การจัดการความรู้
การจัดการความรู้......เพิ่งได้เรียนรู้เทคนิค กระบวนการและหัวใจของการจัดการความรู้ที่แตกต่างไปจากความเข้าใจเดิม ๆ ที่ทำ KM เพื่อให้ได้ KM ของ กพร. ซึ่งได้ยินครั้งแรก ๆ งงมาก ๆ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ KM ให้ฟังต่อไป
การจัดการความรู้......เพิ่งได้เรียนรู้เทคนิค กระบวนการและหัวใจของการจัดการความรู้ที่แตกต่างไปจากความเข้าใจเดิม ๆ ที่ทำ KM เพื่อให้ได้ KM ของ กพร. ซึ่งได้ยินครั้งแรก ๆ งงมาก ๆ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ KM ให้ฟังต่อไป
ได้พบอะไรดีดี เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
จะคอยครับผม
ขอบคุณมากค่ะ ที่คุณครูเก่าได้เข้ามาที่บล็อกนี้ ทำให้เพิ่งนึกได้ว่า หลังจากกลับมาจากแอมบาสซาเดอร์ พัทยาแล้ว ยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่าได้อะไรดี ๆ มาบ้าง
สิ่งดี ๆ สิ่งแรกที่ได้รับ คือ
1. ประสบการณ์และเทคนิควิธีการนิเทศ ที่ได้รับฟังจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ชาว ศน. ที่ร่วมทำ KM ด้วยกัน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นผู้ปฏิบัติการนิเทศชั้นเลิศทั้งนั้น ทำให้รู้สึกว่า 8 ปีของการเป็น ศน. นั้น ตนเองยังต้องเติมเต็มเทคนิคและวิธีการอีกมากมาย
2. การนำประสบการณ์และแนวคิดในการทำ KM ไปเล่าสู่กับพี่ ๆ ศน. ที่ สพท.กทม.1 ว่า KM คืออะไร ทำไมเราถึงต้องทำ KM ซึ่งมีพี่ ศน.ท่านนึง ที่ตนเองชอบพูดคุย ปรึกษาวิธีการเลี้ยงดูลูกชายวัยรุ่น ก็จะมีพี่ ๆ ศน.ท่านอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์มานั่งร่วมวง แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน (อันนี้ ไม่ค่อยเป็นวิชาการเท่าไหร่)
3. ท่าน ผอ.สพท.กทม.1 ได้มอบหมายให้ตนเองตอบแบบสอบถามนักศึกษาปริญญาเอก เกี่ยวกับ ปัจจัยสำคัญและกระบวนการจัดการความรู้ที่สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็เลยนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ มาตอบแบบสอบถามส่งคืนนักศึกษาปริญญาเอก ก็เลยขอยกเอาคำตอบของแบบสอบถาม มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่ ๆ ในบล็อกนี้ คงจะไม่ว่าอะไรนะคะ ท่านใดที่อ่านแล้วเห็นว่าไม่ใช่ ช่วยเติมเต็มให้ด้วยนะคะ
1. องค์ประกอบสำคัญของการจัดการความรู้ KM ที่เหมาะสมกับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ควรประกอบด้วยบุคลากร ซึ่งได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ที่สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติงานแล้วประสบความสำเร็จมาพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้ หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีความสนใจ หรือปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกันที่จะมาทำ KM ร่วมกัน การจัดเก็บความรู้และช่องทางการสื่อสาร เพื่อที่จะช่วยให้ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ ได้จัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่ ไม่สูญหาย อยู่ในรูปแบบของเอกสาร สื่อประเภทต่าง ๆ หรือเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่ความรู้และเพื่อการสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โอกาสในการทำ KM และการนำไปใช้ ควรมีโอกาส เวลาและสถานที่ที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรในการดำเนินการจัดการความรู้ และเมื่อบุคลากรได้จัดทำ KM แล้ว ควรมีการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้
2. รูปแบบ ขั้นตอน หรือกระบวนการในการบริหารด้านการจัดการความรู้ KM ในสถานศึกษาระดับ กพฐ. ให้ลื่นไหล สอดคล้อง และประสบความสำเร็จนั้น ควรมีขั้นตอนการดำเนินงานตามลำดับ คือ การจัดกลุ่มบุคคลที่จะดำเนินการจัดการความรู้ ตามลักษณะการปฏิบัติงานประเภทเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน กลุ่มบุคคลที่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติงานที่ประสบความสำเร็จและสามารถถ่ายทอด เติมเต็มความรู้ซึ่งกันและกันภายในกลุ่มได้ ซึ่งแต่ละกลุ่มไม่ควรจะมากเกินไป ประมาณ 5 -10 คน เช่น กลุ่มครูผู้สอนสาระการเรียนรู้เดียวกัน ช่วงชั้น หรือระดับชั้นเดียวกัน การกำหนดวิสัยทัศน์ในการจัดการความรู้ร่วมกัน ควรเป็นวิสัยทัศนฺที่สามารถดำเนินการได้ ไม่กว้างหรือแคบเกินไป ไม่ยากเกินไปจนไม่สามารถจัดทำ KM ได้ ควรเป็นเรื่องที่ต้องการพัฒนาหรือปรับปรุงการปฏิบัติงานในองค์กร เช่น การบริหารงานวิชาการ การจัดการเรียนการสอน การบริหารงานธุรการในโรงเรียน เป็นต้น การดำเนินการจัดการความรู้ โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ เช่น เรื่องเล่าเร้าพลัง เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เล่าเรื่องการปฏิบัติงานที่ประสบผลสำเร็จและภาคภูมิใจ เพื่อให้บุคลากรอื่น ๆ ตามที่ได้เข้ากลุ่มไว้ ได้ถอดวิธีปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ และลองนำวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมไปทดลองใช้ว่าประสบผลสำเร็จหรือไม่ อย่างไร แล้วนำมาทบทวน ปรับปรุงใหม่ เพื่อจัดเก็บในรูปแบบของ KM การสร้างเครือข่ายการจัดการความรู้ ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มบุคคลที่สนใจหรือปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ซึ่งอยู่กันคนละองค์กร หรือหน่วยงาน เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกว้างขวางยิ่งขึ้น
(จริงไหมคะ ?)