เด็กอัจฉริยะ (Genius)

หมายถึง เด็กที่มีความสามารถทางปัญญาสูงกว่าเด็กทั่วไป และมีความถนัดเฉพาะทางที่อยู่ระดับสูงกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านสามารถ สังเกตได้จากพฤติกรรมเหล่านี้

1. แสดงความสามารถในการใช้ศัพท์ได้สูงกว่าวัย เช่น ลูกอายุ 2 ขวบ สามารถพูดว่า "แม่หมากำลังมาหาลูกหมาแล้ว" แทนที่จะพูดว่า "หมา หมา" เป็นต้น

2. ช่างสังเกต และตื่นตัวอยู่เสมอ เด็กที่เก่งมักจะสังเกตในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และจำได้ดี
3. สามารถอธิบายเรื่องราวที่ได้ทำมาในวันนั้นได้อย่างดี
4. มีสมาธิ ตั้งใจทำอย่างใจจดใจจ่อ ในเรื่องที่ตนสนใจ
5. มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถแสดงออกมาได้ เป็นต้น

คำที่ใช้เรียกเด็กฉลาดอาจมีหลายคำ เช่น คำว่า เด็กอัจฉริยะ เด็กปรีชาญาณ เด็กเก่ง และคำสุดท้ายที่นำมาใช้ในวงการศึกษา คือ เด็กปัญญาเลิศ คำภาษาอังกฤษที่ใช้ในวงการนี้มีหลายคำเช่นกัน เช่น

Gifted หมายถึง ผู้ที่มีความฉลาดเฉลียวหรือผู้มีปัญญาเลิศ

Talented หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง เช่น ด้านดนตรี ศิลปะ กีฬา

Genius หมายถึง ผู้ที่ระดับสติปัญญาสูง มีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์มากมาย

 

ลักษณะของเด็กอัจฉริยะ

เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่มีสติปัญญาสูง มีความเฉลียวฉลาดกว่าเด็กทั่วไป ความฉลาดได้ส่อแววมาตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก เด็กอาจจะเดินได้ วิ่งได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย มีพัฒนาการล้ำหน้ากว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน เรียนรู้ได้รวดเร็วหากมีการทดสอบทางด้านสติปัญญาหรือความถนัด เด็กเหล่านี้จะได้คะแนนสูงกว่าเด็กทั่วไป เด็กปัญญาเลิศมักจะเก่งในด้านต่อไปนี้

1. มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่เจริญเติบโตได้เร็วกว่าเด็กปกติ
2. มีความสามารถในการเรียนรูสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
3. มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบชักถาม
4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้สามัญสำนึก และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ได้ในชีวิตจริง
5. มีเหตุผล ความคิดดี
6. จดจำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านได้รวดเร็วและแม่นยำ
7. มีความรู้กว้างขวางเกินวัย
8. ใช้คำศัพท์กว้างขวาง ถูกต้องแม่นยำและปริมาณคำที่รู้จักก็มีมาก
9. มีความคิดริเริ่ม มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลกๆ แต่ใช้การได้ดีและมีอารมณ์ขัน
10. เป็นคนตื่นตัว เฉียบแหลม ว่องไว และช่างสังเกต
11. มีแรงจูงใจ และมีความมานะบากบั่นมีความจริงจังในการทำงาน
12. ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดความอ่าน

พฤติกรรมบางอย่างในห้องเรียน

1. เข้าใจได้ง่าย และรวดเร็ว มักมีคำถามชวนคิด
2. สมาธิในการเรียนและการทำงานดี
3. สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากซับซ้อน
4. อ่านหนังสือได้เร็วกว่าอายุ
5. ชอบประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ หรือในแนวใหม่ๆ
6. ใช้ภาษาได้ดี รู้จักคำศัพท์กว้างขวางเกินวัย ชอบเรียนหนังสือ

7. แก้ปัญหาด้วยวิธีการหลากหลาย
8. มีลักษณะเป็นผู้นำในกลุ่มเด็กวัยเดียวกัน

ความต้องการพิเศษ

เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่เรียนสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว ดังนั้นหากเนื้อหาและวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติ จึงมักทำให้เด็กเหล่านี้เบื่อง่าย เพราะไม่ท้าทายความคิด หากครูไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา ก่อกวนความสงบสุขของชั้นไปได้ ทางโรงเรียนจึงควรจัดบริการสอนเสริมให้กับเด็ก ซึ่งอาจทำในรูปของ

1. การจัดชั้นพิเศษ โดยคัดแยกเด็กเก่งมาเรียนในกลุ่มเดียวกัน และจัดหลักสูตรพิเศษให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก
2. การสอนเร่ง เป็นการเรียนหลักสูตรปกติในเวลาที่น้อยลง เช่น การเรียนข้ามชั้น ควบชั้น เป็นต้น
3. การสอนเพิ่ม เป็นการเสริมความรู้และประสบการณ์ของเด็กให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น นอกเหนือจาก
กิจกรรมในชั้นเรียน และ/หรือให้โอกาสได้ฝึกฝนเล่าเรียนในแขนงวิชาที่เด็กมีความถนัดเป็นพิเศษ

คำถาม
1. ข้อใดกรรมของเด็กอัจฉริยะ
ก. ตั้งใจทำในเรื่องที่ตนเองสนใจ
ข. ชอบเลียนแบบผู้อื่น
ค. มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถแสดงออกมาได้
ง. ช่างสังเกต


2.Talented หมายถึงเด็กอัจฉริยะทางด้านใด
ก. เด็กที่มีความสามารถเฉพาะทาง
ข. เด็กที่มีความฉลาด  หรือเด็กที่มีปัญญาเลิศ
ค. เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง
ง. เด็กที่มีความสามารถหลายด้าน


3. ข้อใด ไม่ใช่ พฤติกรรมในห้องเรียนของเด็กพิเศษ
ก. มีสมาธิในการเรียนและการทำงานดี
ข. สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากและซับซ้อน
ค. อ่านหนังสือช้า
ง. ชอบเรียนหนังสือในวิชาที่ตนเองสนใจ


4.หากเนื้อหาและวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติ ทำให้เด็กอัจฉริยะเบื่อ จนทำให้เด็กกลายเป็นเด็กมีปัญหา ทางโรงเรียนควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
ก. จัดการเรียนการสอนเสริมพิเศษในวันเสาร์
ข. ให้ย้ายโรงเรียนไปเรียนที่อื่น
ค. ให้เด็กเรียนกับเด็กปกติเหมือนเดิม
ง. ทางโรงเรียนจัดชั้นเรียนพิเศษให้เด็ก


5. การเรียนข้ามขั้นจัดเป็นการสอนแบบใด
ก. การสอนพิเศษ
ข. การสอนเร่ง
ค. การสอนปกติ
ง. การสอนระดับประถม


เฉลย       1. ข         2. ก          3. ค          4. ง          5. ข