อนุทิน #133623

 

ยามแตกช่อเบ่งบานก็ผ่านใกล้
คอยยื่นมือยื้อไปให้มันถึง
เก็บกำดอกหอมหวนชวนคะนึง
ดอกเจ้าจึงมีค่าก็คราบาน
แต่ยามใดไร้กลิ่นก็สิ้นค่า
ไม่แวะมาลองลิ้มชิมรสหวาน
เห็นดอกใหม่ลืมดอกหลังครั้งวันวาน
ปล่อยพุ่มพวงดวงมาลย์ร้าวรานใจ (พระมหาวินัย)

ดอกเจ้าบานเเต้มกิ่งดูพริ้งเเพร้ว
กาลผ่านแล้วดอกเก่าร่วงเกิดพวงใหม่
หอมเอย.....หอมพะยอมย้อมหทัย

ขจรไกลเสน่ห์ซึ้งยังตรึงตรา
ไยจะลืมดอกเก่าที่เฝ้ารัก
ยังฟูมฟักอดีตใกล้ยังใฝ่หา
แม้เจ้าจะลาไกลไม่หวนมา
ยังซาบซึ้งประหนึ่งว่าไม่กล้าลืม (เต็มตื่ ชื่นบาน))

เคยผ่านรักดมดอมช่างหอมหวน
เคยเย้ายวนซึมซาบแสนปลาบปลื้ม
แต่ผันผ่านกาลเวลาทำท่าลืม
กลับดูดดื่มกลิ่นใหม่ ให้ระทม (สายธาร แห่งรัก)

ก็จงจดจงจำความช้ำชอก
อย่าให้หลอกซ้ำสองต้องขื่นขม
เจ็บไม่จำซ้ำใจได้ตรอมตรม
มาภิรมย์รักแล้วคลาดแคล้วไป
เป็นเช่นนี้แหละหนาอย่าริรัก
ควรจะหนักแน่นบ้างอ้างว้างไหน
อยู่คนเดียวเปลี่ยวอุราว้าวุ่นใด
สบายใจสบายกายคลายกังวล (พระมหาวินัย)

ถ้าไม่ลองไม่รู้หนาคำว่ารัก 
แค่อกหักจะเป็นไรไม่ต้องสน 
โลกเรามีผู้ชายตั้งหลายคน
จงอดทนรอคอยผู้อยู่เพื่อเรา 
จะเจ็บจำกี่ครั้งช่างมันเถิด 
จงก่อเกิดรักใหม่ให้สุขเศร้า
แต่ถ้าเบื่อเมื่อใดใจไม่เอา 
ก็จงเฝ้าเป็นโสดอาจโปรดปราน (เต็มตื่น ชื่นบาน)

ทางพระว่าความรักมักก่อทุกข์
มีความสุขเล็กน้อยพลอยชื่นหวาน
ยามความรักดีอยู่ดูเบิกบาน
มองทุกด้านดีหมด มดแมงตอม
แต่เมื่อใดอนิจจังประดังเข้า
เกิดหงอยเหงาเศร้าศัลย์พลันผ่ายผอม
เพราะเผลอไผลในคำรักจักตรมตรอม
พวงพะยอมหอมหายจากกายนาง (พระมหาวินัย)

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)