หลังจากที่ผมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก ในปี พ.ศ.2548 ผมพยายามคิดเสมอว่าจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างไร
แนวคิดเดิมๆ ก็คือจัดอบรม ประชุม สัมมนา เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ สุดท้ายกับยิ่งเป็นการซำเติมให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพที่แย่ลงไปอีก เพราะวิธีการดังกล่าว เป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน ห่างไกลจากเด็กนักเรียนมากขึ้นทุกวัน
ในปีการศึกษา 2549 ผมหยุดใช้วิธีเดิมๆ หันไปใช้วิธีการนิเทศแบบเข้าถึง เข้าใจ และพาทำ ใช้แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ มาประยุกต์ใช้กับการนิเทศ ใช้วิธีเข้าเยี่ยมโรงเรียน พูดคุยกับครูอย่างเป็นกัลยาณมิตร ทำให้เห็นวิธีการสอนของครูที่ดีๆ มากมาย ที่เป็น Best practice ผมจึงนำวิธีสอนเหล่านั้นไปขยายผลให้เพื่อนครูโรงเรียนขนาดเล็กอื่นๆ ทราบและนำไปประยุกต์ใช้
"ใจเย็นๆ นะครับศอนอ สอนเด็กถ้าจะให้ได้ดีต้องใจเย็นๆ" นี่คือคำพูดของครูโรงเรียนขนาดเล็กให้ไว้กับผม
ผลการประเมินในปีที่ผ่านมา ทำให้ผมเชื่อแล้วครับว่าหากเราใจเย็นๆ ให้ครูพัฒนาการสอนด้วยหลักและวิธีการสอนที่เขาเชื่อมั่น ศรัทธาและมีกัลยาณมิตรอย่างเราคอยดูแล ช่วยเหลือให้กำลังใจยอมทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เพราะผลการประเมินโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่สระแก้วเขต 1 ดีขึ้น ในบางอำเภอสูงกว่าโรงเรียนอนุบาลเสียอีก
กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การศึกษาเป็นไปเช่นนั้น ขอเป็นกำลังใจให้คณะครูโรงเรียนขนาดเล็กทุกคนครับ
เห็นด้วยกับความรู้สึกที่ครูควรมีต่อเด็ก ด้วยความอบอุ่น .... ใจเย็นๆ.....เป็นที่พึ่งทางใจให้กับเขา ความยากไร้ ความไม่สมบูรณ์ทั้งความเป็นอยู่และความเป็นคน เด็กเหล่านั้น น่าสงสาร...ให้โอกาส.... ใจเย็นๆ ในการเติมเต็มแก่เขาเถิดนะ.....
เห็นด้วยกับการใจเย็นๆ... ศอนอก็คือหมอ ใจเย็นรอฟังอาการไข้ของครู ดูอาการให้แน่นอน ก่อนใส่ยาลงไป คิดว่าโรคร้ายยังไงก็หาย.... ถามเอง ตอบเอง หมดยุคแล้วคร้าบบบบ.
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ .....สู้ ครูสระแก้วยังต้องการความช่วยเหลือ จากท่าน ศน.ใจดีอีกเพียบ