สภาพความไร้ความสามารถในการเรียนรู้ขององค์การ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้น้อยลงหากเราจะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ของคนในองค์การเพื่อการก้าวไปสู่การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้  ในการทำงานที่โรงพยาบาลบ้านตาก ผมและทีมนำได้พยายามที่จะลดสภาพเหล่านี้ ซึ่งผมได้แนวคิดนี้มาจากบทความของคุณมานะ กอหรั่งกูล และนำมาประยุกต์ปรับปรุงไปเล็กน้อย ทำให้ผมรู้เรื่องขององค์การแห่งการเรียนรู้ก่อนที่จะมารู้เรื่องของการจัดการความรู้  โดยสภาพทั้ง 7 ประการ เหล่านี้หากมีมากในองค์การใด จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้อย่างมาก ดังนี้
          1.    สภาพการยึดถือว่า “ฉันคือตำแหน่งของฉัน” มีการสร้างอาณาจักรย่อยๆขึ้นในองค์การ แบ่งแผนก แบ่งวิชาชีพ แบ่งตำแหน่ง แบ่งกลุ่ม แบ่งค่ายอย่างชัดเจน อย่ามายุ่งกับฉัน และฉันก็จะไม่ไปยุ่งกับใคร ฉันมีหน้าที่แค่นี้ ทำแค่นี้ อย่างอื่นไม่ใช่หน้าที่ฉันไม่ทำ ไม่ช่วย  สภาพนี้จะเห็นได้ชัดในการบริหารองค์การแบบเครื่องจักรหรือแบบราชการ (Bureucracy)
          2.    การหาผู้กระทำผิดหรือแก้ตัว หรือหาแพะรับบาป ทำให้คนไม่กล้าคิดกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆเพราะถ้าผิดพลาดก็จะกลายเป็นถูกตำหนิหรือถูกลงโทษ เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะพยายามปกปิด ซ่อนเร้น ไม่รายงานให้หัวหน้าทราบเพราะกลัวความผิด อาจหาทางโทษคนอื่นทำให้เกิดความหวาดระแวงกันเอง ทำให้ไม่สามารถนำเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียนสำหรับคนอื่นๆและไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์เพื่อการป้องกันความผิดพลาดนั้นๆจึงอาจเกิดซ้ำได้อีก คำว่าผิดเป็นครูจึงไม่เกิดขึ้น
          3.    ภาพลวงตาคิดว่าตัวเองแก้ปัญหาเชิงรุก แก้ปัญหาที่อาการ ยึดติดเหตุการณ์ เกิดอะไรแก้สิ่งนั้นพอ ไม่สืบสาวราวเรื่องเข้าไปหาต้นตอสาเหตุที่แท้จริง เมื่อไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุที่แท้จริงก็ไม่สามารถขจัดปัญหาออกไปได้ ปัญหาจึงมีโอกาสเกิดซ้ำได้อีก
         4.    การยึดติดในความสำเร็จในอดีต ไม่กล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่เพราะกลัวล้มเหลวหรือพอใจแค่ความสำเร็จหรือผลงานเดิมๆ ทำแบบเดิมๆทั้งที่ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปแล้ว
         5.    ไม่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่ละน้อย ๆ และอย่างช้า ๆ ได้  เมื่อสิ่งแวดล้อมหรือลูกค้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย ปรากฎว่าหน่วยงานกลับไม่รับรู้ ทำให้ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์หรือเตรียมแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ พอรู้ตัวอีกทีปรากฏว่าปัญหาใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขไปแล้ว ยกตัวอย่างเรื่องทฤษฎีกบต้ม กบเป็นสัตว์เลือดเย็น พอใส่ในน้ำเย็นก็จะปรับอุณหภูมิร่างกายให้เป็นตามอุณหภูมิของน้ำ ถ้าใส่ในน้ำร้อน กบจะรู้ตัวแล้วโดดหนีเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าใส่ในน้ำเย็นแล้วค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิทีละน้อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ กบก็จะปรับตัวตาม ทำให้ไม่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นๆได้ พอไปจนถึงร้อนจนน้ำเดือดกบก็สุกตายพอดี หนีไม่ทัน
         6.    การเข้าใจว่าการเรียนรู้ที่มีพลังที่สุดคือการเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของตนเองหลายเรื่องกว่าจะเห็นผลก็นานมากหรือเมื่อเห็นผลก็อาจเกิดอันตรายหรือผลเสียที่เกินจะเยียวยาได้ ดังนั้นคนเก่งจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตนเอง แต่คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์คนเก่ง 
        7.    ทีมงานไม่สามารถเรียนรู้จากสมาชิกทีมและประสบการณ์ของทุกคนในทีมได้ ทำให้ไม่สามารถนำเอาความสำเร็จและความผิดพลาดของคนอื่นๆมาพัฒนาการทำงานขององค์การได้ อาจเกิดจากการไม่เปิดใจยอมรับคนอื่นหรือหวงวิชาก็ได้