการดำเนินการเป็นบางส่วน ในรอบปีงบประมาณ  2550  และจะทำต่อเนื่องในปี  2551
           หลังจากนั้น ท่านผู้ว่าฯ  ก็บอกให้ลงไปวางแผนจัดทำราย ละเอียด  ของโครงการในการใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นที่สำนักงาน พัฒนาชุมชนจังหวัด (ป้าปุก) เป็นเจ้าภาพงานนี้  ก่อนแยกย้ายกัน ท่านผู้ว่าฯ ได้พูดสัพหยอกพวกเราว่า “ขออย่างเดียวเมื่อทำโรงเรียน คุณอำนวยแล้วเรียนเรื่องการเงิน ก็อย่าลืมของเก่า คือเรื่อง  400  หมู่บ้าน  600  หมู่บ้าน  และ  551  หมู่บ้าน ขออย่าได้หน้าลืมหลัง”  แล้วท่านก็ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี..." พวกเราก็ไปประชุมหารือราย ละเอียดโครงการต่อที่ห้องพัฒนาชุมชนจังหวัด
          ผมมาคิดดู เรื่องที่ท่านผู้ว่าฯ พูดแล้ว มองถึงเป้าหมายของ จังหวัด  คือชุมชนอินทรีย ์แล้ว โรงเรียนคุณอำนวย เป็นการฝึกคุณ อำนวยตำบลซึ่งมาจากหลายหน่วยงาน ให้มีสมรรถนะใน การลงไป กระตุ้นคุณกิจ ให้ทำกิจกรรมเรื่องกองทุนของชุมชน  ระบบ  สวัสดิการ ชุมชน  การบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งหาก ทำสำเร็จ ก็จะได้คุณอำนวยที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับเคลื่อนงาน เรื่องกองทุน ชุมชนสำเร็จ ซึ่งเป็น ธง หนึ่งหรือเป้าหมายเล็ก ในธงใหญ่ หรือเป้า หมายใหญ่ คือชุมชนอินทรีย์   ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ต้องทำ เป้าหมาย เล็ก อื่น ๆ ร่วมไปด้วย  เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่  ซึ่งตรงกับที่ท่าน ผู้ว่าฯ บอกว่า  “การทำงานต้องเกาะติด  5  ปีเพื่อที่จะให้เกิดการบูรณา การของภาครัฐ องค์กรเอกชน ซึ่งต้องมีหน่วยงานเป็น เจ้าภาพ หลักเป็น รายปี  ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ต้องรอให้ถึงก็ได้ เพราะ สามารถที่จะเข้าร่วม ได้ตั้งแต่ปีแรกเลยก็ได้เพราะเมื่อบูรณา การแล้วก็สามารถทำได้ทุกเรื่อง”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM กับงานการศึกษานอกโรงเรียน

คำสำคัญ (Tags)#รักเธอประเทศไทย#kmกับงานการศึกษานอกโรงเรียน

หมายเลขบันทึก: 117592, เขียน: 07 Aug 2007 @ 09:57 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 19:48 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)