โครงการอาสาพัฒนาประชาธิปไตย
โครงการอาสาพัฒนาประชาธิปไตย |
การพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย |

|
|
|
- แผ่นดินพระมหากษัตริย์ วิถีประชาธิปไตย - |
ความหมาย อสพป. อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย (อสพป.) หมายถึง ผู้ที่อาสามาสร้างความถูกต้องเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมทุกระดับ
คุณสมบัติ 1. มีสัญชาติไทย 2. เป็นผู้ที่เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3. เป็นบุคคลที่รู้จักใช้เหตุผลมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และเสียสละต่อส่วนรวม 4. เป็นบุคคลที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ ชนะ รู้อภัย” และเคารพสิทธิผู้อื่น วาระการดำรงตำแหน่ง 1. อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย โดยตำแหน่ง สิ้นวาระเมื่อพ้นจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือขาดคุณสมบัติ 2. อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย โดยการรับสมัคร สิ้นวาระเมื่อขาดคุณสมบัติ
โครงสร้าง 1. โดยตำแหน่งให้แก่ หัวหน้าคุ้มบ้าน/กลุ่มบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน ประธานกลุ่มในหมู่บ้าน/ชุมชน ทุกกลุ่มทุกองค์กร และผู้นำในหมู่บ้าน/ชุมชน 2. โดยการรับสมัคร ได้แก่ บุคคลผู้แสดงความประสงค์เป็น “อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย”
อำนาจและหน้าที่ อสพป. 1. สร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ให้แก่ประชาชนทุกรากฐาน
2. พัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รณรงค์ให้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งในทุกระดับเพื่อคัดคนดีไปเป็นตัวแทนของประขาขน
3. สนับสนุนและร่วมมือในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ/
4. สนับสนุนส่งเสริมและมีส่วนร่วมทางการเมืองทุกระดับอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาธิปไตย
5. สร้างเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ที่ถูกต้อง เป็นธรรมเป็นไทย
6. ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ รณรงค์ และจัดกิจกรรมส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่จะดำรงไว้ซึ่งถายันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
7. เผยแพร่วิถีชีวิตประชาธิปไตยและรับสมัครสมาชิกอาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย อย่างต่อเนื่อง
8. สนับสนุนและร่วมมือในการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาการเมืองและดำเนินการตามแผนแม่บทพัฒนาการเมืองดังกล่าว
9. ปฏิบัติหน้าที่ต่อพลเมืองที่ดีต่อสังคม
10. ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามขุมชน
วิทยากร วิทยากรมีความสำคัญอย่างยิ่งในการคับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพรมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงทุกภาคีให้มีส่วนร่วมในการคับเคลื่อน ดังนั้น การพิจารณาการคัดเลือกวิทยากรจึงต้องมีคุณสมบัติและภาระดังนี้
1. คุณสมบัติวิทยากร
1.1 วิทยากรแม่ไก่ ก. คือ วิทยากรระดับจังหวัด/กทม. ที่ศูนย์พัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขระดับจังหวัด/กทม. พิจารณาคัดเลือกจำนวน 8 คนเข้ารับการฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติในการถ่ายทอดองค์ความรู้ตามกระบวนการกิจกรรมโดยไม่เน้นการบรรยายหรือชี้แจง เพื่อการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นมุข ได้เป็นอย่างดีและเสียสละเวลาในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานงานกับทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี
1.2 วิทยากรแม่ไก่ ข. คือ วิทยากรระดับอำเภอ/กิ่งอำเภอ และเขต ที่ศูนย์การพัฒนาพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระดับอำเภอ/กิ่งอำเภอ และเขต พิจารณาคัดเลือกจำนวน 6 คน เข้ารับการฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติในการถ่ายถอดองค์ความรู้ตามกระบวนการกิจกรรมโดยไม่เน้นการบรรยายหรือชี้แจง และเสียสละเวลาในการปฏิบัติหน้าที่สามารถทำงานเป็นทีม รวมทั้งประสานงานกับทุกภาคส่วนไดเป็นอย่างดี เช่น ปลัดอำเภอ พัฒนาการ ครู/อาจารย์ ตชด. สาธารณสุข ท้องถิ่นอำเภอ ตำรวจ เกษตร ฯลฯ
1.3 ชุดปฏิบัติการขยายผล คือ ชุดปฏิบัติการที่ศูนย์พัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิประไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำเภอ/กิ่งอำเภอ และเขต ร่วมกับวิทยากรแม่ไก่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ตำบลจำนวน 3-5 คน ที่มีคุณสมบัติในการเป็นวิทยากรกระบวนการสามารถปฏิบัติงานหมู่บ้าน/ชุมชนได้เป็นอย่างดี และได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรแม่ไก่ เช่น ปลัดอบต. ปลัดเทศบาล ตชด. ครู/อาจารย์ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ตำรวจ หัวหน้าสถานีอนามัยประจำตำบล เกษตรตำบล พัฒนากร ผู้นำทางศาสนา ฯลฯ |
กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้กำหนด การฝึกอบรมวิทยากรระดับจังหวัดกรุงเทพ มหานคร อำเภอ/กิ่งอำเภอ และเขต (วิทยากรแม่ไก่) เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตระหนัก และรับผิดชอบต่อการเลือกคนดีไปเป็นนักการ เมือง เกิดอัตลักษณ์ทางการเมืองใหม่ที่ถูกต้อง เป็นธรรม เป็นไทย การสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติมีวิถีชีวิตประชาธิปไตยและจะดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยการจัดตั้ง “อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย”เป็นผู้ดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้เกิดเป็นรูปธรรม |
|
|
โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประจำปี 2550 จะเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับวิทยากรใช้ในการฝึกอบรมราษฎร และดำเนินการจัดตั้ง “อาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย” ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เกิดความผาสุกแก่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
ดังนั้น เพื่อให้โครงกาพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในความรับผิดชอบของกรมการปกครอง เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมการปกครองจึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการพัฒนาศูนย์บริหารฐานข้อมูลระบบการติดตามและประเมินผลออนไลน์ ตามโครงการอาสาพัฒนาประชาธิปไตย (www.democracythailand.com) |
| |
|
|
http://www.democracythailand.com/
|
|