แหล่งวัตถุดิบ/ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่ แร่ธาตุต่างๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ ไม้ สินค้าประมง และสินค้าเกษตร เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของเวียดนามเหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญๆ หลายชนิดในอันดับต้นๆ ของโลก ได้แก่ ข้าว กาแฟ ใบชา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และพริกไทย การเข้าไปลงทุนของไทยในเวียดนาม ทำให้ไทยสามารถใช้วัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในเวียดนามผลิตสินค้าด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้บริโภคในเวียดนาม และผู้บริโภคในต่างประเทศที่ได้รับผลดีจากการบริโภคสินค้าในราคาถูก เนื่องจากผลิตจากแหล่งที่ทรัพยากรและวัตถุดิบอุดมสมบูรณ์ ถือเป็นการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
 ค่าจ้างแรงงานในเวียดนามราคาถูกและมีปริมาณแรงงานเพียงพอ – กำลังแรงงานในเวียดนามมีจำนวนราว 42.5 ล้านคน และประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว โดยประชากรเวียดนามราว 60% ของประชากรทั้งหมดที่มีจำนวนประมาณ 84 ล้านคน มีอายุต่ำกว่า 30 ปี นอกจากนี้ แรงงานเวียดนามมีการศึกษาดี โดยอัตราการรู้หนังสือ (Literacy Rate) ของประชากรเวียดนามมากกว่า 90% กล่าวได้ว่า จำนวนแรงงานในเวียดนามมีปริมาณค่อนข้างมาก มีการศึกษาที่ดี และค่าจ้างแรงงานต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งประเทศไทย เข้ามาลงทุนผลิตสินค้าในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังมีจุดอ่อนด้านแรงงาน คือ แรงงานที่มีทักษะและแรงงานระดับผู้บริหารขั้นกลางยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งแรงงานที่มีความชำนาญภาษาอังกฤษยังไม่มากนัก หากเทียบกับแรงงานในประเทศอินเดีย และฟิลิปปินส์ ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี หากแรงงานเวียดนามมีการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาจัดตั้งธุรกิจบริการเอาท์ซอสซิ่งในเวียดนามได้เพิ่มขึ้น
 ลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคด้านการลงทุน และเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น - การเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ของเวียดนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มกราคม 2550 ส่งผลให้เวียดนามต้องลดกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามได้มากขึ้นในทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เช่น ผ่อนคลายเพดานถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ และรูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปจัดตั้งธุรกิจบริการที่ไทยมีศักยภาพในหลายสาขา เช่น ภาคก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น สปา และนวดแผนไทย เป็นต้น
 ปรับปรุงบรรยากาศด้านการลงทุน - เวียดนามปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนของต่างชาติ รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนในการทำธุรกิจในเวียดนาม ที่สำคัญ ได้แก่ กฎหมายบรรษัท (Enterprise Law) ฉบับใหม่ปี 2548 เพื่อให้เกิดการแข่งขันในภาคธุรกิจ และสร้างความเท่าเทียมกันทางการแข่งขันระหว่างภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งการวางแผนแปรรูปรัฐวิสาหกิจของเวียดนาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นอกจากนี้ เวียดนามวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจีสติกส์ของประเทศ ได้แก่ การสร้างท่าเรือน้ำลึก ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมภาคเหนือ-ภาคใต้ และระบบขนส่งทางทะเลตลอดแนวชายฝั่ง เพื่อรองรับการลงทุนของต่างชาติ นอกจากนี้ เวียดนามยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการศึกษา โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของเวียดนาม และสนับสนุนให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตอย่างยั่งยืน
 นอกจากปัจจัยภายในประเทศของเวียดนามที่สนับสนุนให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในเวียดนามแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ไทยควรเข้าไปลงทุนในเวียดนามอีกประการหนึ่ง คือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในตลาดโลก เนื่องจากปัจจุบันสินค้าส่งออกของไทยในตลาดโลกกำลังสูญเสียขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าหลายรายการ ได้แก่
 - สินค้าที่ใช้แรงงานอย่างเข้มข้น ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า เนื่องจากค่าแรงงานในประเทศปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ
 - สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท - การส่งออกสินค้าของไทยได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2549 แข็งค่าขึ้นเกือบ 14% ซึ่งเป็นอัตราการแข็งค่าที่มากกว่าเงินสกุลอื่นๆ ในเอเชีย และค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยสูงขึ้นในสายตาของประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะสินค้าส่งออกของไทยที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ ซึ่งไม่ได้รับผลดีจากต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบที่ลดลงจากการแข็งค่าของเงินบาท ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร/อาหารแปรรูป ซึ่งใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างเต็มที่ และสูญเสียขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก การเข้าไปลงทุนผลิตสินค้าในเวียดนาม จึงช่วยขจัดปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินบาท การขาดแคลนแรงงานในประเทศ และค่าแรงงานที่สูงกว่าเวียดนามได้
 การบริโภคภายในประเทศเวียดนามที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่คาดว่ามีแนวโน้มสดใส เนื่องจากการส่งออกที่เติบโตได้ดี และเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้าเวียดนามอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่การบริโภคของคนเวียดนามจะเติบโตต่อไป ความต้องการบริโภคจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการของคนเวียดนามเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสของธุรกิจผลิตสินค้าและธุรกิจภาคบริการของไทยในเวียดนามที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศที่ส่งออกไปเวียดนามด้วยเช่นกัน เพราะเวียดนามต้องลดภาษีศุลกากรตามพันธกรณีการเข้าเป็นสมาชิก WTO ทำให้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศเข้าสู่เวียดนามได้มากขึ้น ทั้งนี้ การบริโภคของเวียดนามในปัจจุบันขยายตัวราว 20% เทียบกับการบริโภคของจีนที่เติบโต 11% และการบริโภคของไทยที่เติบโต 5% จากข้อมูลยอดค้าปลีกสินค้าและบริการของเวียดนามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2550 (มกราคม-พฤษภาคม) พบว่า ยังคงขยายตัวได้ดีในอัตรา 22.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2549
 ประโยชน์จากการส่งออกสินค้าที่ผลิตในเวียดนามไปยังประเทศที่สาม โดยเวียดนามได้รับผลดีจากการที่ประเทศต่างๆ ลดภาษีศุลกากรให้กับสินค้าส่งออกของเวียดนาม หลังจากที่เวียดนามเข้าเป็นสมาชิก WTO สินค้าที่ไทยไปลงทุนผลิตในเวียดนามมีโอกาสเข้าไปประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากเวียดนามมีพรมแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลกวางสีของจีน ซึ่งมีประชากรราว 50 ล้านคน และทางตะวันตกของเวียดนามติดกับมณฑลยูนาน ซึ่งมีประชากรราว 50 ล้านคน ทำให้สินค้าที่ผลิตในเวียดนามมีโอกาสส่งออกทางพรมแดนไปยังจีนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้สินค้าส่งออกของไทยที่ผลิตในเวียดนามยังได้รับผลดีจากสิทธิพิเศษทางภาษีที่เวียดนามได้รับจากประเทศคู่ค้าต่างๆ ด้วย
 ภาคธุรกิจไทยควรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าไปลงทุนในเวียดนาม โดยศึกษาข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจในเวียดนามอย่างรอบด้าน โดยการสนับสนุนและช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้งในด้านข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ข้อมูลด้านการตลาด เช่น ความต้องการของตลาด รูปแบบของสินค้า รวมถึงรูปแบบการกระจายสินค้า และข้อมูลทางการเงิน เช่น ระบบการเงินการธนาคาร หลักประกัน อัตราแลกเปลี่ยน การโอนผลกำไรกลับประเทศ รวมทั้งกฎระเบียบภาครัฐ เช่น กฎหมายแรงงาน และรูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ