ART นี้เองพลิกชีวิตเด็ก ที่อดีตจะป่วย และตายเร็ว ให้มาเป็นโรคเรื้อรัง มีชีวิตที่ดี แข็งแรง แต่ต้องกินยาตลอดชีวิด

อ่านจากบล็อก อาจารย์ วิรัตน์ อาจารย์ ทำค่ายศิลปให้กับเด็กที่มีเชื้อเอดส์ และเชียนบล็อก ศิลปะและการ์ตูนกับเด็กๆกำพร้า HIV  ว่า  

หนูเอย แม้นว่าวันนี้หรือวันไหน ขอให้ความฝันและความหวังของหนูยังคงอยู่...เพราะสิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้น ที่เป็นพลังชีวิต  ในท่ามกลางเคราะห์กรรมในชีวิตนั้น ผู้คนในโลกนี้  ได้มีชีวิตแบบตายไปจากความฝันเป็นจำนวนมาก  วันคืนที่เหลืออยู่ของหนู จึงงดงามและเต็มไปด้วยความโชคดีกว่าใครๆอีกมากมายนัก  จงฝัน เติบโต และเปี่ยมด้วยพลังชีวิต  อย่าให้ภูมิชีวิตที่มีอยู่  เลือนไปจากชีวิตของหนู.....

ทำให้คิดต่อได้ว่า

คำว่า ART ของอาจารย์นั้น เป้นคำย่อของ คำว่า Anti Retroviral Therapy การให้ยาต้านไวรัส ของผู้มีเชื้อเอดส์ด้วย

ART นี้เองพลิกชีวิตเด็ก ที่อดีตจะป่วย และตายเร็ว ให้มาเป็นโรคเรื้อรัง มีชีวิตที่ดี แข็งแรง แต่ต้องกินยาตลอดชีวิด

มีข้อแม้อยู่ว่า การกินยาต้องอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ตลอด คือ มากกว่า 95% ถูกขนาด ถูกจำนวน และถูกเวลาเป๊ะ

ตามประสบการณ์ ของดิฉัน  5 ปี ที่ดูแลให้ยาเด็กที่เชียงราย ยังไม่เคยเจอสัก ราย ที่กินยาถูกต้องทุกอย่าง(โดยมีพยานการกิน 100%ด้วย )มีการดื้อยา

รายที่ดื้อยาล้วนมีสาเหตุจาก กินยาไม่ได้อย่างถูกต้อง 100% ทั้งสิ้น

ตอนนี้ ที่ทีม ดิฉัน เผชิญ คือ เด็กบางคน พอเข้าวัยร่น จะมีปัญหา ที่เคยกินยาสม่ำเสมอ เริ่มเบื่อยา หยุดยา ไม่กิน ไม่มาหาที่รพ

เป็นไปตามธรรมชาติ ของวัยรุ่นมังคะ

ที่ มีความต้องการ 3 ประการสำคัญ คือ

เขาจะเข้าสังคม เขาอยากไม่อยากจะแตกต่างจากเพื่อนเลย และสุดท้าย ต้องการความแข็งแรงอยู่ยงคงกระพัน(invincibility)

 แต่ การมีเชื้อ HIV ทำให้ ทั้ง สามสิ่งที่เขาต้องการนั้น เป็นไปได้ยาก  อ่านต่อได้ ที่นี่

 เคยมีผู้ดูงานจากหนังสือ แฟชั่น ELLE จากฝรั่งเศส มาขอสัมภาษณ์เด็ก

สัมภาษณ์ เสร็จ  บรรณาธิการที่มา คุยกับทีมว่า ทำไมเด็กๆที่สวยงามน่ารักเหล่านี้ จึงยากมากในการที่จะช่วยให้กินยา 

เธอไม่เข้าใจ ว่ามันยาก อย่างไร ในการกินยา เธอก็มีโรคประจำตัวต้องกินยาวันละ 2 ครั้งเช่นกัน เพียงแต่ไม่ต้องตรงเวลา ไม่ยากเลยนะ

ตอนที่เธอถามก็ ตอบไม่ได้ ตอนนี้ มานืก ออก ว่ามันไม่ใช่แค่หยิบยาใส่ปาก เป็นเพราะการทราบว่าตัวเองมีสภาวะมีเชื้อนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ของเขา

การเจอเรื่องนี้ ทำให้เกิดภาวะที่เรียก post traumatic stress ในทุกคน ไม่มากก็น้อย

เหมือนคนเคยเจออุบัติเหตุรุนแรงจะหลบเลี่ยง  ไม่ใช้รถ ไม่นั่เครื่องบิน ไม่พูดถึง จะ หวาดกลัวมากกว่าคนอื่น และเกิดความเครียดมาก เมื่อต้องเจอเข้าจริง

เด็กวัยรุ่นเหล่านี้เช่นเดียวกัน

นาฬิกาปลุกเตือน การกินยา การเห็นกล่องยา เม็ดยา การที่ผู้ปกครองเตือน แม้แค่มาโรงพยาบาล พบหมอ พบพยาบาล ก็เป็นสิ่งที่เตือนเขา ทำให้เกิดเครียด เกิดทุกข์ ทุกครั้งที่กินยา

บางคน เลยเลี่ยง ไม่เห็น ก็ ทำให้ลืมไป พอจะประคองจิตให้เป็นสุขได้ ชั่วคราว ก็ ยังดี

ขอบคุณ  สำหรับบล็อก ของอาจารย์ 

<div class="picture">P</div><p>
นาย วิรัตน์ คำศรีจันทร์</p><p>
ที่จุดประกายให้คิดต่อได้ยาวเลย</p><p> </p><p></p>