อนุทิน #32661

วาเลนไทน์ปีนี้ คงไม่คึกคักนัก แต่ที่ขาดไม่ได้คือ  การมอบดอกไม้ให้กับผู้เป็นที่รัก และการรับประทานอาหารร่วมกัน ส่วนตัว คงเป็นการกินข้าวร่วมกันกับครอบครัว และเพื่อนๆ   จริงๆ ทำไปเพราะความเคยชิน และเป็นการหาเรื่องจะพบกันคุยกัน มากกว่า จะมีความซาบซึ้งอะไรจริงๆจังๆ
 
ข้อมูลจาก บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่าในปี 2552 นี้เงินสะพัดทั่วกรุงเทพฯในช่วงวันวาเลนไทน์จะอยู่ที่ประมาณ 940 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2551 แล้วลดลงร้อยละ 3.1
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ทำให้ผู้บริโภคเน้นประหยัดลดการจับ
จ่ายใช้สอยลง เนื่องจากยังวิตกกังวลเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตและความมั่นคงในหน้าที่การงาน

นอกจากนี้ ยัง คาดการณ์ว่าเม็ดเงินสะพัดในช่วงวันวาเลนไทน์ของทั้งประเทศในปี 2552 น่าจะอยู่ในระดับประมาณ 1,880 ล้านบาท โดยคำนวณจากเม็ดเงินสะพัดของคนกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นผู้กระจายเม็ดเงินให้สะพัด
ประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณเม็ดเงินสะพัดทั้งประเทศในช่วงวันวาเลนไทน์ 
สำหรับในปี 2552 นี้วันวาเลนไทน์ตรงกับวันเสาร์ ทำให้คาดหมายว่ากิจกรรมต่างๆในวันวาเลนไทน์ปีนี้จะคึกคักตั้งแต่ช่วงวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว

จริงๆแล้ว การซื้อกุหลาบแดงให้กันในวันวาเลนไทน์เป็นกลไกตลาดอย่างหนึ่ง และก็เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ มันเหมือนเกิดเป็น endowment effect ขึ้น กล่าวคือ เกิดความผูกพันขึ้น ยึดติดกับสิ่งที่ตนเองมี หรือคุ้นเคยแล้ว
endowment effect คือส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์  ที่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ  มีความรู้สึกผูกพัน ทำให้มูลค่าของสิ่งนั้น สูงกว่ามูลค่าตลาดของมันในใจของเรา

The endowment effect (also known as divestiture aversion) is a hypothesis that people value a good or service more once their property right to it has been established.    In other words, people place a higher value on objects they own than objects that they do not.

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)