อนุทิน #133954

 

             ผม อภิสิทธ คนชม เกิดวันพุธ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2522 อายุ 34 ปี หนุ่มโสด      ชาวไทยพุทธ สูง 173 ซม. หนัก 63 กก. จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี จังหวัดอุดรธานี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาช่างก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิเทศศาสตร์บัณฑิต    คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

              ด้วยปัญหาทางการเงิน เส้นทางการเรียนของผมจึงหยุดลงที่วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี งานรับจ้างตักไอศกรีมขายในสวนสาธารณะ จึงเป็นงานแรกที่ทำให้ผมพอมีค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเอง ไม่เป็นภาระของแม่ ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านในขณะนั้น

              เวลาผ่านไป 3 เดือน พี่สาว (ลูกของป้า) ชวนผมมาทำงานที่จังหวัดภูเก็ต เริ่มจากเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารญี่ปุ่น ทำมาได้ระยะหนึ่งก็เลื่อนเป็นผู้ช่วยกุ๊ก เมื่อร้านขยายตัวก็ถูกเปลี่ยนหน้าที่ให้เป็นดีเจเปิดเพลง ในขณะนั้นก็ยังคิดหางานกลางวันทำเพิ่ม หวังลึกๆว่าจะได้ทำงานเขียนแบบตามที่เรียนมา  บุญพาวาสนาส่งให้เห็นป้ายรับสมัครพนักงานเขียนแบบในตลาด ตัดสินใจโทรสมัครงานและเข้าไปสัมภาษณ์ ปรากฏว่างานที่เปิดรับสมัคร คือการเขียนแบบผ่านโปรแกรม AUTOCAD ซึ่งผมไม่เคยได้เรียน เลยตัดสินใจบอกไปว่า

ให้ผมฝึกงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าแรงผมก็ได้ครับ ผ่านไป 3วัน พี่เค้าโทรมาตามให้ไปเริ่มงาน ได้รับค่าแรงเดือนละ 3,500 บาท งานเขียนแบบจึงเป็นงานกลางวัน ก่อนการเป็นดีเจเปิดเพลงในช่วงกลางคืนที่ร้านอาหารญี่ปุ่น

              วิถีชีวิตเป็นไปแบบนี้อยู่หลายปีจนพอเก็บเงินได้ ผมขึ้นไปรับแม่ที่อุดรฯ และลงมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน หลังจากนั้นร้านอาหารญี่ปุ่นก็ปิดตัวลง งานเขียนแบบบ้านจึงเป็นงานหลักในเวลานั้น

              ขณะนั่งทำงานเขียนแบบบ้าน ผมชอบฟังรายการวิทยุไปด้วยเสมอ จึงมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมของคลื่นวิทยุ SUNSHINE RADIO ตอน รักษ์ปะการังฟังเสียงคลื่น นี่คือก้าวแรกที่ได้สัมผัสงานด้านวิทยุกระจายเสียง และมองว่าเป็นงานที่น่าสนใจ ได้มีความสุขกับเสียงเพลง หลังจบกิจกรรมดังกล่าว มีการเก็บประวัติผู้ร่วมงานพร้อมเบอร์โทรตามปกติ จากนั้นจึงแยกย้ายกันไป

              ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเขียนแบบบ้าน ผมมีเวลาว่างหลังเลิกงาน การออกกำลังกายคือกิจกรรมหลักในขณะนั้น และนั่นจึงทำให้ผมได้พบพี่ๆ จากหลากหลายวงการการทำงาน หลังออกกำลังกายผมและพี่ๆ มักมองหาร้านอาหารเพื่อนั่งพัก ทานอาหาร พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นานเข้าๆ จึงเกิดความคิดขึ้นว่า

เราชอบมานั่งกินจนร้านปิดแบบนี้ ทำไมเราไม่เปิดร้านกันเองเลยล่ะทุกคนมองหน้ากัน และไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องจริงจังอะไร

              เมื่อผมอายุครบ 25 ปี ผมเข้าอุปสมบททดแทนพระคุณพ่อแม่ โดยกลับไปบวชที่ จังหวัดอุดรธานี ใช้เวลาในร่มกาสาวพักตร์ 1 เดือนเต็มๆ จนมีการเรียกตัวใน โครงการจัดหานักจัดรายการวิทยุหน้าใหม่ ผมจึงลาสิกขาเพื่อกลับมาร่วมโครงการที่จังหวัดภูเก็ต ผมได้รับการฝึกฝนจากรุ่นพี่นักจัดรายการวิทยุหลายคน จนได้เป็นนักจัดรายการวิทยุ โดยเริ่มจัดวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า หลังจากนั้นไปต่อด้วยการทำงานเขียนแบบบ้าน วิถีชีวิตของผมดำเนินไปแบบนี้อยู่หลายปี     

              ปีที่ 3 ของการเป็นนักจัดรายการวิทยุพร้อมกับการทำงานเขียนแบบบ้าน ผมตัดสินใจปรึกษารุ่นพี่ที่จัดรายการว่า ผมอยากตามหาพ่อ โดยเล่าเรื่องราวทั้งหมด เท่าที่ผมมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพ่อ ตั้งแต่เด็กผมเป็นลูกชายคนเดียว เกิดมาไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อ เพราะเหตุผลของผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อไม่ยอมรับแม่ในขณะที่ตั้งท้องผมอยู่ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าหน้ากันไม่ติด หลังจากผมเกิด ผมจึงกลายเป็นลูกบุญธรรมของลุง เรียกลุงว่าพ่อ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไป สงสัยอยู่บ้างเวลาที่พี่ๆในครอบครัวเค้าพูดว่าผมเป็นลูกไม่มีพ่อ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย

              จากเรื่องราวที่ห่างหายกันไปของพ่อแม่ และเพื่อเป็นการยืนว่าสิ่งที่ผมรับรู้มาในวัยเด็กเป็นความจริงหรือไม่ ผมตัดสินใจตามหาพ่อ ด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆ ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ผมทราบว่าพ่อของผมยังมีชีวิตอยู่ พักอาศัยที่จังหวัดยโสธร หลังจากได้เบอร์โทรผมตัดสินใจโทรหาประจวบเหมาะกับพ่อ ต้องลงมาดูงานที่ตำบลวิชิต จ.ภูเก็ต จึงนัดเจอกันได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

             ผมนัดเจอพ่อที่งานเลี้ยง อบต.วิชิต เวลา 2 ทุ่ม พร้อมกับแม่ เราหากันจนเจอ อ้อมกอดแรกของพ่อและผมที่มอบให้กัน แม้มันไม่อุ่นเท่ากอดของแม่ผู้ที่อยู่ข้างผมตลอด แต่มันเป็นกอดที่มาพร้อมกับคำตอบ และเรื่องราวทั้งหมดจากปากของพ่อ พ่อไม่ได้ห่างหายไปจากเรา พ่อยังคงถามข่าวและพยายามขอพบแม่เสมอ แต่ด้วยความโกรธ ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายแม่จึงสั่งห้ามและไม่ให้พ่อได้พบแม่อีก พ่อเล่าต่อว่า นั่งนับวันเวลาที่ผมจะลืมตาดูโลก ตลอดเดือนมิถุนายน พ.ศ.2522 พ่อเองก็ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อตามหาแม่ที่ต้องคลอด แต่ด้วยบุญมีแต่กรรมบัง การแจ้งคลอดนั้นกลับไม่มีชื่อของแม่ผมอยู่ในทะเบียนการคลอดเลย พ่อผมจึงถอดใจและกลับจังหวัดยโสธรตามเดิม

             28ปี กับการรอคอยคำตอบ มันจบลงแล้ว นี่คือเรื่องราวบางส่วนเท่านั้น ผมทราบข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่อง ยิ่งทำให้ผมเข้าใจและรักพ่อกับแม่มากขึ้น ถึงแม้เรา 3 คนไม่สามารถอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ แต่ความสุขจากการหากันจนเจอ ได้พูดคุยจนเข้าใจถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะพ่อเองก็มีครอบครัวใหม่ ผมกลายเป็นพี่ชายคนโตของน้องๆที่น่ารักถึง 3 คน พ่อบอกน้องๆ เสมอว่ามีพี่ต่างแม่ ซึ่งน้องคนเล็กของผมยังคิดว่าพ่อพูดเล่น จนกระทั่งได้พูดคุยกับผมมาจนถึงทุกวันนี้

              ปัจจุบันผมอยู่กับแม่ โดยให้ท่านได้พักผ่อนและใช้ชีวิตตราบเท่าที่แม่จะมีความสุข ส่วนผมยังยึดอาชีพนักจัดรายการวิทยุที่ Sunshine Radio FM 96.75 Mhz. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์

              วันเสาร์-อาทิตย์ให้เวลากับการเรียนระดับปริญญาตรี ในสาขานิเทศศาสตร์บัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และอีกหนึ่งงาน นั่นคือการมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ร้านก่อนนอน กับพี่ๆ ที่เราคุ้นเคยกันมานาน จากประโยคที่ฟังเหมือนจะพูดเล่นๆ ข้างต้น แต่ทุกวันนี้มันเหมือนบ้านหลังที่สองที่เราใช้ต้อนรับทุกๆ คน  

              ร้านก่อนนอน ตั้งอยู่ที่ ถนนชุมพร ตรงกันข้าม สภ.เมืองภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา18.00 น. - 23.30 น. สามารถติดตามพวกเราได้ที่ www.facebook.com/KonnonRestaurantPhuket ผมทำได้ทุกหน้าที่ในร้าน แต่ที่กลายเป็นหน้าที่ประจำ คือการลงมือทำอาหารเอง ทั้งผัด ทอด ต้ม ยำ ทำได้หมด รสชาติต้องไปพิสูจน์เองครับ

              สุดท้ายแม้ชีวิตของผมจะเกิดมาบนความไม่พร้อม แต่หากรู้จักใช้ชีวิตไม่ขาดความขยันหมั่นเพียร

ก็สามารถผลักดันตนเองให้ไปสู่ความก้าวหน้า มีความสุขและประสบความสำเร็จได้ เชื่อผมสิ !!!

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)