อนุทิน #33850

เมื่อก่อนตอนที่ไปธุดงค์ คราวนั้นทุกข์มาก ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ

ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้เดินชมนก ชมไม้ไป แต่เราทำไม่ได้ก็เลยทุกข์

กายก็เหนื่อย ใจก็ทุกข์ ช่วงธุดงค์นั้นจึงเป็นช่วงทุกข์ที่สุด ๆ แห่งชีวิต

การตั้งมั่น บากบั่น พากเพียร อันเกิดขึ้นจากการปฏิบัติทางกายนั้นย่อมทำให้เกิดผลทางจิตทางใจ

เมื่อถึงคราวคันขัน คราวทุกข์ คราวที่ไร้สุข ผลแห่งการประพฤติ ปฏิบัติ ภาวนานั้นจักช่วยเราได้

ของเสีย รถเสียนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ
ใจเสีย อารมณ์เสียนั้นก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เป็นธรรมชาติของคนที่ไม่ได้ฝึก บำเพ็ญเพียร ภาวนา

คนที่รู้จัก "ธรรมะ" ได้ประพฤติ ได้ปฏิบัติ ใจย่อมดีอยู่ได้ แม้กระทั่งถึงคราวที่จักต้องตายจากโลกนี้ไป...

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (2)

อันนี้ชอบมากๆ มีธุดงค์ด้วย เคยคิดเล่นๆ ว่าอยากเป็นพระแล้วเดินธุดงค์ไป ตอนนั้นถึงขั้น อธิษฐานจิตทุกครั้งที่เจอพระ ว่าหากยังไม่พ้นวัฏสงสารแล้ว ขอให้ได้เกิดเป็นพระกะเค้ามั่ง อยากธุดงค์ อิอิ (มีแรงบันดาลใจจาก การที่ไปถวายภัตตาหารกับพระธุดงค์จาก วัด นาหลวง อุดรธานี ที่เคยมาธุดงค์แถวบ้าน เทศน์ได้ดีแท้ )

แล้วพระแต่ละรูป ดูสงบ และมีความสุข ถึงแม้ลำบาก แต่ก็อยากเป็นแบบนั้น เอ....แล้ว การที่เราอยากแบบนี้ จะผิดมั้ย เพราะเคยอ่านเจอว่า การปฏิบัติ อย่า "อยาก"