ดวงเดือนไม่เคยเหนื่อยล้า
นานาจิตตังอะกะระนังสุขัง

การบ้านการเมืองไทยก็เปลี่ยนแปลงเดินหน้าต่อไปอีกขั้น

หลายคนมองมุ่งไปข้างหน้า

ดวงเดือนไม่เคยเหนื่อยล้า จะต้องมาสาดแสงจ้าทุกสิบห้าค่ำ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแค่เสี้ยวเดือน ถึงจะเสี้ยวเล็กๆ แต่ก็ดูมีชีวิต มีความกระตือรือร้นที่จะเปล่งแสงสุกสว่าง ครั้นพอเดือนแรมแม้จะแรมหมาดๆ แสงที่เคยสุกไสวกลับปล่อยแสงที่ค่อนข้างจะอ่อนแรง เพราะมันมีสติสัมปชัญญะดีว่าถึงเวลาที่มันจะอับแสงลงในค่ำต่อไป จนที่สุดจะปรากฏแต่ความมืดมิด มันไม่เคยท้อแท้แต่มันเฝ้ารอค่ำคืนที่จะต้องกลับมาและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิ

ดวงตะวันสาดแสงแแห่งความอบอุ่น นำทาง ให้ชีวิตกับหลายต่อหลายชีวิต ส่วนใหญ่แล้วด้วยพลังแห่งเจิดจรัสนี้ งอกเงย งดงาม เบ่งบาน กระตือรือร้น แต่บางชีวิตโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำกลับต้องมลายสิ้นด้วยแสงตะวัน

หลายคนยังคงวนเวียนอยู่กับอดีต

อะไรคือถูก อะไรคือผิด จะให้ใครเป็นคนตอบ

หลายคนทำดีแต่ผู้คนไม่ยอมรับ อีกหลายคนทำไม่ดี(หมายความถึง ผิด ไม่ชอบด้วยคุณธรรม ชั่ว อธรรม ไร้ซึ่งจริยธรรม)แต่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน เพราะหลงไหลในวัตถุหลงไหลในทรัพย์สินเงินทองมากกว่าไฝ่หาความศรัทธาคุณธรรม ถึงแม้นว่าคุณธรรม ความดีงามจะเอามากิน จะเอามาซื้อทรัพย์สินไม่ได้ แต่มันจะจรรโลงเกียรติภุมิของตนและวงศ์ตระกูลอย่างยั่งยืนนาวนาน

ความเจริญ ความล้าหลัง ใครเป็นผู้กำหนด

เมื่อ100ปีก่อน บ้านเมืองเราก็อยู่อย่างสบาย ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ฝนตกตามฤดูกาล เวลาจนล่วงเลยมาเมื่อ30ปีก่อนหน้านี้ก็ยังปกติดี เมื่อโลกเจริญขึ้น ประเทศชาติเราก็รับเอาความเจริญมามาก วิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญมากขึ้นผู้คนแข็งแรงมากขึ้น ตายน้อยลง เด็กเกิดใหม่มากกว่าที่ตายไป ประชากรจึงเพิ่มอย่างรวดเร็ว แย่งกันหากิน แย่งกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การแก่งแย่งทุกสรรพสิ่งนี้เอง คนที่มีมากกว่าซึ่งทรัพย์สินเงินทอง มากกว่าซึ่งอำนาจและหน้าที่การงานและโอกาส จึงกอบโกยเก็บกักยึดเหนี่ยวทรัพย์สินเงินทองและอำนาจไว้เป็นของตนแต่ผู้เดียว คนที่จนก็จนลงไปเรื่อยๆ คนที่รวยมีแต่จะรวยมากขึ้น ดั่งคำพูดที่ว่า คนรวยมีกระจุก-คนจนมีกระจาย เหตุนี้แลความวิบัติจึงเกิดขึ้นในบ้านเมืองและทุกหัวระแหงบนโลกนี้ คำว่าเอื้ออารีคนสมัยนี้มักอ่านไม่ออก มันซีดจางจนอ่านไม่ได้ในที่สุด

ทุกสิ่งดำเนินไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง และไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการวิ่งไปข้างหน้าของทุกสรรพสิ่งได้

ศานติ สุขสงบ สมถะ อ่านง่ายๆ ถ้ายิ่งอ่านบ่อยๆ และนำมันมาเป็นสรณะ จะยังประโยชน์แก่ตนทั้งกายและใจ สุขศานตินี้ผู้คนค้นหากันไม่ค่อยเจอ เพราะไม่ค่อยรู้จักมัน แท้จริงมันอยู่ในตัวเรานี่เองขุดคุ้ยเอาออกมาใช้ เอามายึดมั่นเป็นสรณะ <p>โลกียะและโลกุตระมันคนละโลก แต่มันก็ต้องเดินไปด้วยกัน ขาดสิ่งใดไปก็จะไม่สมบูรณ์ เพียงแต่เราต้องตั้งมั่นบน ทางสายกลาง</p><p></p></p>