เรื่องเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขนนั้น ได้ให้ข้อคิดหลายด้าน แล้วแต่มุมมองซึ่งสามารถสะท้อนความคิดได้หลายประเด็น อาจต่างมุมมองและต่างกระบวนการคิด แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนความเจริญทางวัฒนธรรมและสังคม ความเชื่อและความงมงายไม่เคยทำร้ายใคร หรือย่ำยีสังคมให้เกิดความเสียหาย ความเชื่อความรู้แบบวิทยาศาสตร์มากกว่าที่ทำให้สังคมเดือดร้อน มากกว่าจะสร้างความไม่เดือดร้อน ในปีนี้งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนขึ้น ในวันที่ 23 –25 มิถุนายน 2550 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลยกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วยวันเสาร์ที่23มิถุนายน2550เป็นวันเริ่มต้นการจัดงาน
03.00น.จะมีพิธีเบิกพระอุปคุตตามความเชื่อของชาวด่านซ้ายที่บริเวณสะพานลำน้ำหมัน
07.00น.ทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าที่วัดโพนชัย
08.30น.พิธีบายศรีสู่ขวัญที่บ้านเจ้าพ่อกวน
09.30น.ตั้งขบวนผีตาโขนที่โรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย,การแข่งขันกิจกรรมผีตาโขน
10.30น.พิธีเปิดงานประเพณีการละเล่นผีตาโขนอย่างเป็นทางการ ชมขบวนแห่ผีตาโขนอันยิ่งใหญ่ ตระการตาที่หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย
20.30น.ชมการแสดงวงดนตรีหมอลำที่โรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย
วันอาทิตย์ที่24มิถุนายน2550
09.00น.การสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขนที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน(วัดโพนชัย)
09.30น.การประกวดการเต้นผีตาโขนน้อยรอบชิงชนะเลิศ
11.00น.การโชว์กระโดดร่ม โดยนักกระโดดร่มจากกองบิน 46 และนักกระโดดร่มกิตติมศักดิ์
13.00น.ขบวนพาเหรดผีตาโขนทั้ง5ชุมชนไปยังวัดโพนชัย
15.00 น. ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมืองและจุดบั้งไฟ และ 19.00 น. ฟังการเทศน์พระมาลัยหมื่น พระ มาลัยแสนที่วัดโพนชัย
วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2550 ไม่มีการละเล่นผีตาโขน เป็นกิจกรรมทางพุทธศาสนา
04.00น.ฟังเทศน์มหาชาติ13กัณฑ์
07.00น.ทำบุญตักบาตร
09.00น.พิธีสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง
10.00 น. ขบวนแห่กัณฑ์หลอนเพื่อถวายพระ โดยต้องถวายก่อนพระรูปสุดท้ายเทศน์จบ
ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี คือเมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย เมืองที่มีพระธาตุศรีสองรัก เป็นสัญลักษณ์แห่งการเคารพและนับถือ ที่คนทั่วไปรู้จักกันว่าเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการรำลึกของคนไทยและไทยลาวสองชาติ ที่ผูกสายสัมพันธไมตรีและสัจจะ เป็นเครื่องมือในการสร้างสันติ เพื่อให้พี่น้องทั้งสองชาติได้อยู่เย็นเป็นสุข โดยที่ไม่ต้องพึ่งพากระบวนการสมานฉันท์เฉกเช่นปัจจุบัน ที่มีแต่สมานฉันท์ฝ่ายเดียว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้จักแม้แต่คำว่าสมาน
อีกอย่างหนึ่งที่ชาวไทยรู้รักคือ ประเพณีผีตาโขนหรือเรียกว่า ประเพณีบุญหลวง หรือประเพณีบุญผะเวส (ประเพณีเทศน์มหาชาติ) ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายนก่อนเข้าพรรษดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี คือเมืองด่านซ้าย มีโบราณสถานที่เป็นสิ่งเคารพนับถือคือ พระธาตุศรีสองรัก ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งไมตรีและสัจจะระหว่างไทยกับลาว เมื่อสมัยที่ประเทศต่างๆนิยมการล่าอาณาเขต และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบของสองแผ่นดินตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากพระธาตุศรีสองรักแล้ว ยังมีประเพณีเป็นที่นิยมกันมากและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มีการละเล่นที่รู้กันทั่วคือ ผีตาโขน ในประเพณีดังกล่าวได้สะท้อนความเป็นวัฒนธรรม หลายด้านคือ
๑. วัฒนธรรมความเชื่อผี ผีตาโขนจะมี๒ รูแบบ คือผีตาโขนใหญ่ และผีตาโขนเล็ก การสร้างผีตาโขนใหญ่นั้นจะสร้างตามความเชื่อว่า คนโบราณในอดีตนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ถึง ๘ ศอก ผู้ที่จะสร้างได้ต้องได้รับการอนุญาตจากเทพหรือเจ้าพ่อ หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างมาแล้วติดต่อกัน ๓ ปี ซึ่งก่อนทำต้องมีพิธีโดยแต่งขันดอกไม้ เทียนและขันห้า ขันแปด ใส่พานหรือขัน กล่าวคำขอขมาและอนุญาตต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
๒. วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับศาสนา โดยเฉพาะพุทธศาสนา ในงานจะมีการทำผ้าป่าสามัคคี ซึ่งเป็นบุญใหญ่มาก (บุญหลวง) โดยจะทำการแห่งไปพร้อมกับขบวนผีตาโขน เพื่อไปทำการทอดที่วัดโพนชัย นอกจากเป็นแนวหนึ่งการทำบุญอุทิศในช่วงก่อนเข้าพรรษา ของชาวพุทธแล้ว กล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า "ผีตามคน" หรือ "ผีตาขน" จนกลายมาเป็น "ผีตาโขน" อย่างในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความเชื่อดังกล่าวยังผูกโยงไปถึงศาสนาฮินดู สิ่งที่แสดงความเป็นศาสนาฮินดู คือความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับศิวลึงค์ กล่าวคือ ในกระบวนแห่งสัญลักษณ์สำคัญอันหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งประเพณี คือ รูปแทนอวัยวะเพศชาย หญิง แต่เพศชายจะชัดเจนมากกว่าเพศหญิง สัญลักษณ์ดังกล่าว แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของการดำรงชีพ ซึ่งลักษณ์ทางพฤติกรรมเช่นนี้ จะได้จากการสร้างศิวลึงค์ไว้ตามโบราณที่ต่างๆ ในสมัยที่ขอมเรืองอำนาจ การที่ขอมเรืองอำนาจจึงเป็นผลให้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแพร่กระจาย ไปยังที่ต่างๆ ที่ขอมรุกรานไปหรือขยายอาณาเขตไปถึง
๓. ความเชื่อเกี่ยววิถีชีวิต กระบวนแห่งสิ่งแสดงความเป็นชีวิตของสังคม คือการแสดงเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับการทำมาหากิน ซึ่งมีอยู่หลายชนิด ล้วนแต่เป็นวิถีชีวิตของคนด่านซ้าย มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ คือควายตู้ (ควายที่มีแข็งแรง) คือสัตว์ที่มีความสำคัญต่อการทำนา นอกจากนี้ความยังเป็นสัตว์ใหญ่ในการเข้าประกอบการแก้บนกับเจ้าพ่อกวน ในกรณีที่บนบานต่อเรื่องใหญ่ๆ ให้สำเร็จด้วย รวมความเชื่อที่ว่า ควายคือสัตว์ที่จะช่วยป้องกันภัยร้ายต่างๆ ที่จรมาจะทำร้าย หรือไม่ประสงค์ต่อสังคมอีกด้วย ที่ขาดมิได้อีกอย่างหนึ่งคือ ตนป่าชุดดำ ที่แต่งกายทาสีดำทั้งตัว ที่มีไม้เฮี้ย (ไม้ไผ่) กระแทกไปตามถนนที่กระบวนดำเนินไป ซึ่งเป็นการสะท้อนความมีอยู่ทางทรัพยากรในท้องถิ่น คือไม้ไผ่ที่มีมาก