อนุทิน #115061

ความชัด ของการก้าว...แบบ มิจฉา หรือ สัมมา

การถูกใช้เป็นเครื่องมือ...ที่คนไม่ดีหลงทาง คือ ฮุบเหยื่อ การตั้งใจพัฒนาเสมือนเป็นเครื่องมือ...ในวงโคจรที่คนดีมีศีลมั่นคงได้หลงก้าวเข้ามา คือ จิตเข้าสู่กระแส... การจะฮุบเหยื่อ หรือ ก้าวสู่กระแส ก็ อยู่ ที่แก่นแกนใจคน...

จากยุทธศาสตร์ แห่งอุดมการณ์ ที่คนทั้งหลาย ถูกนำพา ฝึกฝน หรือ จนกระทั่งโดนปลุกปั่นตามทิศทาง หรือ ระบบ ระบอบที่ต่างให้ความสนใจ.. จนกระทั่งก้าวไปสู่การหลง เชื่อ และเต็มใจยอมเป็นเครื่องมือ ดังเช่น ฝ่ายซ้ายจัด ขวาจัด ที่ปลูกฝังคน อย่างมุ่งมั่นสานต่อ จากรุ่น สู่ รุ่น เพื่อเป้าหมาย ข้อนี้ หนักกว่า ฮุบเหยื่อ...

ส่วนการเข้าสู่กระแส จากที่หลอกบรรดานักฆ่า ตกเป็นเครื่องมือแห่งค่าจ้าง ดัง แผนฆ่าตัดตอน ซึ่งเกิดมีตัวอย่าง นับแต่ครั้ง พุทธกาล ที่พระพุทธเจ้า สามารถช่วยให้คนชั่ว ๓๑ คน ที่ถูกจ้างมาปองร้ายพระองค์ ให้กลายเป็นคนดี และ รอดตายหมดทุกคนจนจิตเข้าสู่กระแส...


แผนฆ่าตัดตอนในสมัยพุทธกาล

ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระเทวทัตยังมีชีวิตอยู่ พระเทวทัตมีความคิดที่จะลอบสังหารพระพุทธองค์เพื่อที่ตนจะได้สถาปนาตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าแทน ด้วยการวางแผน ที่ แยบยลมาก คือทำการคัดเลือกนายขมังธนูฝีมือเยี่ยมจำนวน ๓๑ คน (จากนายขมังธนู ๕๐๐ คน)โดยได้เลือกคนที่ยิงแม่นที่สุด และ ใจโหดเหี้ยมที่สุด ให้เป็นผู้ลงมือสังหารพระพุทธองค์ ในขณะเดียวกันก็แอบสั่งให้นายขมังธนูอีก ๒ คนคอยดักสังหารนายขมังธนูคนแรกเมื่อลงมือสำเร็จ จากนั้นก็ไปแอบสั่งให้นายขมังธนูอีก ๔ คนให้คอยดักสังหารนายขมังธนูทั้ง ๒ คนอีกทอดหนึ่ง ทอดต่อไปก็สั่งให้นายขมังธนูอีก ๘ คนคอยดักสังหารนายขมังธนู ๔ คน มีการฆ่าตัดตอนเช่นนี้เป็นทอด ๆ จนถึงขั้นสุดท้าย คือสั่งให้นายขมังธนูถึง ๑๖ คน คอยดักสังหารนายขมังธนู ๘ คน

สรุป คือมีการสั่งฆ่าตัดตอนถึง ๔ ชั้น ทั้งนี้เพื่อพระเทวทัตต้องการจะปกปิดความชั่วของตน มิให้ใครรู้เห็นนั่นเอง

เดชะบุญด้วยพระพุทธานุภาพ นายขมังธนูคนแรก ขณะที่ลงมือสังหารเกิดอาการชะงักงัน ไม่สามารถยิงศรทำร้ายพระพุทธองค์ได้ ทำให้นายขมังธนูเกิดความหวาดกลัวเป็นอันมาก แต่ด้วยพระมหากรุณาพระพุทธองค์ได้ทรงสนทนาแนะนำให้ข้อคิดแก่นายขมังธนูผู้นั้นด้วยวาจาอันไพเราะ จนทำให้นายขมังธนูผู้นั้นเกิดความสำนึก และ ซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ ทิ้งอาวุธ ก้มลงกราบกล่าวคำขอขมาพระพุทธองค์ถึง ๓ ครั้ง พระพุทธองค์ทรงให้อภัยด้วยน้ำพระทัยที่เมตตา และเมื่อพระพุทธองค์ทรงเห็นว่านายขมังธนูผู้นั้นมีจิตใจดีงาม พร้อมที่จะรับฟังธรรมอันลึกซึ้งแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมแก่นายขมังธนูจนได้บรรลุโสดาบัน (อริยบุคคลชั้นต้น ผู้ควรแก่การกราบไหว้บูชา) และ ก่อนที่นายขมังธนจะทูลลากลับ พระพุทธองค์ทรงรับสั่งมิให้นายขมังธนูเดินทางกลับตามเส้นทางที่พระเทวทัตสั่ง (เพราะมีมือสังหารรออยู่) แต่ให้กลับไปเส้นทางอื่น

นายขมังธนู ๒ คนที่รอฆ่าตัดตอน รอเหยื่อเป็นเวลานาน ไม่เห็นมาสักที จึงได้เดินสวนทางมาดู และ ได้พบกับพระพุทธองค์ พระศาสดาได้ทรงแสดงธรรมจนทั้งคู่ได้บรรลุโสดาบัน และ ก่อนที่ทั้งคู่จะทูลลากลับพระพุทธองค์ได้ทรงแนะให้ทั้งคู่เดินทางกลับไปเส้นทางอื่นเช่นเดียวกัน (เพื่อจะได้ไม่ถูกฆ่าตัดตอนจากนายขมังธนู ๔ คน )

ในที่สุดแผนการณ์อันเลวร้ายของพระเทวทัตได้ล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง บรรดานายขมังธนูทุกคนที่ทราบข่าว ต่างดีใจที่ตนรอดตายจากแผนการณ์อันโหดเหี้ยมนี้ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ จึงพร้อมใจพากันออกบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์กันทุกรูป

สรุป คือ พระพุทธเจ้าของเราสามารถช่วยให้คนซ้ายจัด ขวาจัดทั้ง ๓๑ คน ผู้หลงตกเป็นเหยื่อ ให้กลายเป็นคนดี เข้าสู่กระแส และ รอดตายไม่ต้องก่อบาปหนักได้หมดทุกคน

เขียน:

ความเห็น (0)