ปริญญาตรี ปริญญาชีวิต อาทิตย์ละ ๕ บาท เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คนในชุมชนมาเรียนรู้และทำการออมทรัพย์ในหมู่บ้านสบยาว หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองจัง กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 โดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนในครอบครัวต้องจัดการการออมเงินของสมาชิกตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับกลุ่ม การดำเนินงานมาระยะหนึ่งนั้นพบว่ามีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจในกระบวนการจัดทำการออม และหลายครอบครัวยังไม่ให้ความสนใจเรื่องการออมทรัพย์ในแต่ละเดือน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สมาชิกทั้งหมดจะได้มาทำความเข้าใจถึงกระบวนการจัดการกลุ่มร่วมกัน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แกนนำครอบครัวเข้มแข็งบ้านสบยาว จึงใช้ประเด็นออมเงินมาเป็นเครื่องมือเชื้อเชิญให้คนมาเรียนรู้ร่วมกัน กระบวนการถกคิดเริ่มตั้งแต่เก้าโมง จนถึงเวลาประมาณ บ่ายสองโมง ใช้บริเวณวิหารวัดสบยาว เป็นสถานที่พูดคุย แกนนำเยาวชนครอบครัว นำเกมส์ง่าย ๆมาสร้างสีสันให้สมาชิกตื่นตา ตื่นใจและละลายพฤติกรรมสมาชิกต่างวัยที่มาร่วมเวที จากนั้นทีมก็เริ่มใช้กระบวนการกลุ่มโดยเริ่มจากถกคิดเรื่อง การจัดการการเงินในครอบครัว ว่ามีการจัดการเพื่อหาเงินออมอย่างไร มีอุปสรรค์ปัญหาอะไรบ้าง จากครอบครัวแล้วคิดถึงการจัดการระดับกลุ่ม มีกระบวนการอย่างไร พบอุปสรรค์ปัญหา และแนวทางที่จะร่วมกันพัฒนาให้กลุ่มยั่งยืนและเอื้อประโยชน์ต่อสมาชิกได้อย่างไร จากโจทย์และคำตอบที่ได้ในเวที พบว่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การจัดการในระดับครอบครัว พบว่าส่วนใหญ่ แม่จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องการจัดสรรเงินออมแบ่งเป็นหลายๆกอง เพราะที่นี้มี “หลายออม” เช่น กองออมกองทุนหมู่บ้าน กองออมสัจจะหมู่บ้าน ออมให้ลูกไปโรงเรียน แต่ออมที่กำลังคุยกันในวันนี้คือ ออมปริญญาตรี ปริญญาชีวิตอาทิตย์ละ 5 บาท หนึ่งในหลาย ๆ กองทุนที่ชุมชนสบยาวร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่ออนาคตของสมาชิกกลุ่ม </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เงินทุกบาทของแต่ละคนมีประวัติศาสตร์การได้มาที่แตกต่างกัน เช่น บางครอบครัวมาจากการเก็บของป่ามาขาย (เห็ด หน่อไม้ ผัก อาหารจากป่า) ใครหาปลาเก่งก็จะได้จากการขายปลา บ้างก็ได้จากการทำดอกไม้ส่งขายเป็นอาชีพเสริม บ้างก็ขายเศษกระดาษ เศษของเก่า พ่อ แม่ หาเงินมา ลูกทำหน้าที่เก็บเศษเงินเหรียญหยอดกระปุ๊กออมสินไว้ ถึงเวลาก็นำไปฝาก การนำเงินไปฝากนั้นส่วนใหญ่แล้ว ลูกจะทำหน้าที่นำเงินไปฝากกับกรรมการกลุ่ม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การจัดการในระดับกลุ่ม มีโครงสร้างคณะกรรมการที่ดำเนินงานกันเป็นฝ่ายงาน ซึ่งขณะนี้ฝ่ายที่ต้องทำงานกันทุกเดือนคือ ฝ่ายเก็บเงินออม ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 53 คน มีเงินออมสะสมตั้งแต่แรกเข้าถึงเดือนมิถุนายน 2550 จำนวน 19,880 บาท มีเงินจากการระดมทุนภายนอกสะสมร่วมอีก เช่น เงินจากการบริจาคของคณะดูงาน (ที่นี่เป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า)เงินจากโครงการจัดการทรัพยากรในชุมชน รวมแล้วประมาณ 79,880 บาท เป็นทุนหมุนเวียนในกลุ่มบ้างก็นำไปเป็นทุนต่ออาชีพให้กับครอบครัว สร้างดอกผลกำไรให้เกิดขึ้นในกลุ่ม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในระยะยาวชุมชนสบยาวคาดหวังไว้ว่า เงินออมทรัพย์ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมานี้จะสามารถเติบโตเป็นกองทุนที่สามารถจัดสรรเป็นสวัสดิการแบ่งบันให้กับลูกหลานชาวบ้านได้จริง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เราเชื่อว่าการสร้างกองทุนขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม แบ่งปันเป็นสวัสดิการได้นั้น ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วม ต้องไปมาหาสู่กันอย่างต่อเนื่อง มีคุณธรรม เกื้อหนุนซึ่งกันและกันและที่สำคัญการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ “เงิน” นั้นเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับชาวบ้าน คนทำงานต้องมีหลักฆาราวาสธรรม 4 ประการ จึงจะนำกลุ่มไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ</p><p> หลักฆราวาสธรรม 4 </p><p>สัจจะ คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสัตย์ซื่อ ความสม่ำเสมอ</p><p>ทะมะ คือ การข่มใจ การระงับอารมณ์ ข่มความรู้สึก </p><p>ขันติ คือ ความอดทน อดออม</p><p>จาคะ คือ ความเสียสละ แบ่งปันช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อสังคม </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ที่มา...พระครูพิทักษ์นันทคุณ ที่ปรึกษาอาวุโสมูลนิธิฮักเมืองน่าน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> และนี่…เป็นเพียงบทพิสูจน์หนึ่ง ท่ามกลางภาวะทุนนิยมกำลังถังโถมเข้ามาสู่ชุมชน หลายคนบอกว่า จะเอาเงินที่ไหนมาออม ? ในหมู่บ้านมีตั้งหลายกองทุนที่ต้องออม ? ออมแล้วได้อะไร? ออมทรัพย์ปริญญาตรี ปริญญาชีวิตอาทิตย์ละ ๕ บาท กำลังค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อม ๆ กลุ่มเด็กตัวน้อยๆ ในชุมชนสบยาว ที่คอยทำหน้าที่กระตุ้นเตือนคุณพ่อ คุณแม่ จัดสรร รายได้ของครอบครัวตนเอง แบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และแบ่งอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินออม เพื่ออนาคต….. ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="right"> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">อนงค์ อินแสง……เก็บเรื่องมาเล่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">เจ้าหน้าที่สนามโครงการครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดน่าน</p> 2 มิถุนายน 2550