เจ้าหญิงป่วน ณ ปัตตานี
เด็กหญิง ประเสริฐ (أُخْتٌ صَغِيْرَةٌ ) รัศมีแห่งดวงตา เจ้าหญิงป่วน ณ ปัตตานี

สิ่งนี้คือความสัมพันธ์แบบพี่น้องในหนทางของอัลลอฮฺ คำตอบ


16. “(อิบลีส) กล่าวว่า ด้วยเหตุที่พระองค์ได้ทรงให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในความหลงผิด แน่นอน ข้าพระองค์จะนั่งขวางทางพวกเขา(มนุษย์) ซึ่งทางที่เที่ยงตรงของพระองค์”

คำตอบการสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิของอัลลอฮฺ     

     มีคนจำนวนไม่น้อยคิดผิดที่เชื่อว่า ความยากลำบากในยุคสมัยของเรา การที่มีมุสลิมเป็นจำนวนน้อย และการอยู่ในสภาพวิกฤติเช่นนี้ เป็นเหตุผลอนุญาตให้ทำสิ่งเหล่านั้นได้  แต่พวกเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะนำพวกเขาไปสู่ความหายนะและตกสู่กับดักของชัยตอนได้          ฉะนั้น จงระวังการหลอกลวงของชัยตอน เพราะมันจะทำให้ความผิดเกิดขึ้นกับคุณโดยที่คุณยังคงคิดว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง และมันจะมาหาคุณโดยผ่านประตูที่คุณคิดว่าคุณได้ปิดมันแล้ว แต่สำหรับชัยตอน มันกำลังเคาะประตูแห่งการหลงผิด พยายามที่จะเปิดประตูนั้นและทำให้บ่าวของอัลลอฮฺตกสู่กับดักของมัน          คุณไม่เคยได้ยินที่อัลลอฮฺกล่าวไว้หรอกหรือ

 16. “(อิบลีส) กล่าวว่า ด้วยเหตุที่พระองค์ได้ทรงให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในความหลงผิด แน่นอน ข้าพระองค์จะนั่งขวางทางพวกเขา(มนุษย์) ซึ่งทางที่เที่ยงตรงของพระองค์         

 17. แล้วข้าพระองค์จะไปหาพวกเขาจากเบื้องหน้าของพวกเขาและเบื้องหลังของพวกเขา และจากเบื้องขวาของพวกเขาและจากเบื้องซ้ายของพวกเขา และพระองค์จะไม่พบว่าส่วนมากของพวกเขาเป็นผู้ขอบคุณซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 16-17อิบนุเญาซี รอฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวใน ตัลบีส อิบลีส หน้า 52 ว่า          อิบลีสจะหลอกลวงมนุษย์ทุกวิถีทางที่มันสามารถทำได้  และอำนาจของมันที่มีต่อพวกเขาจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามความระมัดระวังหรือความสะเพร่าของพวกเขา  ตามความรู้หรือความไม่รู้ของพวกเขาจะสังเกตได้ว่า หัวใจเปรียบเสมือนป้อมปราการ และสิ่งชั่วร้ายจะเข้ามารอบๆป้อมปราการนั้นตลอดเวลา และจะเสาะหาตำแหน่งที่บกพร่องหรือขาดความระมัดระวัง ผู้เฝ้าดูแลควรจะรู้จักประตูทั้งหมดของป้อมปราการที่เขาได้รับมอบหมายให้ดูแล และเขาไม่ควรที่จะปล่อยให้พลาดไปแม้จะเพียงชั่วขณะหนึ่งก็ตาม เพราะศัตรูของเขาไม่เคยให้สิ่งใดพลาดไปจากความสนใจของพวกเขาเลยเช่นกันชายคนหนึ่ง กล่าวกับ ฮะซัน อัลบัศรีย์ ว่า อิบลีสนอนหลับหรือไม่ท่านตอบว่า ถ้ามันนอนหลับ เราจะปลอดภัยจากมัน จบ.สถานการณ์ที่คุณถามมานั้น คือหนึ่งในกับดักของชัยตอน คุณรู้หรือไม่ว่ามีไฟแห่งตัณหามากน้อยเท่าไหร่ที่ถูกก่อขึ้นในหัวใจของชายหนุ่ม ประกายไฟแรกคือสิ่งที่เกิดจากการมอง การยิ้ม การพบปะหรือการสนทนากัน และบ่อยครั้งที่การทำเช่นนั้น เกิดขึ้นภายใต้ลักษณะของความเป็นเพื่อน การให้คำแนะนำระหว่างกันและการเรียกร้องเชิญชวนไปสู่อัลลอฮฺ    

      ดังนั้นอิสลามจึงห้ามการปะปนระหว่างชาย-หญิง ห้ามผู้ชายอยู่ตามลำพังกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม ห้ามมองหรือสัมผัสมือกับเธอเพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชั่วร้ายได้  อัลลอฮฺคือผู้สร้างมนุษย์และพระองค์ทรงรู้ดีที่สุดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับพวกเขาและอะไรคือสิ่งที่ไม่ดีสำหรับพวกเขา          ท่านรซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า ไม่มีผู้ชายคนใดที่อยู่ตามลำพังกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม เว้นแต่ชัยตอนจะเป็นที่สามจากพวกเขา รายงานโดย อัตติรมีซีย์ 2165 ด้วยสายรายงานที่ซอฮีฮฺ โดยเชคอัลบานีย์ 1758          อะไรคือความหมายของประโยคที่กล่าวว่า ชัยตอนอยู่ร่วมกับพวกเขาและกระตุ้นความต้องการของพวกเขา จนกระทั่งมันเป็นสาเหตุให้พวกเขาทำซีนากัน จบการอ้างอิงจาก ตุฮฺฟัต อัล อะฮฺวะซี           รายงานจากท่านอาลี อิบนิ อบี ฏอลิบ ว่า เด็กผู้หญิงจากค็อซอัม มาหาท่านรซูลุลลอฮฺ และถามคำถามกับท่าน  อัลฟัฎลฺ อิบนุ อับบาสนั่งข้างหลังท่านรซูลุลลอฮฺบนหลังอูฐและท่านรซูลุลลอฮฺได้ผินหน้าของท่านไปทางอื่น  อัลอับบาส จึงกล่าวว่า โอ้ท่านรซูลุลลอฮฺ ทำไมท่านจึงเบือนหน้าออกไปจากพี่น้องของท่านเล่า  ท่านรซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า ฉันเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวและฉันไม่แน่ใจว่า ชัยตอนจะไม่พยายามครอบงำพวกเขาอยู่บันทึกโดยอัตติรมีซีย์ 885 สายรายงานซอฮีฮฺ โดยเชคอัลบานีย์ในซอฮีฮฺอัตติรมีซีย์  และมีอยู่ในหนังสือซอฮีฮฺทั้งสองในฟัตวา อัลลัจญนะฮฺ อัล ดาอิมะฮฺ เลขที่ 12/163 กล่าวว่า          การปะปนระหว่างชาย-หญิงเพื่อการศึกษาเป็นสิ่งหะรอมและเป็นบาปใหญ่ เพราะมันเป็นบ่อเกิดของฟิตนะฮฺ เป็นการเปิดเผยสิ่งที่ผิดศีลธรรมและเป็นการละเมิดขอบเขตของศาสนา  ซึ่งการกระทำชั่วและผิดศีลธรรมนั้นเกิดขึ้นจากการปะปนในรูปแบบดังกล่าว เป็นที่แน่นอนว่าการปะปนแบบนี้จะนำไปสู่สิ่งหะรอม จบ.          คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการและชี้ขาดปัญหาศาสนาถูกถามลักษณะเดียวกันว่า                อะไรคือเงื่อนไขหรือขอบเขตของความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ  หากเป็นที่รู้กันว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นไปด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน บริสุทธิ์ใจและไม่มีอะไรแอบแฝงคณะกรรมการฯ ตอบว่า          สิ่งนี้คือหนึ่งจากการกระทำสิ่งหะรอมที่ร้ายแรงยิ่ง ศาสนาไม่อนุญาตสำหรับผู้หญิงที่จะคบหากับผู้ชายคนที่ไม่ใช่มะฮฺรอมของเธอหรือผู้ชายจะคบหากับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอมของเขา เพราะสิ่งนั้นจะนำไปสู่ฟิตนะฮฺและตกสู่การกระทำความผิด จบ.          ส่วนการจ้องมองไปยังใบหน้าของเธอ เราได้ตอบไว้แล้วในคำถามที่ 1774 ว่า การมองผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอมโดยเจตนานั้นเป็นสิ่งหะรอม          เราขอแนะนำให้ท่าน ตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้   โดยแต่งงานกับเธอถ้าหากผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ดีและยึดมั่นในหลักการของศาสนาและมีมารยาทที่ดี และท่านมีความพึงพอใจต่อเธอ หรือไม่ก็ตัดความสัมพันธ์กับเธอเสียและปิดประตูของความสัมพันธ์นี้ลง เพราะมันเป็นประตูที่นำไปสู่ความผิดและการฝ่าฝืน ดังนั้น จงอย่าทิ้งให้มันเปิดอยู่ มิฉะนั้นแล้ว ท่านจะเสียใจเพราะมัน โดยที่การเสียใจนั้นไม่มีประโยชน์ต่อท่านอีกแล้ว           ดูคำถามเพิ่มเติมได้ที่คำถามที่ 1200 และ 22702และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ยิ่ง

คำสำคัญ (Tags): #อัลลอฮฺ
หมายเลขบันทึก: 101428เขียนเมื่อ 7 มิถุนายน 2007 11:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 18:55 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี