มิติแห่งสิทธิมนุษยชน
<p style="text-align: center; line-height: normal" class="MsoNormal" align="center"><em><font color="#ff6600"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เมื่อวันที่ 9 ซุลฮิจญะต์ ฮ.ศ. 9 / 18 มีนาคม ค.ศ.631</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'> ณ ทุ่งราบอารอฟะต์ มหานครมักกะต์ เวลาบ่ายคล้อย</span></font></em></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><em><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>สิทธิมนุษยชน เป็นคุณลักษณะหนึ่งของศาสนาที่ถูกต้องและคุณธรรมแห่งศาสดา เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงสติปัญญาที่สมบูรณ์ของมนุษย์ มุสลิมที่สมบูรณ์คือผู้ที่รู้จักคุณค่าของสิทธิของผู้อื่น การยอมรับให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ เป็นความตกต่ำทางจริยธรรมและเป็นสภาพหนึ่งของคนป่าเถื่อน</span></em><em></em></p>        <p style="margin-left: 36pt; text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อัลลอฮ์ กล่าวความว่า</span><br><strong></strong><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิได้เป็นการฆ่าทดแทนชีวิตหนึ่ง<br>หรือ(ฆ่าโดย)สร้างความเดือดร้อน ก็เป็นเสมือนการฆ่า</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>คนทั้งมวล "</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>( 32 </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อัลมาอิดะต์ )</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา ศอลฯ กล่าวว่า</span></p>  <p style="margin: 5pt 0cm; text-align: center; line-height: normal" class="MsoNormal" align="center"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Traditional Arabic"'>لزوال الدنيا أهون على الله من قتل رجل مسلم</span></p>    <p style="margin-left: 36pt; text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>"สำหรับอัลลอฮ์แล้วให้โลกนี้พินาศไปยังเป็นเรื่องเล็ก</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>กว่าการฆ่าศรัทธาชนหนึ่งคน </span></p>  <p style="margin-left: 36pt; text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>รายงานโดย ติรมิซีย์ นะซาอีย์ และอิบนุอบีชัยบะต์</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>สุภาษิตกล่าวว่า " ฆาตกรรมปกป้องฆาตกรรม "</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>หน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนไว้ตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชที่มีราชาเป็นเทพเจ้า และประชาราษฎร์เป็นข้าทาสที่ไม่มีสิทธิใดๆ ในอาณาจักรต่างๆทั้งโลกตะวันตกและตะวันออก และเกิดเป็นความเชื่อว่า อำนาจคือความถูกต้อง</span></p>    <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อัลลอฮ์กล่าวถึงคำพูดของฟาโรห์ผู้โอหัง ที่ได้กล่าวกับราษฎรชาวอียิปต์ ว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“ “<span> ข้าเป็นองค์อภิบาลสูงสุดของพวกท่าน </span>” <span>( อันนาซิอาต 24 )</span></span></p>    <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>และว่า</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ข้าไม่ทราบว่าพวกท่านมีพระเจ้าอื่นจากฉัน</span>” <span>( อัลกิศอศ 38 )</span></span></p>    <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>และคำพูดของกษัตริย์นัมรูดแห่งอาณาจักรบาบิโลน (อิรัก) โบราณ ว่า</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'><br>“<span> ข้าให้เป็นให้ตายได้</span>” <span>( อัลบากอเราะต์ 258 )</span></span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เมื่อรัศมีแห่งอิสลามได้เจิดจรัสขึ้นมาในคริสตศตวรรษที่ 7 แล้วได้กำจัดอาณาจักรเปอเซียร์ และโรมันได้ ทำไห้สามารถปลดปล่อยมนุษยชาติมากมายให้พ้นจากความมืดมน</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ในยุคนั้น นักประวัติศาสตร์ให้ชื่อว่ายุคมืด </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>(Dark Age)<span> ในขณะที่มนุษยชาติตกอยู่ภายใต้ราชาผู้มีอำนาจเต็ม แต่อิสลาม ได้นำมาซึ่งหลักความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ การจำกัดขอบเขตอำนาจของผู้นำ หลักนิติรัฐ มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มีการยอมรับเสรีภาพส่วนบุคคล อำนาจตุลาการที่มีอิสระ และการตรวจสอบผู้นำ </span></span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>บุคคอรีย์ได้รายงานว่าอบูซัร อัลฆิฟารีย์ ได้ต่อว่าชายคนหนึ่งว่า ไอ้ลูกคนดำ ชายคนนั้นได้ไปฟ้องร้องต่อท่านศาสดา ศอลฯ ท่านจึงกล่าวว่า </span></p>  <p style="text-align: justify; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span>อบูซัร ท่านดูหมิ่นมารดาของคนๆหนึ่ง ท่านยังมีความป่าเถื่อน</span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ในยุคของคอลีฟะต์อุมัร บินคอตตอบ ภายหลังจากที่ญะบะละต์ บิน อัยฮัม กษัตริย์แห่งฆอซซาน เข้ารับอิสลาม ได้มาทำการเตาวาฟที่กะบะต์ ปรากฎว่ามีชายคนหนึ่งเดินเหยียบชายผ้า เขาจึงหันไปด้วยความโกรธและตบหน้าของชายคนนั้นทันที ชายผู้นั้นกล่าวว่า ฉันจะไปร้องทุกข์ต่ออมีรุลมุมินีน อุมัรได้เรียกกษัตริย์แห่งฆอซซานเข้ามา และถามว่า จริงหรือไม่ที่ชายคนนี้กล่าวว่า ท่านตบหน้าเขา ญะบะละต์กล่าวว่า ใช่ หากว่ามิใช่อยู่ต่อหน้าบัยตุลลอฮ์ ฉันฆ่าเขาด้วยดาบนี้แล้ว</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อุมัร </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ทำไมล่ะ</span>”</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> เขาเหยียบชายผ้าของฉัน ขณะที่ฉันกำลังเตาวาฟ</span>” <span>ญะบะละต์ตอบ </span></span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อุมัร </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ฉันให้ท่านเลือกเอาระหว่างท่านจะขอโทษเขา หรือให้เขาตบท่านคืน </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ท่านถือว่าเขาเท่าเทียมกับฉันหรือ </span>?<span> ฉันเป็นกษัตริย์แต่เขาเป็นแค่คนรับจ้างตักน้ำ</span>”<span> ญะบะละต์ถามด้วยความไม่เข้าใจ</span></span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อุมัร </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> อิสลามถือว่าพวกท่านเท่าเทียมกัน ไม่มีความแตกต่างระหว่างกษัตริย์กับคนรับจ้างตักน้ำ </span>”</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ญะบะละต์ </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> งั้นให้เวลาฉันหน่อย ให้ฉันคิดก่อน </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อุมัรจึงให้เวลาสามวัน พอตกค่ำ เขาก็พาพลพรรคหนีไปยังเมืองโรมัน</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า อิสลามมีความสูงส่งที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานยืนยันใดๆอีกแล้ว เพราะว่าหลักฐานเหล่านั้นมีมากเหลือคณา และเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าประชาชาติมุสลิมกลับปฏิเสธคุณค่าอันสูงส่งของอิสลาม และยึดติดกับประเพณีดั้งเดิมโดยไม่สนใจคำสอนของอิสลาม วิธีการเหล่านี้เป็นยุทธศาสตร์เชิงรับ ที่ทำให้ศัตรูสามารถกำหนดเกมส์ให้เราเดินตามที่พวกเขากำหนดได้ การหลงระเริงอยู่กับอดีตและประวัติศาสตร์อันน่าภูมิใจทำให้เราละเลยวิธีการและสื่อในแปรเปลี่ยนคุณธรรมคำสอนอันสูงส่งดังกล่าวสู่ภาคปฏิบัติ</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>มุฮัมมัด ศอลฯ ไม่ใช่คนธรรมดา หากผู้คนยอมรับกันว่า มนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อการภักดีต่ออัลลอฮ์( อีบาดะต์ ) มุฮัมมัด ศอลฯ ก็เป็นแบบอย่างอันดีเลิศผู้สยบยอมย่อความเกรียงไกรแห่งองค์อัลลอฮ์ </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>หากคิดว่า มนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อพิสูจน์ว่าใครกันที่มีผลงานอันประเสริฐที่สุด มุฮัมมัดก็คือผู้ที่มีประวัติชีวิตที่เหล่านักปรัชญา ราชันย์และจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ใฝ่ฝันอยากเป็นแม้เพียงเศษเสี้ยวของท่าน </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เราเคยศึกษาชีวประวัติของผู้นำ แม่ทัพ นักคิดนักปรัชญามามากมาย แต่ว่าผลงานพวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถเทียบได้เลยกับผลงานของท่านศาสดา ท่านเป็นปุถุชนผู้สร้างสังคมใหม่ ผู้แก้ไขความผิดพลาดอันยาวนานในอดีต ทำให้ชาวโลกได้หันหาทบทวนความผิดพลาดของตนเอง</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เมื่อเราได้ศึกษาคำปราศรัยครั้งสุดท้ายของท่านในการประกอบพิธีฮัจญ์อาวรณ์ เป็นคำปราศรัยสั้นๆไม่กี่นาที แต่มีนัยมากกว่าคำปราศรัยทั่วไปหลายๆชั่วโมง เพราะท่านเป็นผู้มีวาจากระชับ สรุปเฉพาะใจความสั้นๆ </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อย่างไรก็ตาม มิติแห่งสิทธิมนุษยชนในคำปราศรัยครั้งสุดท้ายของท่านในการประกอบพิธีฮัจญ์อาวรณ์ มิใช่เป็นบทบัญญัติใหม่ที่ท่านสรรค์สร้างขึ้นมา แต่เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ต่อจากศาสดาเก่าก่อนที่ศาสนาคริสต์และยิวนับถือ เป็นการนำคำสอนเก่าก่อนมาปฏิบัติ</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา ศอลฯสัมผัสได้ถึงวาระสุดท้ายของท่านที่ไกล้เข้ามา ท่านเห็นแล้วว่าประชาชาติที่ท่านสถาปนาขึ้นมาได้ตั้งมั่นอยู่อย่างองอาจบนหน้าแผ่นดิน พวกเขาได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาแล้ว เสียงอาซานดังกึกก้องอยู่ทั่วทุกสารทิศ การละหมาดรวมกันดำรงอยู่ทั่วไป ท่านจึงไม่หวังอะไรสำหรับตัวท่านอีกแล้ว </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ในขณะที่ท่านปราศรัย ในขณะเดียวกันท่านก็ได้สั่งลาด้วยความรักและห่วงใย </span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>มิติแห่งสิทธิมนุษยชนในคำปราศรัยครั้งสุดท้ายของท่านในการประกอบพิธีฮัจญ์อาวรณ์ มีหลักการสำคัญดังนี้</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>1. มนุษย์ไม่ว่ามีสีผิวอะไรล้วนเสมอภาคกัน ผิวขาวก็ไม่แตกต่างจากผิวดำ เชื้อชาติยุโรปหรือแอฟริกาก็ไม่แตกต่างกัน กรณีพิพาทเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ ล้วนเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ณ ที่นี้จึงควรสำนึกว่า ณ ปัจจุบันสภาพการณ์อันน่ารังเกียจแบบนี้ยังคงอยู่ ผู้คนบางเชื้อชาติถือว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น จึงพยายามเอาเปรียบผู้อื่นทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดยที่สนธิสัญญาขององค์กรกลางของโลกไม่สามารถฉุดรั้งความชั่วช้าสามานย์เหล่านี้ได้ </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา ศอลฯ ได้ตอกย้ำถึงความหมายอันนี้ว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ท่านทั้งหลาย พวกท่านมีพระเจ้าองค์เดียวกัน พวกท่านมีบรรพบุรุษเป็นคนเดียวกัน พวกท่านมาจากอาดัม อาดัมนั้นมาจากดิน ผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่เกรงกลัวต่ออัลลอฮ์มากที่สุด ชาติอาหรับมิได้ดีกว่าชาติอื่นนอกจากด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ฉันได้ชี้แจงแก่พวกท่านแล้วหรือไม่ </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>พวกเขาตอบว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ใช่ </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านจึงกล่าวว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> โอ้อัลลอฮ์จงเป็นพยานด้วยเถิด </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>นอกจากนั้นท่านยังได้ย้ำถึงความวุ่นวายอันสืบเนื่องมาจากของความเสมอภาคว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>2. ท่านศาสดาย้ำถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ เพราะว่าเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่มีความเป็นมาอันยาวนานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ บางครั้งมีการเน้นสิทธิของสังคม บางครั้งเน้นสิทธิส่วนบุคคล บ้างมีการค้าเสรี บ้างมีการค้าควบคุม แต่ไม่ว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใด ผู้คนก็ยังคงใช้ " ความเห็นแก่ตัว " เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นยุคโบราณก่อนประวัติศาสตร์ ยุคกรีกโรมัน ยุคล่าอาณานิคม หรือยุคการค้าเสรีในปัจจุบัน ทุกคนต่างมุ่งประโยชน์ส่วนตน บรรษัทของตน ประเทศของตน กลุ่มของตนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด โดยไม่สนใจว่าเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ที่มิใช่พรรคพวกของตน บรรษัทของตน ประเทศของตน กลุ่มของตน จะเดือดร้อนสักเพียงใดก็ตาม</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ตราบใดที่โลกขาดศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ต่อให้มีกฎเกณฑ์ใดๆที่มนุษย์คิดสรรค์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ ยูเนสโก องค์กรการค้าโลก หรืออื่นๆ ก็เป็นเพียงเวทีแห่งการแก่งแย่งทรัพยากรของประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจน ประเทศมหาอำนาจกับประเทศที่อ่อนแอ การต่อรองผลประโยชน์ของกลุ่มบรรษัทข้ามชาติ การยื้อแย่ง ต่อรอง เพื่อประโยชน์สูงสุดส่วนตนเป็นหลัก </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ด้วยนัยดังกล่าว ท่านศาสดาจึงกล่าวอมตะวาจาในครั้งนี้ว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" ไม่อนุญาตให้คนใดเอาทรัพย์ของพี่น้องของเขา นอกจากด้วยความเต็มใจจากเจ้าของ "</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>สภาพการณ์ที่ประเทศยากจน หรือกลุ่มคนส่วนใหญ่ในแต่ละสังคม ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากประเทศมหาอำนาจต่างชาติ หรือจากชนชั้นอภิสิทธิ์ชนคนชาติเดียวกัน ยังคงดำรงอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน เป็นสิ่งยืนยันถึงความจำเป็นที่ท่านศาสดาต้องเน้นหนักถึงเรื่องนี้ในปัจฉิมเทศนาของท่าน มันเป็นเสมือนคำเตือนว่า สิ่งนี้เป็นปัญหาสำหรับมนุษยชาติทุกยุคทุกสมัย</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>สมควรอย่างยิ่งที่สังคมโลกยุคใหม่จะต้องวางกฎเกณฑ์สำหรับเศรษฐกิจเสรีในเวทีการค้าโลก หรือในสังคมของประเทศนั้นๆ ว่า " ไม่อนุญาตให้คนใดเอาทรัพย์ของคนอื่น นอกจากด้วยความเต็มใจจากเจ้าของ " มิใช่การได้มาเพราะลูกเล่นทางการต่อรองหรือความเป็นอภิสิทธิ์ชนในสังคมที่เป็นผู้กำหนดกติกา</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา ได้ตอกย้ำว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ไม่ต่างกับการละเมิดต่อสิ่งหวงห้ามทางศาสนา</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านกล่าวว่า </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" มนุษย์ทั้งหลาย พวกท่านรู้หรือไม่ว่า พวกท่านอยู่ในวันอะไร เดือนอะไร และเมืองอะไร </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>?"</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>พวกเขาตอบว่า " วันหวงห้าม เดือนหวงห้าม และเมืองหวงห้าม "</span></p>  <p style="line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านกล่าวต่อไปว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" ชีวิตของพวกท่าน ทรัพย์สินของพวกท่าน เกียรติของพวกท่าน เป็นสิ่งที่ละเมิดมิได้ แล้วพวกท่านจะได้พบกับองค์อภิบาลของพวกท่าน เหมือนกับการหวงห้ามการละเมิดต่อวันนี้ เดือนนี้ และเมืองนี้ จนกว่าพวกท่านจะพบกับองค์อภิบาลของพวกท่าน แล้วพระองค์จะสอบสวนถึงการกระทำของพวกท่าน ฉันได้ชี้แจงแก่พวกท่านแล้วหรือไม่ </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>”</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>พวกเขาตอบว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ใช่ </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านจึงกล่าวว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> โอ้อัลลอฮ์จงเป็นพยานด้วยเถิด </span>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>3. การละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเศรษฐกิจยังหมายความถึงดอกเบี้ยด้วย</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เพราะว่าดอกเบี้ยเป็นกลไกในการขูดรีดทรัพย์สินของผู้ที่ด้อยกว่า ในอดีตเป็นธุรกรรมธรรมดาง่ายๆ แต่ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำระดับชาติหรือส่วนบุคคล มีทั้งกฎเกณฑ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชั่น หรืออื่นๆ ประเทศยากจนที่ต้องการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานใดๆ ก็ทำการกู้ยืมจากประเทศร่ำรวย โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสั่งซื้อวัสดุจากประเทศของพวกเขา บรรษัทของพวกเขา จะต้องจ้างที่ปรึกษาและคนงานจากประเทศเหล่านั้น แล้วกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามต้องการ โดยที่เงินกู้นั้นเป็นเงินเดือนของพนักงานดังกล่าวและเป็นราคาวัสดุที่พวกเขาให้มา ให้กู้หนึ่งร้อย เพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์หลายเท่าตัว</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ประเทศยากจนหลายๆประเทศในปัจจุบันจึงใกล้ล้มละลายจากการที่ต้องจ่ายคืนหนี้อันมหาศาล เพราะกฎเกณฑ์ที่เอารัดเอาเปรียบเช่นนี้</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา กล่าวว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" ดอกเบี้ยสมัยญาฮิลียะต์(ยุคก่อนอิสลาม)เป็นโมฆะ พวกท่านมีสิทธิเฉพาะเงินต้นของพวกท่านเท่านั้น พวกท่านจะไม่มีการเอาเปรียบและไม่ถูกเอาเปรียบ อัลลอฮ์กำหนดว่าจะต้องไม่มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยแรกที่ฉันจะยกเลิกคือดอกเบี้ยลุงของฉัน อับบาส บินอับดุลมุตตอลิบ " ซึ่งพ่อค้าใหญ่ที่ประกอบธุรกิจดอกเบี้ย</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อารยธรรมที่หลงใหลในวัตถุนิยมปัจจุบัน ไม่รับรู้นอกจากวันนี้และผลกำไรในวันนี้ ส่วนดำรัสของอัลลออ์ที่ว่า</span></p>  <p style="text-align: center; text-indent: 36pt; line-height: normal; direction: rtl; unicode-bidi: embed" dir="rtl" class="MsoNormal" align="center"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Traditional Arabic"'>وَإِن كَانَ ذُو عُسْرَةٍ فَنَظِرَةٌ إِلَى مَيْسَرَةٍ وَأَن تَصَدَّقُواْ خَيْرٌ لَّكُمْ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" หากพวกเขามีความลำบากก็จงรอจนกว่าจะสะดวก และหากพวกท่านยกให้ก็จะเป็นการดีกว่าสำหรับพวกท่าน หากพวกท่านรู้ " ( 280 อัลบากอเราะต์</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'> )</span></p>  <p style="text-align: justify; text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>หรือหะดิษที่ว่า</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" มีชายคนหนึ่งซื้อที่ดินจากอิสรออีลคนหนึ่ง หลังจากนั้นก็ขุดพบภาชนะโบราณบรรจุทองคำมากมาย จึงเอาไปคืนเจ้าของที่ดิน แต่เขาไม่รับโดยกล่าวว่า " ฉันขายให้ท่านไปแล้ว ทั้งที่ดินและสิ่งที่อยู่ในนั้นทั้งหมด " แต่ผู้ซื้อแย้งว่า " ฉันซื้อเฉพาะที่ดินเท่านั้น " ทั้งสองฝ่ายต่างโต้แย้งกันไม่มีใครยอมใคร จึงพากันไปหาศาสดาของพวกเขา ศาสดาจึงถามว่า " ท่านมีบุตรชายหรือไม่ " เขาตอบว่า มี และถามว่า ท่านมีบุตรสาวหรือไม่ " เขาตอบว่า มี ท่านจึงให้ทั้งสองสมรสกันและมอบทองคำให้แก่ทั้งสอง</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ล้วนเป็นเรื่องไร้แก่นสารสำหรับพวกเขา</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>4. การปกป้องชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อัลลอฮ์กล่าวว่า</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิได้เป็นการฆ่าทดแทนชีวิตหนึ่ง</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>หรือ(ฆ่าโดย)สร้างความเดือดร้อน ก็เป็นเสมือนการฆ่า</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>คนทั้งมวล "</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดา ศอลฯ กล่าวว่า</span></p>  <p style="margin: 5pt 0cm; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Traditional Arabic"'>لزوال الدنيا أهون على الله من قتل رجل مسلم رواه الترمذي</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" สำหรับอัลลอฮ์แล้ว ให้โลกนี้พินาศไปยังเป็นเรื่องเล็ก</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>กว่าการฆ่าศรัทธาชนหนึ่งคน "</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>รายงานโดย ติรมิซีย์ นะซาอีย์ และอิบนุอบีชัยบะต์</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>สุภาษิตกล่าวว่า " ฆาตกรรมปกป้องฆาตกรรม "</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อิสลามบัญญัติกฎเกณฑ์ว่าด้วยการฆ่าทดแทน ที่ทำให้อาชญากรเกรงกลัวการละเมิดต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่น เพราะว่าหากเขารู้ว่าจะต้องถูกลงโทษทดแทนเหมือนกับที่เขาทำต่อชีวิตหรือร่างกายผู้อื่น ก็จะต้องขบคิดอย่างหนักก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ปัจจุบัน ประเทศเจริญแล้วยกเลิกกฎหมายตาต่อตาฟันต่อฟันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ แล้วทดแทนด้วยบทลงโทษเพียงเบาๆ ที่ไม่สามารถปกป้องสังคมได้ ทำให้การฆาตกรรมแพร่หลายอย่างยิ่ง</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อิสลามจึงกำจัดปัญหานี้อย่างถอนรากถอนโคน ด้วยการบัญญัติกฎเกณฑ์อันยุติธรรมอย่างยิ่ง</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดากล่าวว่า</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" การแก้แค้นทดแทนในเรื่องชีวิตและทรัพย์สิน ในสมัยญาฮิลียะต์ ถูกยกเลิกภายใต้เท้าของฉันนี้ การแก้แค้นอันแรกที่ถูกยกเลิกคือ คดีของรอบีอะต์ บินฮาริษ บินอับดุลมุตตอลิบ " </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>5. <span>ท่านศาสดา ศอลฯ ยังให้ความสำคัญกับสิทธิสตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่มุสลิมปัจจุบันจะต้องตระหนักเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าจารีตประเพณี และมรดกทางวิชาการของมุสลิมในเรื่องนี้เจือปนด้วยสิ่งขัดแย้งกับบทบัญญัติของอิสลามเป็นอย่างยิ่ง ตรงข้ามกับยุโรปที่ละเลยเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง </span></span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>อาหรับเก่าก่อนไม่ยอมรับสิทธิใดๆของสตรี ส่วนหนึ่งถึงกับสังหารทารกหญิงเสียเพื่อป้องกันความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>เมื่ออิสลามมาถึงก็ทำการลบล้างสิ่งเหล่านั้นเสียสิ้น อิสลามถือว่าผู้หญิงเป็นคู่ชีวิตของผู้ชาย มีความเท่าเทียมกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกันในบางด้าน การถือว่าผู้ชายต้องเหนือกว่าผู้หญิงด้วยเหตุผลว่าเป็นผู้ชายเท่านั้น เป็นเรื่องงมงายไร้สาระ</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ด้วยเหตุดังกล่าวอิสลามจึงปฏิเสธจารีตอาหรับเก่าก่อน แล้วสถาปนาสังคมใหม่บนพื้นฐานใหม่ แต่ต่อมาความเฉไฉไขว้เขวในเรื่องสิทธิสตรีก็เข้ามาครอบงำอาหรับ พร้อมๆกับความหลงผิดอื่นๆ เช่น ความแตกแยก เผ่านิยม การสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ จารีตอาหรับที่ผิดๆ ทำให้สตรีเสียโอกาสในชีวิตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา การประกอบศาสนกิจ การปฏิรูปสังคม และการเรียกร้องสู่ความดีงาม</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านศาสดาจึงกล่าวว่า</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" มนุษย์ทั้งหลาย พวกท่านมีหน้าที่ต่อสตรี และมีสิทธิต่อพวกนางเช่นกัน </span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>" สตรีเป็นผู้ช่วยของพวกท่าน นางเป็นผู้อ่อนแอมาก พวกท่านสมรสกับนางพร้องกับหน้าที่ที่อัลลอฮ์มอบหมายให้แก่พวกท่าน ท่านมีเพศสัมพันธ์กับพวกนางได้ด้วยคำของอัลลอฮ์ พวกท่านจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ในเรื่องสตรี และจงมอบสิ่งที่ดีๆให้กับพวกนาง ฉันได้ชี้แจงแก่พวกท่านแล้วหรือไม่ </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>”</span></p>  <p style="text-indent: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>พวกเขาตอบว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> ใช่ </span>”</span></p>  <p style="margin-left: 36pt; line-height: normal" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>ท่านจึงกล่าวว่า </span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Cordia New","sans-serif"'>“<span> โอ้อัลลอฮ์จงเป็นพยานด้วยเถิด </span>”<span>" </span></span></p><p style="text-align: left; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>ข้อห่วงใยของมหาศาสดาที่มีต่อประชาชาติของท่านที่เป็นสตรีที่ถึงกับต้องนำมาตักเตือนครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับไปสู่อ้อมแห่งองค์ผู้ทรงเมตตามีนัยสำคัญที่จะสื่อต่อมุสลิมปัจจุบันว่ามุสลิมมีปัญหาในเรื่องสิทธิสตรีอย่างรุนแรง ในระดับเดียวกับข้อห่วงใยเรื่องการละเมิดต่อชีวิตทรัพย์สินและเกียรติยศความแตกแยกของสังคมมุสลิมและอื่นๆ</span></p>  <p style="text-align: left; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>อิสลามบัญญัติให้ผู้ชายต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่ผู้หญิง ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายสิ่งนี้พบหรือไม่ในสังคมมุสลิมปัจจุบัน ถ้ามีก็มีอยู่</span><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>ให้ควรค่ากับความห่วงใยของท่านศาสดาบ้าง</span><span style="font-size: 16pt"></span>  </p><p style="text-align: left; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>อิสลามบัญญัติให้มุสลิมให้ความเสมอภาคระหว่างลูกๆของตนหากจะให้มากกว่าก็จงให้แก่ลูกหญิงสังคมมุสลิมตระหนักหรือไม่</span></p>  <p style="text-align: left; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>ฉะนั้นคำพูดที่ว่า" จงมอบสิ่งที่ดีๆให้กับพวกนาง " จึงสื่อความหมายให้มุสลิมหวนกลับมาทบทวนข้อผิดพลาดของตนในเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียทีเพราะว่าในการปราศรัยครั้งนี้ท่านศาสดาศอลฯให้ข้อคิดไว้ว่า</span></p>  <p style="text-align: left; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"><span style='font-size: 16pt; font-family: "Angsana New","serif"'>" ผู้อยู่ที่นี่จงนำไปบอกต่อกับผู้ที่ไม่มาเพราะว่าบางทีผู้รับทราบจากคำบอกเล่าอาจเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากกว่าผู้ที่ได้ยินเองก็ได้ "</span></p>  <p> </p>