สาบเสือมีชื่อวิทยาศาตร์ว่าEupatorium odoratum L. วงศ์ Compositaeชื่อเดิมChromolaena odorata (L.) King et Robins.ชื่อสามัญ Bitter bush, Siam weed วงศ์ Asteraceae(จัดอนุกรมวิธานใหม่)ใน

http://www.doa.go.th/plp/plant%20protection%20rambutan%20compend/rambutan%20weed/3-1.htm

ชื่ออื่นหญ้าดงร้าง หญ้าดอกขาว หมาหลง บ้านร้าง หญ้าเสือหมอบ ( สุพรรณ - ราชบุรี - กาญจน์ ), รำเคย ( ระนอง ), ผักคราด, บ้านร้าง(ราชบุรี) , ยี่สุ่นเถื่อน (สุราษฎร์), ฝรั่งเหาะ, ฝรั่งรุกที่ (สุพรรณ) , หญ้าดอกขาว ( สุโขทัย - ระนอง ) , หญ้าเมืองวาย ( พายัพ ), พาทั้ง (เงี้ยว เชียงใหม่) , หญ้าดงรั้ง , หญ้าพระสิริไอสวรรค์ ( สระบุรี ), มุ้งกระต่าย (อุดร ) ,หญ้าลืมเมือง ( หนองคาย ),หญ้าเลาฮ้าง ( ขอนแก่น ) , สะพัง ( เลย ), หมาหลง ( ศรีราชา - ชลฯ) , นองเส้งเปรง ( กะเหรี่ยง เชียงใหม่) , ไช้ปู่กุย ( กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน ) , หญ้าเมืองฮ้าง ,หญ้าเหมือน ( อิสาน) , หญ้าฝรั่งเศส , เบญจมาศ ( ตราด ) , เซโพกวย ( กะเหรี่ยง เชียงใหม่ ) , มนทน ( เพชรบูรณ์ ) ; ปวยกีเช่า , เฮียงเจกลั้ง ( จีน )

จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงอายุหลายปี ลำต้นและกิ่งก้านปกคลุม ด้วยขนอ่อนนุ่ม ก้านและใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นแรงคล้าย สาบเสือ สูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวออกจากลำต้น ที่ข้อ แบบตรงกันข้าม รูปรีค่อนข้างเป็นสามเหลี่ยมขอบใบ หยัก ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง เรียวสอบเข้าหากัน สีเขียวอ่อน เส้นใบเห็นชัดเจน 3 เส้น มีขนปกคลุม ผิวใบทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อ สีขาวหรือฟ้าอมม่วง ดอกย่อย 10-35 ดอก ดอกวงนอกบานก่อน กลีบดอก หลอมรวมกันเป็นหลอด ผลขนาดเล็ก รูปร่างเป็น ห้า เหลี่ยมสีน้ำตาลหรือดำ มีหนามแข็งบนเส้นของผล ส่วน ปลายผลมีขนสีขาว ช่วยพยุงให้ผลและเมล็ดปลิวตามลม
ลักษณะของความเสียหาย แก่งแย่งธาตุอาหารและน้ำ กับพืชปลูก
แหล่งอาศัยของศัตรูพืช แมลง-โรคพืช-การแพร่กระจาย พบขึ้นทั่วไปทั้งในสภาพดินชื้นหรือ แห้ง แพร่กระจายในแหล่งปลูกพืชยืนต้นและที่รกร้าง ว่างเปล่า

แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งใช้เป็นแหล่งอาหารของผึ้ง น้ำผึ้งมีคุณภาพดีช่วยรักษาโรคใช้ผสมยาโบราณ

สรรพคุณ
ก้านและใบ รสสุขุม ฉุนเล็กน้อย ใช้ฆ่าแมลง ห้ามเลือดแก้แผลที่แมลงบางชนิดกัดแล้วเลือดไหลไม่หยุด ใช้ใบสดตำพอกปากแผล หรือ อาจใช้ใบสดตำกับปูนกินหมากพอกแผลห้ามเลือดได้หรือใช้ใบสดขยี้ปิดปากแผลเลือดออกเล็กน้อยได้ดี
ผลทางเภสัชวิทยา
น้ำต้มสกัดจากใบและต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของหนูตะเภา แต่ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของกระต่าย น้ำต้มสกัดและผลึกสารที่สกัดได้จากต้นนี้ ไม่มีผลอย่างเด่นชัดต่อมดลูกที่แยกออกจากตัวของกระต่าย หากนำไปฉีดเข้าช่องท้องของหนูเล็ก พบมีความเป็นพิษเพียงเล็กน้อย
สารเคมีที่พบ
ทั้งต้น มีน้ำมันระเหย ซึ่งประกอบด้วย Eupatol(22) , Coumarin ,d และ I - Eupatene(1), Lupeol , b - Amyrin และ Flavone Salvigenin (22)
ใบ มี Ceryl alcohol ; a-,b-,g- Sitosterol (23) , Anisic acid , Trihydric alcohol (C25 H34O5,m.p.278-280C) , Tannin , น้ำตาล (24) ,Isosakuranetin , Odoratin , (2/ - hydroxy - 4 , 4/ , 5/ ,6/ - tetramethoxychalcone) , Acacetin (25)

ใช้ห้ามเลือด
วิธีใช้ : นำใบมาโขลกและขยี้พอกบาดแผล

ในhttp://www.lks.ac.th/plant/sabsoue.html

นอกจากนี้เมื่อนำมาสกัดด้วยไอน้ำจะได้สารที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการงอกของเมล็ดพืชได้หลายชนิดเช่น ข้าว โสน พริก ข้าวโพด

สีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคพืชแอนแทรคโนสของพืชตระกูลSolanaceae พวกพริก มะเขือ และของมะม่วง ใบมะม่วงที่เป็นเชื้อราดำ ดำ กำจัดได้ ไล่แมลงพวกปากดูด พวกเพลี้ยจั๊กจั่นช่อมะม่วง

เพลี้ยไฟในพริก ในกุหลาบ สามารถนำมาใช้เป็นน้ำยาถูพืชทำให้ใช้ไล่แมลงคลาน เช่น แมลงสาบ มด กำจักไรฝุ่นตามพื้นในบ้าน เช็ดตามตู้โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ แล้วป้องกันเชื้อรามาเกาะได้

นับว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์มากกว่าโทษควรศึกษาเพิ่มเติมเยอะ เยอะหน่อย

บ้านสมุนไพร ODD