ได้ดูหนังจากประเทศเกาหลีเรื่องนี้โดยบังเอิญจากการยืมห้องสมุดที่ Adelaide มาดู

เกิดความประทับใจมาก สั่งซื้อที่ร้านในเมือง Adelaide อยู่หลายเดือนก็ไม่ได้

จนกระทั่งเมื่อวานได้เห็นโดยบังเอิญที่เซียร์รังสิต

กองอยู่ในหนังซองสามเรื่องร้อย นำเข้าโดยบริษัทเจบิกส์ ใช้ชื่อภาษาไทยว่า "วงจรชีวิต กิเลสมนุษย์"

ดีใจมากรีบควักเงินซื้อแล้วมาดูอีกรอบ

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับวัฏฏะสงสารครับ

Kim Ki-duk ผู้กำกับ และผู้แสดง ได้แปลพุทธธรรมเรื่องไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง ความทุกข์ และความไม่ใช่ตน ออกมาเป็นภาษาภาพที่งดงาม และอิ่มเอม

spring

ภาพนี้มาจาก http://www.rottentomatoes.com/vine/showthread.php?t=322622

หนังเล่าเรื่องของเถรน้อยคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับหลวงตาในวัดลอยน้ำกลางทะเลสาบในหุบเขาอันเงียบสงบ

ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง

เณรน้อยโตขึ้นเป็นพระหนุ่ม เผชิญกับราคะกิเลสจากหญิงสาวที่มาพักรักษาตัวในวัด และแพ้พ่ายจนได้เสียกัน

ชีวิตวัยหนุ่มเปลี่ยนไปตามฤดูกาล พระหนุ่มหนีจากวัดตามผู้หญิงไป

เรื่องราวเป็นอย่างไรอยากให้หามาดูกันครับเล่าต่ออาจจะเสียอรรถรสได้

แต่ประเด็นที่อยากจะให้สังเกตคือ การตีความวัฏฏะสงสารออกมาโดยใช้สัญลักษณ์ที่เรียบง่ายและงดงาม ผ่านฤดูกาล ผ่านตัวละคร ผ่านสัญลักษณ์เปรียบเทียบสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆ ที่เลี้ยงไว้ในวัด

อยากดูการสอนโดยการไม่พูด แต่พยายามเข้าใจและแสดงตัวอย่างของวิถีชีวิตที่ดีงามให้ดู ของหลวงตาผู้เฒ่า

 spring3

ภาพจาก  http://thecia.com.au/reviews/s/images/spring-summer-autumn-winter-and-spring-6.jpg

ผมเห็นความเชื่อมโยงของธรรมะที่เป็นสิ่งที่รู้สึกได้โดยที่ไม่ถูกจำกัดขอบเขตว่าจะเป็น หินยาน มหายาน หรือนิกายใดๆ

การพายเรือข้ามจากฝั่งมายังโบสถ์กลางน้ำ ก็คืออุปมาการข้ามฝั่งทุกข์นั่นเอง

ธรรมะเปรียบเสมือนพ่วงแพ ข้ามจากฝั่งโลกียะ มายังฝั่งโลกุตระ

หามาดูกันนะครับ ผมว่าเรื่องนี้สามารถทำให้คนเข้าใจพุทธศาสนาได้มากขึ้นว่า "ฐานคิด" ของเราเป็นอย่างไร