อนุทิน #106156

ผลงานทางวิชาการ             รายงานผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

                                        คณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่ม 

                                        สาระคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยม  

                                        ศึกษาปีที่ 1  

ผู้ศึกษา                             นางอำไพ  คำแสน

โรงเรียน                            ท่าจีนอุดมวิทยา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด

                                       สงขลา

ปีการศึกษา                       2553

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องทศนิยมและเศษส่วน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิชาคณิตศาสตร์ก่อนใช้และหลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ตลอดจนเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะดังกล่าว

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ใน     ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนท่าจีนอุดมวิทยา  อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศีกษาสงขลา เขต 2  ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 29 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  จำนวน 9 ตอน รวม 3  เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะดังกล่าว  สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบโดยอาศัยการแจกแจงแบบ t  และการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบโดย ใช้วิธีแบบดูเดอร์  -  ริชาร์ดสัน สูตร  KR – 20

                ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการประเมินประสิทธิภาพ แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน  พบว่า  การประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้  มีค่า 80.61/81.40  ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน  พบว่า  มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนดังนี้เรื่อง  ทศนิยมและเศษส่วน  มีค่าเฉลี่ย ( )  ก่อนเรียนและหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 19.21 และ 24.14  มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  เท่ากับ 1.66 และ 1.52 และ ค่า t  อยู่ที่37.83  ซึ่งหมายความว่า เมื่อเปรียบเทียบการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ย ( ) หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีค่าน้อยกว่าก่อนเรียน และค่าทีมีนัยสำคัญที่ .01 เนื่องจากมีค่าทีที่หาได้มากกว่าค่าทีวิกฤตที่ 2.763

3. ผลการสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ  แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน   พบว่าโดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยสามารถพัฒนาทักษะในวิชาเรียนของนักเรียนได้  มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในระดับที่สูงที่สุด
ในภาพรวมระดับความพึงพอใจอยู่ที่ 3.79

 

 

 

 

 

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (2)

เป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นได้

เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาผู้เรียนเรื่องทศนิยมและเศษส่วนซึ่งพัฒนาผู้เรียนได้เป็นอย่างดี