อนุทิน #133976

          สวัสดีท่านอาจารย์ครับ ผม นาย เนติ ชูสงค์ ชื่อเล่นผมชื่อ โอม แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครเรียก โอม ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะเรียกว่า เจมส์จิ บ้างก็ โดม ปกรณ์ ลัม ผมได้ลืมตาดูโลกเมื่อ วันเสาร์ที่  25 กุมภาพันธ์ 2538 ปีกุน เวลา 13.30 นาที ผมมีพี่น้องร่วมแม่เดียวกัน 2 คน ผมเป็นคนโต มีน้องสาวอีก 1 คน และผมยังมีพี่ชายที่พ่อเดียวกันแต่คนละแม่อีก 1 คน ผมเกิดที่จังหวัดภูเก็ต เป็นคนภูเก็ต ลักษณะร่างกายผมค่อนข้างที่จะผอม ผมสูง 176 น้ำหนัก 55 ถือว่าผอมมาก ผมเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบอะไรที่จำเจ ไม่ชอบอะไรซ้ำๆเดิมๆ ผมเป็นคนที่อะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไหร่ ใจร้อน วู่วาม ทำอะไรโดยไม่คิด กวนประสาท รักสนุก ชอบเที่ยว ชอบกิน แต่ทำไมไม่อ้วนก็ไม่รู้ ผมชอบสีม่วง ผมเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าแสดงออก หน้าด้าน ภายนอกผมอาจจะดูตลก สนุกสนานเฮฮา แต่ถ้าผมตั้งใจจะทำอะไรแล้วผมจริงจังมาก เวลามีใครด่าหรือใครพูดอะไรที่ทำให้สะเทือนใจผมจะไม่เก็บมาคิด เพราะมันจะทำให้สุขภาพเราแย่ลง ผมยอมรับว่าผมเจ้าชู้เฉพาะเวลาโสด แต่ถ้าผมมีแฟนหรือได้คบใคร นิสัยเจ้าชู้นั้นก็จะหายไป

          ผมชอบกินอาหารประเภทเส้น และต้องเผ็ด ส่วนผลไม้ที่ชอบที่สุดคือ ทุเรียน ผมเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬามาก ผมเล่นกีฬาเป็นเกือบทุกชนิด แต่กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ชอบเป็นพิเศษ ตอน ม.4 มีคนชวนให้ผมไปคัดตัวกับ Phuket FC. แต่ผมไม่ไป ผมไม่ชอบแข่งอะไรกับใคร ผมเล่นเพื่อเอาเหงื่อ และเล่นเพื่อเอาความสนุก  เวลาว่างผมไม่ค่อยจะทำอะไร เพราะผมกลัวไม่ว่าง ล้อเล่นครับ เวลาว่างผมก็มักจะนอน ผมนอนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์  

          สำหรับการศึกษานั้น ผมเริ่มเข้าเรียนเตรียมอนุบาลที่ โรงเรียนขจรเกียรติ เรียนอนุบาล 1 ถึง ป.6 ที่ โรงเรียนอนุบาล ภูเก็ต ม.1-3 ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ม.4-6 ผมเรียนในแผนการเรียน อังกฤษ-ฝรั่งเศส ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต และปัจจุบันนี้ผมศึกษาอยู่ ปี 1 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎ ภูเก็ต ภาค กศ.บป. คณะวิทยาการจัดการ สาขา นิเทศศาสตร์ สาเหตุที่ผมเรียนภาค กศ.บป. เพราะว่า ทางบ้านค่อนข้างมีฐานะ (ยากจน) ในวันจันทร์ถึงศุกร์ผมต้องทำงาน ผมทำงานอยู่ ณ พีชฮิลล์ กะตะ ผมทำงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยกุ๊ก จริงๆแล้วผมก็อยากเรียน ภาคปกติแบบเพื่อนคนอื่นๆ แต่ด้วยความที่พ่อก็แก่ตัวลงทุกวัน เรี่ยวแรงที่จะขับรถตู้ก็เหลือน้อยลง แม่ก็ออกจากที่ทำงานมาขายของ จึงทำให้ผมต้องช่วยพ่อกับแม่แบ่งเบาภาระโดยการหาเงินใช้เอง

          อนาคตในชีวิตตอนนี้ ผมคิดอยากจะเป็นพิธีกรภาคสนามหรือพิธีกรตามรายการต่างๆ ผมมีน้าเน็ก เป็นไอดอลในการทำงานในวงการสื่อ แต่โลกแห่งความจริงถ้าจะให้ตรงกับสายงานที่ทำอยู่คือการขึ้นจากผู้ช่วยกุ๊กไปเป็นกุ๊ก และพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ จนต้องไปเป็นเชฟ และออกรายการเชฟกะทะเหล็กให้ได้ สุดท้ายนี้ ผมของฝากคติประจำใจผมเอาไว้ว่า “จงอย่าหยุด ถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด”

เขียน:

ความเห็น (0)