<h6>
อาหารที่ควรบริโภคของผู้ป่วย
Boone รายงานว่า จากการศึกษานิสิตเก่าของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด จำนวน 15,000 คนพบว่าผู้ที่ไม่เข้า
ร่วมกิจกรรมมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมใน
การรักษาความดันโลหิตสูงอย่างง่ายๆด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คือ การเดินและถีบจักรยาน
และพบว่าความดันโลหิตลดลง 11/9 มม.ปรอท ภายหลังกิจกรรม 3 สัปดาห์และลดลง 16/11 มม.ปรอท
ภายหลังกิจกรรม 7 สัปดาห์
จากการเพิ่มการเคลื่อนไหวพบว่าความต้านทานรวมของหลอดเลือดแดงส่วนปลายลดลง ปริมาณเลือดที่
ออกจากหัวใจเพิ่มมากขึ้นส่วนน้ำหนักร่างกายและการขจัดโซเดียมยังคงที่เท่าเดิม ระดับ norepinephrine
ในพลาสมา มีค่าลดลงเป็นร้อยละ 21 และ 33 ภายหลังกิจกรรม 3 และ 7 สัปดาห์ตามลำดับ
การลดความดันโลหิตในพวกที่มีความดันโลหิตสูงอาจร่วมกับการลดระดับ catecholamine ในพลาสมา
Kaplan รายงานว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจลดอุบัติการของโรคความดันโลหิตสูง
ในช่วงการติดตามผลระยะเวลา 1-12 ปี จำนวน 6,039 คน เป็นผู้ที่ออกกำลังกายน้อย เมื่อเริ่มทำการศึกษา พบว่ามีความเสี่ยงสัมพัทธ์เป็น 1.52 เท่าของผู้ที่ออกกำลังกายมากในการที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง
ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้มีการดำเนินของโรคเพิ่มมากขึ้น
หรือไม่
Kaplan ได้ให้ข้อเสนอว่าในผู้ที่ออกกำลังกายนั้นมักจะมีร่างกายที่สมส่วนติดตามด้วยการดำรงชีวิตที่ดีรวมทั้งบริโภคเกลือน้อย ไขมันน้อย และดื่มสุราแต่พอควร มีการพักผ่อนและผ่อนคลายความเครียด ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาอาจป้องกันไม่ให้มีการดำเนินของโรคความดันโลหิตสูงก็ได้
การศึกษาของ Williams และคณะได้ทำการศึกษาแบบทดลอง โดยการรักษาโรคความดันโลหิตสูงแบบไม่ใช้ยา คือให้ออกกำลังกายเป็นเวลา 6 เดือน (สัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 1 ชั่วโมง) จำนวนที่ศึกษา 56 คน อายุเฉลี่ย 30 ปี ความดันโลหิตเริ่มแรกเป็น 146/94 มม.ปรอทหลังการศึกษาความดันโลหิตลดลง 6.1/4.2 มม.ปรอท
Ford และ Cooper ศึกษาปัจจัยเสี่ยง ของโรคความดันโลหิตสูง มีรูปแบบการศึกษาแบบไปข้างหน้าจำนวนที่ศึกษา 7,073 คน เมื่อแบ่งการออกกำลังกายเป็น 3 พวก คือ มาก ปานกลาง และน้อยพบว่า ชาย-หญิงผิวดำ และชายผิวขาวกลุ่มที่ออกกำลังกายน้อยมีอุบัติการของโรคความดันโลหิตสูงมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
จากการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูงโดยเฉพาะการดูแลทางด้านอาหารจะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือผู้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงสามารถที่จะหลีกเลี่ยงจากภาวะเสี่ยงหรือหลีกเลี่ยงจากการมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงเมื่อเป็นแล้ว หรือลดความรุนแรงของโรคลงซึ่งต้องอาศัยการปฏิบัติตนในเรื่องนี้ให้อย่างถูกต้องโดยรับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักโภชนาการหมั่นตรวจสอบร่างกายเป็นประจำหรือไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
</h6>. สรุปอาหารที่บริโภค
1. พลังงานที่ได้รับจากอาหารให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ใช้เพื่อให้น้ำหนักตัวคงที่
2. ถ้ามีความดันโลหิตสูงควรลดอาหารและออกกำลังกายให้น้ำหนักตัวเหลือร้อยละ 85 จากน้ำหนักตัวเดิม
3. รับประทานผลไม้อย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มปริมาณโปแตสเซียม
4. ลดอาหารเค็มพวกอาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารที่แปรรูป
5. อาหารไขมันควรบริโภคไขมันชนิดไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง
6. เพิ่มอาหารประเภทใยอาหาร
7. ลดน้ำตาล เพื่อลดอินซูลิน
8. ดื่มสุราไม่เกินวันละ 1.5 ออนซ์ <p><hr></p>
Hypertention อาหารสำหรับคนเป็นความดัน
อาหาร
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 23 มิ.ย. 2550
พิชชา · 23 มิ.ย. 2550
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช · 23 มิ.ย. 2550
แขไข · 23 มิ.ย. 2550
อ้อยควั้น_ชายแดนใต้ · 23 มิ.ย. 2550
ทางเลือกใหม่ในการรักษาความดันโลหิตสูง โดยใช้ยาสมุนไพรของไทย อาจช่วยปรับระการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้นได้