ประชามติรัฐธรรมนูญปี 50
วันนี้ผมมาชวนท่านทั้งหลายไปลงประชามติรัฐธรรมนูญ วันที่ 19 สิงหาคม นี้
พูดถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องแปลกมากๆ เพราะที่ผ่านมารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่หลายฝ่ายต่างให้การยอมรับ และศรัทธา ว่าเป็นยาวิเศษทางการเมือง แต่วันนี้บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันค่อนข้างชัดเจน ทำให้รัฐธรรมนูญดูเหมือนจะเป็นเครื่องมือของการเอาชนะกันทางการเมืองไปด้วย ทำให้รัฐธรรมนูญลดความเป็นเครื่องหมายของระบอบประชาธิปไตยลงไป
แต่วันนี้ผมเพื่อชวนท่านไปลงประชามติอย่างเดียว จึงขอนำข้อมูลจากเว็บไซต์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) www.ect.go.th ที่ชี้แจงขั้นตอนและเงื่อนไขเรื่องเวลาต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ในหัวข้อ ปฏิทินการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ทุกท่านได้ตรวจสอบระยะเวลาเพื่อไปลงประชามติอย่างเดียว จึงขอไม่พูดถึงประเด็นอื่น
1. ภายในวันที่ 19 ก.ค. ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด
2. ภายในวันที่ 29 ก.ค. ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่เลือกตั้งได้ที่อำเภอ สำนักงานเขตเทศบาล อบต. หน่วยออกเสียงประชามติ
3. ภายในวันที่ 30 ก.ค. ได้รับเอกสารแจ้งเจ้าบ้านเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ
4. ภายในวันที่ 8 ส.ค. ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ได้ที่อำเภอ สำนักงานเขต อบต.
5. วันที่ 19 ส.ค. เวลา 08.00-16.00 น. ออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน
นอกจากหัวข้อดังกล่าวแล้วยังมีหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น การยื่นคำร้องขอเพิ่ม-ถอนชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ขั้นตอนการออกเสียงประชามติ
จึงอยากขอเชิญชวนประชาสัมพันธ์ไปยังท่านทั้งหลายว่าขอให้ไปลงประชามติกันเถอะครับ อย่างน้อยก็ขอให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของทุกคนด้วย ส่วนเรื่องรับไม่รับ เป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ
ไปแน่นอนที่สุดครับ
รัฐธรรมนูญ 50 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญจริงเป็น อำมาตย์รัฐธรรมนูญ กล่าวคือรัฐธรรมนูญออกโดยขุนนางใหญ่ คมช.เค้าคงคิดว่าคนไทยไม่มีความสามารถและคงคิดว่าตัวเองฉลาดคนเดียว คนที่ว่าตัวเองฉลาดที่แท้จริงแล้วเป็นคนเห็นแก่ตัว ชั่ว ถึงรัฐธรรมนูญ 50 ไม่ผ่าน คมช. ก็เอารัฐธรรมนูญมาปรับปรุงแก้ไขที่ไม่รอให้ประชาชนเห็นชอบเลยแล้วจะมีประปไตยไว้ทำไมคุณ คมช. อำนาจนี่ไม่เข้าใครออกใครจริงหลงอำนาจเข้า สักวันประชาชนต้องออกมาประท้วงอีกแน่ คมช.ออกไปได้แล้วประเทศไทยจะพินาสอยู่แล้วปล่อยให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ
เราต้องการรัฐธรรมนูญปี 40 แบบไม่มีการแก้ไข คมช.อย่าหลงอำนาจให้มากครบปีแล้วออกไปซะ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยจะหลงฝักใฝ่ฝ่ายใดแต่อยากเห็นบ้านเมืองสงบและมีความเป็นประชาธิปไตย
คมช.หาว่าเเป็นประชาธิปไตย ขนาดผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 50 ยังเป็นคนของ คมช.อยู่เลยคงคิดว่าประชาชนคนอื่นไม่มีสมอง
ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นของทุกท่านครับ
ตอนนี้ยังไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติค่ะ แต่คิดว่าจะเป็นกระบอกเสียงช่วยเชิญชวนให้พ่อแม่และญาติๆที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไปออกเสียงลงประชามติ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกคนต้องแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้เรามีสิทธิในการเลือกรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับตัวเราเช่นกัน
อย่าลืมไปลงประชามติกันนะคะ เพื่อความสงบสุขของประเทศ
ผมจะชักชวนพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนให้ไปลงประชามติครับ
การเมืองในไทยตอนนี้กำลังวุ่นวาย คนไทยแบ่งฝ่ายกันจนน่าสับสน จึงมีร่างรัฐธรรมนูญมาให้เราชาวไทยได้อ่านและพิจารณาขอให้ผู้ที่มีสิทธิ์ไปลงประชามติกันเถอะค่ะ ตอนนี้ยังไปใช้สิทธิ์ไม่ได้ก็เลยขอชวนทุกคนไปลงประชามติ สนใจการเมืองหน่อยนะคะเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
ดิฉันยังไม่สามารถไปลงประชามติได้ เพราะอายุยังไม่ถึง 18 ปี แต่สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือเชิญชวนให้พ่อเเม่และญาติหรือคนรู้จักให้ไปร่วมกันลงประชามติ เพื่อให้เกิดความมั่นคงในประเทศ
เราควรไปลงประชามติกัน
เราควรใช้สิทธิที่ตนมีเพระการใช้สิทธิเป็นหน้าที่ของทุกที่มีอายุ 18ปีขึ้นไปเรื่องที่ว่าจะรับไม่รับก็อีกเรื่องหนึ่งเราไม่ควรนอนหลับทับสิทธการที่เราอยากได้คนดีมาบริหารบ้านเมืองนั้นต้องพิจารณาให้ดีสังคมไทยจะได้เป็นสังคมที่ดีมีแต่ความสุขแต่เราไม่ควรร่วงละเมิดสิทธของกันและกันจึงอยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทยไปลงประชามติกัน
สวัสดีค่ะคุณบินหลาดงตอนนี้ดิฉันเพิ่งอายุ 16 ปีเองค่ะ ดิฉันยังไม่ม่สิทธิ์ไปลงประชามติ ถ้าดิฉันอายุ 18 เมื่อไรดิฉันจะไปแน่นอนค่ะ
ในความของผมนะครับผมคิดเราทุกที่มีสิทธิ์ในการลงประชามติครั้งให้รัฐธรรมนูญสมบูณร์และเลือกตั้งแต่ในตอนนี้ยังไม่ถึง 18 เพราะฉนั้นผมจะให้พ่อแม่ไปลงประชามติอีกอย่างเพื่อปัญหาในสังคมไทยทุกวันนี้ให้คนไทยกับมารักสามัคคีกันเหมือนเดินเหมือนเขาบอกว่าเมืองไทยคือ สยามเมืองยิ้ม
สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะรู้เกี่ยวกับเรื่องประชามติมากนัก แต่ดิฉันก็อยากให้คนไทยทุกคนไปใช้สิทธิ์ของตนที่ตนมี เพื่อที่จะได้แสดงความคิดที่ตนเองคิดว่าอยากให้ประเทศชาติของเราเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้ดิฉันยังไม่มีสิทธิ์เพราะอายุยังไม่ถึง18ปี แต่ถ้าดิฉันอายุถึง 18ปี ดิฉันจะไปใช้สิทธิ์ของดิฉันแน่
วันนี้เราทุกคนต้องเห็นถึงความสำคัญของการใช้สิทธิและหน้าที่ของพลเมืองที่ดีคือการไปร่วมกันลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญบ้านเมืองและประเทศชาติจะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่ทุกคนที่มีสิทธิ์ไปใช้ สิทธิ์กัน
สวัสดีค่ะ ดิฉันยังไม่สามารถไปลงประชามติได้ เพราะอายุยังไม่ถึง แต่ก็จะเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องให้ไปลงประชามติแทนแล้วกันนะค่ะ
ก่อนการเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องมีการลงประชามติดโดยการเชิญชวนใประชาชนทุกคนที่มีอายุ 18ปีขึ้นไปในการลงประชามติเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่วมกันตัดสินใจและยอมรับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโดยมีสื่อที่ออกมาเชิญชวนหลายแบบทั้งในโทรทัศน์ หนังสือ และป้ายต่างๆที่ติดใว้ตามหมู่บ้านเพื่อที่จะชี้แจงให้ทุกคนทราบโดยทั่วถึงกันจากที่ได้ดูในข่าวบางจังหวัดมีการทำลายป้ายประกาศ และสื่อที่ติดไว้ตามชุมชนเพราะไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการร่างรัฐธรรมนูญนี้แต่การกระทำเช่นนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่งยังไงก็ขอเชิญชวนให้ไปลงประชามติกันมากๆ
lสวัสดีค่ะ ดิฉันอายุ 15 ปี อยากเชิญชวนทุกท่านให้ไปร่วมกันลงประชามติ เพราะดิฉันคิดว่ามันน่าจะเกิดผลดีกับคุณและทุกคนในประเทศเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจร่างมาเพื่อประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข ของประชาชน ถึงดิฉันจะไม่มีสิทธิ์ลงประชามติแต่อยากให้บุคลทุกๆคนที่มีสิทธิ์ไปลงประชามติเพราะ 1เสียงของท่านมีผลต่อการล่างรัฐธรรมนูณ
ในถานะท่ดิฉันเป็นคนไทยคนหนึ่ง ดิฉันอยากให้ทุกคนไปใช้สิทธิ์และเเสดงความคิดเห็นของตนเองโดยการไปลงประชามติ เพราะการแสดงความคิดเห็นของทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการยู่รอดของประเทศไทยเรา
หรือกล่าวอีกอย่างคือเราทุกคนคือผ้ตัดสินอนาคตประเทศไทย
การร่วมลงประชามติเป็นสิทธิที่คนไทยทุกคนควรร่วมแสดงความคิดเห็นแต่ดิฉันยังอายุไม่ถึง 18 ปีจึงไม่สามารถไปร่วมลงประชามติได้ แต่สามารถเชิญชวนและอธิบายเกี่ยวกับวันลงประชามติให้คนในครอบครัวได้
สวัสดีค่ะ เนื่องจากดิฉันยังอายุไม่ถึง 18 ปี จึงไม่สามารถไปลงประชามติได้ ก็จะเชิญชวนและอธิบายให้พ่อแม่ไปลงประชามติได้
หนูยังไม่มีสิธไปเลือกตั้งแต่ขอให้ปะชาชนทุกคนไปเลือกเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองเพราะรัฐธรรมนูญนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของปรเทศไทยแล้ว