อนุทิน #2680

  • เพิ่งกลับมาจากเผาศพลุงแมว ที่วัดประดู่หอม สทิงพระ

ลุงแมว มีศักดิ์เป็นลุงเขย มาได้กับป้าเนื่อมซึ่งมีศักดิ์เป็นป้า และบ้านอยู่ติดกับบ้านก๋ง ที่กระดังงา...

งานศพตั้งที่วัดกระดังงา แต่พาไปเผาที่วัดประดู่หอม เพราะผู้ตายสั่งไว้ว่าให้พากลับไปเผาบ้านเกิด...  ตายหลายวันแล้ว  ผู้เขียนเพิ่งทราบ  และไม่มีใครเอารถมารับ  ส่วนวันนี้วันเผา  จึงต้องไปรถประจำทาง  เจอโยมแม่ในรถประจำทางเหมือนกัน... 

โยมแม่บ่นว่าคอยรถเกือบชั่วโมงแล้ว  เมื่อนั่งในรถ  พนักงานเก็บค่าโดยสารบอกว่า รถหยุดวิ่งวันละ ๓ คัน  ผลัดเปลี่ยนกันไป เพราะน้ำมันแพง  ไม่คุ้ม.....

ไปลงหน้าวัดกระดังงา เจอศพอีกงานอยู่ในวัดเหมือนกัน จึงเข้าไปเยี่ยมศพหน่อยหนึ่ง ก่อนจะกลับมาฉันข้าวงานศพลุงแมว... เกือบบ่ายโมงจึงเคลื่อนศพไปวัดประดูหอม...

วัดประดูหอม อยู่ในตำบลคลองรี ติดโสดล่าง ริมทะเลสาบสงขลา... ส่วนวัดกระดังงา อยู่ตำบลกระดังงา ติดโสดเนิน ฝั่งทะเลหลวง ห่างกันประมาณ ๓ กิโล... ลุงแมวเป็นคนโสดล่าง มาได้กับป้าเนื่อมคนโสตเนิน มีลูก ๖ คน ส่วนหลานเหลนก็อีกหลายคน...

  ลูกๆ ของลุงแมวป้าเนื่อม ผู้เขียนคุ้นเคยทุกคนตอนเล็กๆ แต่หลานๆ เหลนๆ ไม่ค่อยรู้จักหรือคุ้นเคย... คิดๆ ไปวงศาคณาญาติ ก็มักจะนับรุ่นกัน ๒-๓ ชั้นเท่านั้น...

พอเวลาผ่านไป รุ่นใหม่ๆ พวกเค้าก็จะนับรุ่นกันต่อไป ส่วนรุ่นแก่ๆ พวกเขาก็จะไม่รู้จัก และห่างออกไป การนับญาติก็จะค่อยๆ ขาดจากกัน... ที่ยังนับกันอยู่ ก็อาศัยว่าอยู่ใกล้กันเท่านั้น ถ้าอยู่ไกลกันก็ต่างคนต่างอยู่...

ตอนทำพิธีนั้น ผู้เขียนไม่ได้เข้าร่วมในศาลา ออกมานั่งคุยกับบรรดาญาติๆ ใต้ไม้หน้าโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ภายในวัด... เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น และมีคนมาตามว่า ให้ไปพิจารณาผ้าบังสุกูล เพราะโฆษกเรียกนานแล้ว แต่เมื่อผู้เขียนเข้าไปด้านในศาลา พระอีกรูปก็บอกว่า ให้รูปอื่นขึ้นแทนไปแล้ว... อีกครู่หนึ่ง ท่านอาจารย์เจ้าอาวาสซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานผู้ตายก็เข้ามาบอกว่า ไม่ได้บอกไว้ นึกว่านั่งอยู่ใกล้ๆ ศาลา...

การประกาศชื่อพระที่พิจารณาผ้าบังสุกูล อาจเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพและผู้เขียนด้วย... เพราะใครๆ ได้ยินหรือได้เห็น ก็จะได้ทราบว่ามางานนี้ด้วย และเป็นญาติกับผู้ตาย... ประมาณนี้

เผาศพเสร็จประมาณบ่าย ๓ โมงก็เดินทางกลับ แต่ตอนกลับพี่เสริฐซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ของผู้เขียน มากับลูกและหลานเท่านั้น พารถส่วนตัวมา จึงอาสามาส่งผู้เขียนที่วัด แล้วก็เลยไปส่งโยมแม่ที่บ้าน
...

ลูกของพี่เสริฐอายุยี่สิบกว่าๆ แต่มีครอบครัวแล้ว จึงเรียกผู้เขียนว่า น้าหลวง... ส่วนลูกของลูกพี่เสริฐอีกที  ก็ต้องเรียกผู้เขียนว่า ตาหลวง ...

เจองานนี้ มีเด็กๆ ที่เรียกผู้เขียนว่าน้าหลวงหรือลุงหลวง ค่อยๆ มีครอบครัวและมีลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งลูกของพวกเขาก็ต้องเรียกผู้เขียนว่า ตาหลวง...

สรุปว่า คำว่า ตาหลวง ! ตาหลวง ! ...ผู้เขียนจะได้ยินเด็ก ๆ เรียกมากยิ่งขึ้นๆ ในงานต่อๆ ไป...

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)