อนุทิน #119185

มีม (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9" title="ภาษาอังกฤษ" style="text-decoration: initial; color: rgb(11, 0, 128); background-image: none; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial;">อังกฤษ: meme) เป็นรูปแบบของ ความคิดทางวัฒนธรรม สัญลักษณ์ หรือการปฏิบัติ ที่สามารถส่งผ่านจากจิตใจคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ผ่านการเขียน การพูด ท่าทาง พิธีกรรม หรือปรากฏการณ์ลอกเลียนแบบอื่น ๆ คำว่า meme ในภาษาอังกฤษ มาจากการผสมของคำว่า "gene" และคำภาษากรีกว่า μιμητισμός ([mɪmetɪsmos] หรือ การเลียนแบบบางอย่าง)http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1#cite_note-1" style="text-decoration: initial; color: rgb(11, 0, 128); background-image: none; white-space: nowrap; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial;">[1] ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ได้ถือว่า เป็นสิ่งที่คล้ายกันทางวัฒนธรรมสู่ยีน มีการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองแรงกระตุ้นที่เลือกเฟ้นhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1#cite_note-2" style="text-decoration: initial; color: rgb(11, 0, 128); background-image: none; white-space: nowrap; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial;">[2]

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ริชาร์ด ดอว์กินส์ ได้คิดคำว่า "meme" ขึ้นมาในหนังสือThe Selfish Gene (1976)http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1#cite_note-3" style="text-decoration: initial; color: rgb(11, 0, 128); background-image: none; white-space: nowrap; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial;">[3] ในแนวคิดเกี่ยวกับการอภิปรายทฤษฎีวิวัฒนาการเกี่ยวกับการอธิบายการแพร่ของความคิดและปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น มีมในหนังสืออย่างพวกเมโลดี คำพูดติดปาก แฟชั่น และเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบซุ้มโค้ง เป็นต้นhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1#cite_note-selfish-4" style="text-decoration: initial; color: rgb(11, 0, 128); background-image: none; white-space: nowrap; background-position: initial initial; background-repeat: initial initial;">[4]


ขอขอบคุณ วิกิพีเดียและลูกชาย(พูดถึงศัพท์ทำนี้ำให้แม่อยากรู้ความหมาย)

เขียน:

ความเห็น (0)