อนุทิน #21555

องค์กรแพทย์ เลี้ยงส่ง พี่ๆ นพ พีระ และนพ วิทูรย์

ชอบที่พี่พีระพูด เล่า คน หัวเราะ เป็นระยะ  เล่าสนุกสนาน

เวลามันผ่านไป เร็วมากครับ  ตอนผม อายุ 40   ผมไม่คิดว่าจะมีวันที่ผมอายุ 60............ฮา

เมื่อก่อนจบใหม่ มีหมอ 18 คน ผมผ่าตัดทุกอย่าง ตั้งแต่ศรีษะ จรด หัวแม่เท้า ไอ้จู๋ ก็ เคยต่อ เพราะโดนเมียเฉือนมา เหลือติดผิวหนังนิดเดียว  ผมเย็บก็ทำได้  ติด ใช้งานได้ด้วย.......  ฮา 

ขอบคุณ พี่วิทูรย์ ที่เลาเรื่องราวความประทับใจหนหลัง แล้วในตอนท้ายขอบคุณ เรื่อง รวิวรรณ บีบ bag ไปส่งน้องตองลูกชายคนเล็ก ให้ อาจารย์ วินัยศักดิ์ ที่เชียงใหม่ผ่าตัด

 เพราะเราพบว่า แรกคลอดเธอหอบ หายใจไม่สะดวก ได้ X ray พบเป็น ไส้เลื่อนกะบังลม

มีพี่ ที่แสนดี คือ พี่ศิริราช บอกว่า รวิวรรณ ไปส่งเถอะ ผมจะอยู่เวรแทนให้

ซึ่งตอนนี้น้องตอง กำลังเรียนแพทย์ ปี 3 ที่ศิริราช  มีฝีมือวาดรูปปกสมุด ขาย   เอาเงินเข้าคณะ   น่าชื่นใจกับคุณพ่อ คุณแม่

นึกถึงว่าผลการทำงานแพทย์ ซึ่งคุยกันเองว่า เป็นงานกรรมกรค่าแรงสูง 

ผลงานไม่ได้มีแต่สุข มีแต่ดี เท่านั้น

มีที่ผลแย่ด้วย

 เคยรักษา ทารกของคุณแม่เชื้อสายแขก จนตอนนี้โตมา ต้องอุ้มไปๆ มาๆ ป้อนข้าวป้อนน้ำ เพราะเป็นพิการสมอง

คุณแม่เคยบอกตอนอุ้มมาหา ว่า รู้อย่างนี้ ไม่ให้หมอช่วยหรอก ปล่อยตายไปดีกว่า

บอกเธอไปว่า ถึงคุณแม่จะบอกหมอตอนนั้น แต่หมอก็คงยังต้องรักษาตามหน้าที่  และผลการรักษาก็คง  เหมือนเดิม

รำลึกถึงอีกตอน    ออกหน่วยกับทีมแม่บ้านไปแจกผ้าห่มที่กิ่งอำเภอดอยหลวงเพราะอากาศหนาวจัด  

พบแม่ชาวเขา ที่วิ่งร้องไห้โฮมาหา บอกว่า

จำเฮาได้ก่อ น้ำตาไหลริน ที่หมอเคยรักษาลูกเฮาที่โฮงยาไง

นึกในใจว่า ซวยละ สงสัยที่เคยรักษา แล้วตายหรือเปล่า

ใจเต้นตุบตับ  เริ่มเหงื่อแตก

คุณแม่เช็ดน้ำตา ป้อย ขณะพูดต่อว่า 

ตอนนี้มันเรียนปริญญาโทอยู่ที่กรุงเทพ มันเรียนเก่งมาก

ถอนหายใจ เฮอ

นึกว่าจะเป็น โศกนาฏกรรม ของชีวิตหมอรวิวรรณ อีกเรื่องแล้วซิ

 

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)