อนุทิน #133956

 

 

สวัสดีครับอาจารย์ อาจารย์อาจจะได้อ่านเรื่องราวของคนอื่นมาแล้วมากมาย  เรื่องราวของผมก็อาจจะไม่ผิดแผกแตกต่างจากคนอื่นๆมากนัก  แต่อาจจะแตกต่างที่ความรู้สึก วัตถุประสงค์ที่ผมอยากเขียนนำเสนอเรื่องราว/ความรู้สึกของตัวเอง ในช่วงเวลานั้นๆ

 

ชื่อของผม ถิรภัท  เปรมปรีดิ์ (อาร์ม) ผมเป็นลูกชายคนที่ 1 จากทั้งหมด 3 คน แน่นอนว่าผมเป็นลูกคนโตตัวผมเองเกิดและโตในต่างอำเภอของจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เพราะยายของผมทำนาเป็นหลักและที่บ้านของยายก็เป็นร้านขายของชำเล็กๆ เรียกได้ว่าเป็นบ้านเกิดของผมเลย ผมถูกเลี้ยงมาในที่ๆสภาวะแวดล้อมที่ค่อนข้างดี ผมและน้องคนกลางเติบโตมาด้วยกันด้วยการเลี้ยงดูของยายกับน้าอีก 1 คน ผมและน้าห่างกันประมาณ 3 ปี  เพราะแม่กับพ่อของผม ต้องเข้ากรุงเทพเพื่อ-ทำงาน-ส่งเสียผมและน้องให้เรียนโรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปถึง 12 กิโลนี่เป็นแค่บทดสอบด่านแรกที่ผมในวัยเด็กต้องผ่านบททดสอบนี้อยู่หลายปีแต่กว่าจะถึงโรงเรียนนั้นผมและน้องต้องปั่นจักรยาออกจากบ้านราว 1.5 กิโลเมตรเพื่อไปขึ้นรถประจำทางที่ปากทางถนนใหญ่ของหมู่บ้านต่างจากเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่ได้เรียนแค่โรงเรียนในอำเภอ ซึ่งแน่นอนว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันในหมู่บ้านผมแทบจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ บางทีเราเหมือนเป็นตัวประหลาดในกลุ่มเด็กรุ่นเดียวกันเพราะการพูดจาหรือแม้แต่ของเล่นที่เรามีก็ดูจะเหนือกว่าเด็กในหมู่บ้าน พ่อและแม่หวังในตัวของผมมากเพราะผมเป็นลูกคนโต  นานๆพ่อและแม่จะกลับมาหา พ่อจะมองว่าผมเป็นเด็กดื้อเงียบแต่ผมจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างที่จะเถียงถ้าตัวเองไม่ผิด ซึ่งตอนนั้นผมจะโดนพ่อตีเป็นประจำเพราะพ่อมองว่าเป็นเด็กที่ดื้อ แต่ก็ผ่านช่วงวัยนั้นมาได้

เริ่มเข้าสู่วัยมัธยมแน่นอนว่าพ่อให้เรียนโรงเรียนประจำจังหวัดอีกตามเคย ถึงแม้ว่าผมจะสอบเขไม่ได้แต่พ่อก็วิ่งเต้นหาทางให้ผมได้เข้าเรียนที่นี่จนได้ และนี่เองเป็นจุดเปลี่ยนของผมผมได้เข้าเรียนต่อมัธยมประจำจังหวัด ซึ่งแน่นอนพ่อหวังไว้เสมอว่า อยากให้ลูกคนโตได้เป็นนายร้อยห้อยกระบี่ แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่พ่อหวังไว้เลย ช่วงนั้น มีสิ่งล่อตาล่อใจวัยรุ่นมากมาย อย่างแรกเลยก็คือร้านเกมส์ ช่วงนั่น เกมส์ออนไลน์อย่าง Raknarok กำลังฮิตส์ในหมู่เด็กนักเรียนเลยซึ่งผมก็เป็น 1 ในนั้น ช่วงแรกๆ ผมก็ไปเรียนตามปกติ แต่พักหลังๆ การเรียนเริ่มแย่เพราะติดเกมอย่างหนัก ช่วงนั้นแม่กลับมาอยู่ที่บ้านกับผมแล้ว เพราะพ่อได้งานที่ตะวันออกกลาง เงินเดือนที่นั่นมากพอที่จะส่งเลี้ยงคนในบ้านได้ ทำให้แม่ไม่ต้องทำงาน มีเวลาเลี้ยงดูผมและน้อง นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นหลังจากที่ผมติดเกม และพักหลังไม่เข้าเรียนเลย เงินค่าขนมที่ได้มา ผมเอาไปลงที่เกมส์ หมด ไม่ยอมกินข้าว ยอมอด  ให้เกมส์ที่ตัวเองเล่น จนวันหนึ่ง ทางโรงเรียน ส่งจดหมายเชิญผู้ปกครอง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นน้ำตาของพ่อและแม่ ด้วยความที่เราเป็นวัยรุ่นทำอะไรโดยไม่คิด ทำให้อนาคตเกือบจะดับวูบลงไป จนผ่านพ้นมัธยมต้น ผมเองก็เริ่มรู้สึกเบื่อกับสายสามัญบวกกับเป็นคนที่ชอบเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็เลยตัดสินใจที่จะเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เลยสอบเข้าวิทยาลัยเทคนิค ก็เลยได้เรียนกับสิ่งที่ตัวเองรัก แต่เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกตามเคย แน่นอนสังคมของเด็กช่าง จะไม่มีเรื่องของเกมส์เข้ามายุ่งเหมือนตอนมัธยมแล้ว แต่จะมีในเรื่องของผู้หญิงและของมึนเมา แน่นอนว่าพ่อของผมไม่ชอบ และไม่อยากจะส่งเสียผม แต่ผมเองบอกกับพ่อว่าขอให้ผมได้ทำในสิ่งที่ผมบ้าง ผ่านปีแรก มันก็ไม่สวยงามอีกแล้ว เพราะสังคมที่เราอยู่ เพื่อนฝูง ที่แต่ละคนทั้งกินเหล้า ทั้งสูบบุหรี่ แต่ผมก็ฝ่าฟันมาได้ จนจบแต่ชีวิตยังไม่จบแค่นี้ เมื่อผมยังไม่อยากเรียน และพ่อกลับมาจากเมืองนอก พ่อได้งานที่ภูเก็ต ตัวผมเองได้งานที่สุรินทร์ เป็นร้านหนังสือ จบอิเล็กแต่มาทำงานร้านหนังสือ มันไม่เข้าอะไรเลย แต่เพราะเป็นคนชอบอ่านนิตยสารพวกอิเล็กทรอนิกส์กับคอมพิวเตอร์อยู่แล้วก็เลยลองเข้ามาทำดูได้ความรู้ไปในตัวด้วย บวกช่วงนั้น มีสาวๆ มาติดพัน หลายคน เรียกว่าฮอตเลยก็ว่าได้ พ่อด้วยความเป็นห่วงเลยวางแผนกับแม่เพื่อจะให้ผมไปอยู่กับพ่อที่ภูเก็ต แม่จึงทำทีให้ผมขับรถไปส่งแม่เพราะแกจะไปอยู่กับพ่อที่ภูเก็ต เหตุผลเพราะแกอยากมาตั้งรกรากที่นี่

เลยทำทีให้ผมขับรถมาให้พร้อมกับน้องๆอีกสองคน แน่นอนว่าแอบจัดกระเป๋ามาให้แล้วโดยที่ผมไม่รู้เลยว่า กำลังถูกหลอกให้มาอยู่ภูเก็ตฮ่าๆและแล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดครับมาแล้วก็ไม่ได้กลับ ช่วงแรกก็ทำงานกับพ่อครับ พ่อผมเป็น surveys ผมคอยเดินแบกขากล้องเดินตามแกอยู่พักหนึ่ง ก็คิดว่านี่ไม่ใช่ทางของเราแล้ว บวกกับช่วงนั้น กมลามีผับกำลังจะเปิดใหม่ ผมสนใจไปลองสมัครเป็นเด็กเสริฟ งานง่ายๆเบาสมองดี แต่ที่ไหนได้ วันแรกที่เปิด ถูกจับไปเป็นบาร์เทนเดอร์ บวกกับเป็นคนหัวไวและเรียนรู้เร็วก็เลยผ่านจุดนั้นมาได้ ผ่านมาซักปี เริ่มคิดว่างานที่ทำยังไม่ตรงกับสิ่งที่ชอบเลย วันหยุดเลยไปเดินเล่น Big-c เห็นร้าน Earth cyberประกาศรับสมัครช่าง ก็เลยไปลองสมัครดู ทำอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 3 ปี เลยอยากเปลี่ยนที่ดูบ้าง เลยไปสมัครศูนย์ HTC ภูเก็ตทำอยู่ที่นี่ได้อีก 1 ปี ออกจากงานบวกกับมีเงินเก็บ เลยซื้อรถเก๋งมาคันนึง เอารถไปเข้าวิน แท๊กซี่ แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานคอมพิวเตอร์ ยังรับงานไว้หลายที่ และถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกแต่ก็เริ่มสนุกกับงานแท็กซี่ จนถึงปัจจุบัน....

ถิรภัท                เปรมปรีดิ์

                                                                                     

เขียน:

ความเห็น (0)