อนุทิน #138819

วันนี้เดินทางไปร่วมเสวนาแนวคิดในการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง จัดโดยวิทยาลัยชุมชนสงขลา ร่วมกับวิทยาลัยภูมิปัญญา ม.ทักษิณ และ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ม.ราชภัฎสงขลา โดยคุณชิต สง่ากุลพงศ์ ประธานมูลนิธิชุมชนสงขลาแวะมารับที่บ้านครูลัภย์ หนูประดิษฐ์ ปราชญ์ชุมชน ขณะที่คุยกันในรถถึงประวัติศาสตร์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่สงขลา ญาติของครูลัภย์ เป็นทหารเล่าให้ฟังถึงการต่อสู้กันอย่างดุเดือด กำลังทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกถูกยิงร่วง ปรากฎทหารญี่ปุ่นเหมือนไม่กลัวตาย หนุนเนื่องขึ้ นมาเหมือนกองทัพมด จนกระทั่งรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ยอมให้ญี่ปุ่นผ่านประเทศไทย ท่านเล่าว่าตอนนั้นยังเด็กสักสี่ขวบ ทุกเช้าทหารญี่ปุ่นจะขับรถจิ๊พผ่านหน้าบ้านท่านพอบีบแตรหน้าบ้านท่านก็จะวิ่งออกบ้านมาขึ้นรถจิ๊พทหารญี่ปุ่นทุกวัน ท่านเล่าว่าเหล่าทหารญี่ปุ่นวินัยสูงมาก ไม่เคยระรานคนไทยทุกกรณี มีที่น่ากลัวก็คือการกวาดต้อนเชลยศึกมาจากมาเลเซียที่เอามาทั้งชายทั้งหญิงทั้งลูกเล็กเด็กแดง เอามาทำงานแรงงานในสงขลา คนสงขลาเรียกพวกนี้ว่าเทพขี้หนู (เป็นพวกแขกกะลิงที่มาทำงานให้ทหารอังกฤษในมาเลเซีย) พวกนี้ตกค้างในหาดใหญ่ก็ไม่น้อย ท่านเล่าถึงว่าทหารญี่ปุ่นสร้างเพิงมุงจากไว้ข้างสถานีรถไฟเป็นที่อาบน้ำ พอตกเย็นทหารญี่ปุ่นลงจากรถไฟก็พากันแก้ผ้าอาบน้ำในเพิงที่ทำขึ้น จึงเป็นที่มาของคำว่าอาบน้ำแบบญี่ปุ่น เพราะคนไทยเวลาอาบน้ำจะนุ่งผ้าขะม้าอาบน้ำ จะไม่แก้ผ้าอาบน้ำ ดังนั้นหากใครที่อาบน้ำแล้วผ้าขะม้าไม่เปียกก็จะเรียกว่าอาบน้ำแบบญี่ปุ่น และหากใครไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติที่ต้องผ่านน้ำ แล้วเสื้อผ้าไม่เปียกน้ำก็จะใช้คำว่านั่งเรือญี่ปุ่นมา (คือแก้ผ้าเอาเสื้อผ้าทูนหัวแล้วท่องน้ำมา)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ขอบคุณค่ะ หาเรื่องมาเล่าอีกบ่อยๆ นะคะ