อนุทิน #105532

ชื่อผู้นำเสนอ คือ

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ

ข้อดี คือ

ข้อปรับปรุง คือ

ข้อเสนอแนะ คือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม

2.สีตัวอักษร

3.การออกแบบพื้นหลัง

4.ภาพประกอบ

5.เสียงประกอบ

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (34)

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางรังรอง วภักดิ์เพชร รหัสนึกษา 55421231103

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาชุดทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อจับใจความชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ข้อดี คือ อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ให้อธิบายเฉพาะหัวข้อ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นายไพทูรย์ เขียวรัตน์

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาโปรแกรมการฝึกการอบรมตามแนวทางไตรสิกขาเพื่อเสริมสร้างความมีวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ข้อดี คือ อธิบายแบบสั้นๆ

ข้อปรับปรุง คือ รูปภาพมากไป

ข้อเสนอแนะ คือ ใส่แต่รูภาพที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางดารณี ภูนิคม รหัสนักศึกษา 55421231121

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดและการทำโครงงาน

ข้อดี คือ อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ เอาเฉพาะเนื้อหาสำคัญเท่านั้น

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นายสว่าง พิมพิชัย รหัสนักศึกษา 55421231107

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องเกษตรอินทรีย์กับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ข้อดี คือ เนื้อหาสั้น

ข้อปรับปรุง คือ วิธีการนำเสนอ

ข้อเสนอแนะ คือ อธิบายเนื้อหาให้มากขึ้นอีก

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 1

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 1

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวพรทิพย์ อาจวิชัย รหัสนักศึกษา 55421231134

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยสาระกระบวนการทางวิทยาศาตร์ประกอบการเขียนแผนผังมโนมติกับการสอนตามปกติ

ข้อดี คือ อธิบายดี

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือกับสีพื้นหลังเป็นสีโทนเดียวกัน

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับสีพื้นหลังใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวธัญญารัตน์ แสนคำ รหัสนักศึกษา 55421231123

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแนวคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการเรียนจากวีดีทัศน์แบบปฏิสัมพันธ์กับการสอนแบบปกติ เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี

ข้อดี คือ อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ สีของพื้นหลัง

ข้อเสนอแนะ คือ ใช้โทนสีให้เป็นโทนเดียว

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 2

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางดวงฤดี แก้วเสถียร รหัสนักศึกษา 55421231108

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ ผลของการใช้เทคนิคผังกราฟฟิกในการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ที่มีต่อการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิกและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ข้อดี คือ อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก พื้นหลังมือไป

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับตัวหนังสือและสีพื้นหลังใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางวราภรณ์ วุฒิสาร รหัส 55421231120

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การเปรียบเทียบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษากับการสอนตามคู่มือครูฯ

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็กไป

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับตัวหนังสือใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 1

2.สีตัวอักษร 1

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 2

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางทิวากร วงศ์วิชิต รหัส 55421231124

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบเสาะหาความรู้

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ สีพื้นหลังทึบไป ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับสีพื้นหลัง และตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 1

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 2

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือนางสุธิดา ศรีลาดเลา รหัส 55421231127

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ ผลการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้นที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือค่อนข้างเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ เพิ่มขนาดของตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นายชูชีพ เหลือผล รหัส 55421231102

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้เทคนิคการใช้ปัญหาเป็นรากฐานร่วมกับเทคนิคจิกเซอร์เรื่ออินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ การนำเสนอไปในทางการสอนเด็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับเป็นการนำเสนอทางวิชาการ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวภัทรนันต์ บุญมาก รหัส 55421231113

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การใช้นิทานอิงธรรมประกอบคำถามปลายเปิด เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของเด็กอนุบาลโรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอบำเน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 2

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวอนุธิดา สารทอง รหัส 55421231128

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการแก้าปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโยธินบำรุงที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญาหาเป็นรากฐานและการจัดการเรียนรู้แบบเสาะหาความรู้

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ สีพื้นหลังค่อนข้างทึบ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับสีของพื้นหลัง

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวเกศินี คำเกษ รหัส 55421231011

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านและเจตคติต่อวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือขนาดเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางเกษร พรหมวงษ์ซ้าย รหัส 55421231133

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาแผนการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องการแปลงทางเรขาคณิตชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางอัจฉรา เหลือผล รหัส 55421231101

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาชุดการเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์โดยการสอนแบบค้นพบเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ปรับรูปแบบการนำเสนอ

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสุรีพร ประภาหาร รหัส 55421231108

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาการจัดกิจกรรมเล่านิทานส่งเสริมพฤติกรรมจริยธรรมด้านการช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นของเด็กปฐมวัย

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ สีพื้นหลังค่อนข้างทึบ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับสีของพื้นหลัง

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางชินตา สุภาชาติ รหัส 55421231122

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางฟิสิกฟ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยเสริมการแก้ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม -

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวยุพิน ปัญญาประชุม รหัส 55421231115

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา เรื่องสิ่งเสพติดให้โทษของนักเรียน

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือล้นกรอบ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางนิตยา นวลมณี รหัส 55421231106

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก พื้นหลังทึบ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับตัวหนังสือและปรับสีพื้นหลังใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางอมรพันธุ์ บุญมาวงษา รหัส 55421231117

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์บูรณาการ

ข้อดี คือ เนื้หาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ พื้นหลังหลากสีเกินไป ตัวหนังสือค่อนข้างเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับพื้นสีใหม่และปรับขนาดตัวหนังสือใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวเกศกนก ศรีมณีรัตน์ รหัส 55421231130

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศรายวิชาภาษาอังกฤษ เรื่องคำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือล้นกรอบ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือใหม่

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นายเชาวฤทธิ์ จันฤาชัย รหัส 55421231131

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือการพัฒนาการอ่านและการเขียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้การแจกลูกและสะกดคำ ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางฉวีวรรณ กุดหอม รหัส 55421231125

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการเรียนทำงานกลุ่มวิชาดนตรีไทย 1 (ศ 3110)โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบางแพปฐมพิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 2

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 3

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางรัชฎาภรณ์ ปัญญาวงศ์ รหัส 55421231138

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาาหลักสูตรสถานศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญท้องถิ่นกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่องการผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพร

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 3

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางอินอ้อย ชัยลา รหัส 55421231119

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การสร้างโปรแกรมมัลติมีเดียสื่อ เรื่องการผลิตบทเรียนช่วยสอนสำหรับครูประถมศึกษาสังกัดสำนัหงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ไม่มี

ข้อเสนอแนะ คือ ไม่มี

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสุภาภรณ์ น้อยทรงค์ รหัส 55421231105

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้านความมีระเบียบวินัยของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 3

ข้อดี คือ อธิบายเข้าใจง่าย เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ พื้นหลังมืดไป

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับสีพื้นหลังให้สว่างขึ้น

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 1

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางอรัญญา ช่วยวัฒนะ รหัส 55421231132

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาการอ่านและการเขียนแจกลูกสะกดคำกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะ

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางวิลัยพร วรรณวิจิตร รหัส 55421231126

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การฝึกบริหารจิตตามวิธีของโยคะที่มีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการวาดรูประบายสี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวศิราณี กลางประพันธ์ รหัส 55421231127

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนการฝึกปฏิบัติการจัดการเรียนรู้เพื่อฝึกปฏิบัติการเขียน

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน อธิบายเข้าใจง่าย

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเบลอ

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับลักษณะตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 2

3.การออกแบบพื้นหลัง 2

4.ภาพประกอบ 1

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 3

ชื่อผู้นำเสนอ คือ นางสาวพรพรรณ ศรีประสงค์ รหัส 55421231129

ชื่อเรื่องที่นำเสนอ คือ การพัฒนาผลการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องตรรกศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4โดยการเรียนรู้แบบกลุ่มมือเทคนิค TAI

ข้อดี คือ เนื้อหาครบถ้วน

ข้อปรับปรุง คือ ตัวหนังสือเล็ก

ข้อเสนอแนะ คือ ปรับขนาดตัวหนังสือ

สุปการประเมิน ระดับ น้อย(1) ปานกลาง(2) มาก(3)

เกณฑ์ในการให้คะแนน

1.ขนาดตัวอักษรเหมาะสม 2

2.สีตัวอักษร 3

3.การออกแบบพื้นหลัง 3

4.ภาพประกอบ 2

5.เสียงประกอบ 1

6.เทคนิคการเคลื่อนไหวระหว่างตัวอักษร 3

7.วิธีการนำเสนอ powerpoint 3

8.เทคนิคพิเศษอื่นๆ 1

บทความงานวิจัย

การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางรูปภาพของเด็กปฐมวัยด้วย การเล่านิทานประกอบหุ่นกับการเล่านิทานประกอบรูปภาพ

      การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สองประการ ประการที่หนึ่ง เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางรูปภาพของเด็กปฐมวัยที่ได้จากการฟังนิทาน ด้วยการเล่าประกอบหุ่นกับการเล่าประกอบรูปภาพ และ ประการที่สอง เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางรูปภาพของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการเล่าประกอบหุ่นและการเล่าประกอบรูปภาพ
      กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนบ้านหนองยาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 จำนวน 2 ห้องเรียน ห้องเรียนละ 30 คน ซึ่งได้มาจากกลุ่มตัวอย่าง (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1)แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ โดยอาศัยรูปภาพเป็นสื่อแบบ ก ของ Torrance (2)แผนการเล่านิทานประกอบหุ่น จำนวน 20 แผน (3)แผนการเล่านิทานประกอบรูปภาพ จำนวน 20 แผน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการทดสอบค่า t
      ผลการวิจัยพบว่า
      1. ความคิดสร้างสรรค์ด้านความคล่องแคล่ว ความคิดริเริ่ม และความคิดละเอียดลออของเด็กปฐมวัยที่ได้จากการฟังนิทานด้วยการเล่านิทานประกอบรูปภาพ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ในด้านความคิดละเอียดลออ ส่วนด้านความคิดคล่องแคล่วและความคิดริเริ่มไม่แตกต่างกัน
      2. ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้จากการฟังนิทานด้วยการเล่าประกอบหุ่น หลังการทดลองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ส่วนเด็กปฐมวัยที่ฟังนิทานด้วยการเล่าประกอบรูปภาพหลังการทดลองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ในด้านความคิดคล่องแคล่วและความคิดริเริ่ม ส่วนด้านความคิดละเอียดลออไม่แตกต่างกัน

E1/E2 การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพกระทำได้โดยการประเมินผลพฤติกรรมของผู้เรียน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ E1 = Effeciency of Process E2 = Effeciency of Product การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ 1. การประเมินพฤติกรรมต่อเนื่อง (Transitional Behavior) คือประเมินผลต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย พฤติกรรมย่อย ของผู้เรียน เรียกว่า “กระบวนการ” (Process) ที่เกิดจากการประกอบกิจกรรมกลุ่ม 2. การประเมินพฤติกรรมสุดท้าย (Terminal Behavior) คือประเมินผลลัพธ์ (Product) ของผู้เรียนโดยพิจารณาจากการสอบหลังเรียนและการสอบไล่ E1/E2 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ตัวอย่าง

 80/80 หมายความว่า เมื่อเรียนจากสื่อหรือชุดการสอนแล้วผู้เรียนจะสามารถทำแบบฝึกปฏิบัติหรืองานได้ผลเฉลี่ย 80% และประเมินหลังเรียนและงานสุดท้ายได้ผลเฉลี่ย 80% 
 การกำหนดเกณฑ์E1/E2 ให้มีค่าเท่าใดนั้นให้ผู้สอนเป็นผู้พิจารณาตามความพอใจโดยพิจารณาพิสัยการเรียนที่จำแนกเป็น

วิทยพิสัย (Cognitive Domain) จิตพิสัย (Affective Domain) และทักษพิสัย (Skill Domain) ในขอบข่าย วิทยพิสัย (เดิมเรียกว่า พุทธพิสัย) เนื้อหาที่เป็นความรู้ความจำมักจะตั้งไว้สูงสุดแล้วลดลงต่ำลงมาคือ 90/90 85/85 80/80
คำว่า พุทธิ เป็นคำในพระพุทธศาสนา แปลว่า ความรู้แจ้ง ครอบคลุมทั้งความรู้ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมจึงมีความหมายใหญ่กว่าคำว่า Cognitive ที่หมายถึงความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการประเมินตามแนวคิดของ Bloom’s Taxonomy ซึ่งตรงกับคำว่า “วิทยา” มากกว่า จึงมีผู้ใช้วิทยพิสัยแทน พุทธิพิสัย เป็นคำแปลของ Cognitive Domain วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ

 วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ กระทำได้ 2 วิธีคือ โดยใช้สูตรและโดยการคำนวณธรรมดา โดยใช้สูตร

เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ E1 คือคะแนนรวมของแบบฝึกปฏิบัติ กิจกรรมหรืองานที่ทำระหว่างเรียนทั้งที่เป็นกิจกรรมในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรือออนไลน์ A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกปฏิบัติ ทุกชิ้นรวมกัน N คือ จำนวนผู้เรียน เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ E2 คือคะแนนรวมของผลลัพธ์ของการประเมินหลังเรียน B คือ คะแนนเต็มของการประเมินสุดท้ายของแต่ละหน่วย ประกอบด้วยผลการสอบหลังเรียนและคะแนนจากการประเมินงานสุดท้าย N คือ จำนวนผู้เรียน แนวคิดการหาประสิทธิภาพที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์ และสูตร E1/E2 เป็นลิขสิทธิ์ของ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไม่ว่าจะเขียนในรูป E1:E2 E1ต่อE2 หรือในรูปแบบใดจะนำไปดัดแปลงเป็นอย่างอื่นเช่น P1/P2 X1/X2 และเปลี่ยนแปลงสูตร เช่น จาก SF เปลี่ยนเป็น SY กระทำไม่ได้ ลิขสิทธิ์นี้ รวมถึงการนำไปจัดทำโปรแกรมคำนวณทางคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ทรงลิขสิทธิ์คือ ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไม่ได้เช่นกัน การตีความหมายผลการคำนวณค่า E1/E2 หลังจากคำนวณหาค่า E1 และ E2 ได้แล้ว ผู้หาประสิทธิภาพต้องตีความหมายของผลลัพธ์โดยยึดหลักการและแนวทางดังนี้ ความคลาดแคลื่อนของผลลัพธ์ ให้มีความคลาดเคลื่อนหรือความแปรปรวนของผลลัพธ์ ได้ไม่เกิน .05 (ร้อยละ 5) จากช่วงต่ำไปสูง= ±2.5 นั่นคือผลลัพธ์ของค่า E1 หรือ E2 ที่ถือว่า เป็นไปตามเกณฑ์ มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่เกิน 2.5% และสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2.5% หากคะแนน E1 หรือ E2 ห่างกันเกิน 5% แสดงว่า กิจกรรมที่ให้นักเรียนทำกับการสอบหลังเรียนไม่สมดุลกัน เช่น ค่า E1 มากกว่า E2 แสดงว่า งานที่มอบหมายอาจจะง่ายกว่า การสอบ หรือ หากค่า E2 มากกว่าค่า E1 แสดงว่า การสอบยากกว่าหรือไม่สมดุลกับงานที่มอบหมายให้ทำ จำเป็นที่จะต้องปรับแก้หากสื่อหรือชุดการสอนได้รับการออกแบบและพัฒนาอย่างดีมีคุณภาพ ค่า E1 และ E2 ที่คำนวณได้จากการทดสอบประสิทธิภาพ จะต้องใกล้เคียงกันและห่างกันไม่เกิน 5% ซึ่งเป็นตัวชี้ที่จะยืนยันได้ว่า นักเรียนได้มีการเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่องตามลำดับขั้นหรือไม่ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมขั้นสุดท้าย หรืออีกนัยหนึ่งต้องประกันได้ว่านักเรียนมีความรู้จริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมหรือทำสอบได้เพราะการเดา การประเมินในอนาคตจะเสนอผลการประเมินเป็นเลขสองตัว คือ E1คู่E2 เพราะจะทำให้ผู้อ่านผลการประเมินทราบลักษณะนิสัยของผู้เรียนระหว่างนิสัยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง คงเส้นคงวาหรือไม่ (ดูจากค่า E1 คือกระบวนการ) กับการทำงานสุดท้ายว่ามีคุณภาพมากน้อยเพียงใด (ดูจากค่า E2 คือผลลัพธ์) เพื่อประโยชน์ของการกลั่นกรองบุคลากรเข้าทำงาน 2.5% 82.50 + E1/E2 80/80 82.50/77.50 - 2.5% 77.50 83.40/81.50 ต้องปรับเพิ่ม E2 เพื่อยกเกณฑ์เป็น 85/85หรือ ลดค่าE1 เพื่อคงเกณฑ์ 80/80 81.85/89.35 ค่า E1 และห่างกันมาก ต้องปรับเพิ่ม E1 หรือลด E2 เพื่อให้ได้เกณฑ์ 85/85 ขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพ 1:1 ก. การทดลอบประสิทธิภาพแบบเดี่ยว (1:1) เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คนทดลอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอนกับผู้เรียน 1-3 คน โดยใช้เด็กอ่อน ปานกลาง และเด็กเก่ง ให้ดีขึ้น คะแนนที่ได้ในขั้นนี้จะประมาณ 50-60% ระหว่างทดลอบประสิทธิภาพ 1:1 ให้จับเวลาในการประกอบกิจกรรม สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่า หงุดหงิด ทำหน้าฉงน หรือทำท่าทางไม่เข้าใจหรือไม่ ประเมินการเรียนจากกระบวนการ คือกิจกรรมหรือภารกิจและงานที่มอบให้ทำและทดสอบหลังเรียน นำคะแนนมาคำนวณหาประสิทธิภาพ หากไม่ถึงเกณฑ์ต้องปรับปรุงเนื้อหาสาระ กิจกรรมระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนให้ดีขึ้น S-Stand O-Ongoing I-Inhale S-Smile SIFOS MOdel F-Focus ขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพ 1:10 ข. การทดลอบประสิทธิภาพแบบกลุ่ม (1 : 10) เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คนทดลอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอนกับผู้เรียน 6 – 12 คน (คละผู้เรียนที่เก่ง ปานกลางกับอ่อน) ระหว่างทดลอบประสิทธิภาพ 1:10 ให้จับเวลาในการประกอบกิจกรรม สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่า หงุดหงิด ทำหน้าฉงน หรือทำท่าทางไม่เข้าใจหรือไม่ หลังจากทดลอบประสิทธิภาพให้ประเมินการเรียนจากกระบวนการ คือกิจกรรมหรือภารกิจและงานที่มอบให้ทำและประเมินผลลัพธ์คือการทดสอบหลังเรียนและงานสุดท้ายที่มอบให้นักเรียนทำส่งก่อนสอบประจำหน่วย ให้นำคะแนนมาคำนวณหาประสิทธิภาพ หากไม่ถึงเกณฑ์ต้องปรับปรุงเนื้อหาสาระ กิจกรรมระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนให้ดีขึ้นคำนวณหาประสิทธิภาพแล้วปรับปรุง ในคราวนี้คะแนนของผู้เรียนจะเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าเกณฑ์โดยเฉลี่ยจะห่างจากเกณฑ์ประมาณ 10% นั่นคือ E1/E2 ที่ได้จะมีค่าประมาณ 60-70% ขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพ 1:100 ค. การทดลอบประสิทธิภาพภาคสนาม (1 : 100) เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คนทดลอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอนกับผู้เรียนทั้งชั้น (30 คนขึ้นไป แต่ไม่ต่ำกว่า 15 คน) ระหว่างทดลอบประสิทธิภาพ 1:100 ให้จับเวลาในการประกอบกิจกรรม สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่า หงุดหงิด ทำหน้าฉงน หรือทำท่าทางไม่เข้าใจหรือไม่ หลังจากทดลอบประสิทธิภาพภาคสนามแล้ว ให้ประเมินการเรียนจากกระบวนการ คือกิจกรรมหรือภารกิจและงานที่มอบให้ทำและทดสอบหลังเรียน นำคะแนนมาคำนวณหาประสิทธิภาพ หากไม่ถึงเกณฑ์ต้องปรับปรุงเนื้อหาสาระ กิจกรรมระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนให้ดีขึ้น แล้วนำไปทดลอบประสิทธิภาพภาคสนามซ้ำกับนักเรียนต่างกลุ่ม อาจทดลอบประสิทธิภาพ 2-3 ครั้ง จนได้ค่าประสิทธิภาพถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ปรกติไม่น่าจะทดลอบประสิทธิภาพเกณฑ์สามครั้ง ด้วยเหตุนี้ ขั้นทดลอบประสิทธิภาพ ภาคสนามจึงแทนด้วย 1:100 ปรกติให้ใช้กับผู้เรียน 30 คน แต่ในโรงเรียนขนาดเล็กอนุโลมให้ใช้กับนักเรียน 15 คนขึ้นไป ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลอบประสิทธิภาพภาคสนามควรใกล้เคียงกัน เกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากต่ำจาก เกณฑ์ไม่เกิน 2.5% ก็ให้ยอมรับว่า สื่อหรือชุดการสอนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากค่าที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์มากกว่า -2.5 ให้ปรับปรุงและทดลอบประสิทธิภาพภาคสนามซ้ำ จนกว่าจะถึงเกณฑ์ จะหยุดปรับปรุงแล้วสรุปว่า ชุดการสอนไม่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือจะลดเกณฑ์ลงเพราะ “ถอดใจ” หรือยอมแพ้ไม่ได้ หากสูงกว่าเกณฑ์ไม่เกิน +2.5 ก็ยอมรับว่า สื่อหรือชุดการสอนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากค่าที่ได้สูงกว่าเกณฑ์เกิน +2.5 ให้ปรับเกณฑ์ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น เช่น ตั้งไว้ 80/80 หาค่าได้ 83.40/86.25 ก็ให้ปรับขึ้นเป็น 85/85 หรือ หาค่าได้ 88.75/91.20 ก็ปรับเกณฑ์เป็น 90/90 ตามค่าประสิทธิภาพที่ทดลอบประสิทธิภาพได้ ตัวอย่าง เมื่อทดสอบหาประสิทธิภาพแล้วได้ 83.5/85.4 ก็แสดงว่าสื่อหรือชุดการสอนนั้นมีประสิทธิภาพ 83.5/85.4 ใกล้เคียงกับเกณฑ์ 85/85 ที่ตั้งไว้ แต่ ถ้าตั้งเกณฑ์ไว้ 75/75 เมื่อผลการทดลอบประสิทธิภาพเป็น 83.5/85.4 ก็ให้เลื่อนเกณฑ์ขึ้นมาเป็น 85/85 คำเตือน 1) ค่า E1/E2 เป็นค่าประสิทธิภาพของสื่อหรือชุดการสอนหรือบทเรียนแต่ละครั้ง ห้ามนำค่า E1/E2 มารวมกันแล้วรายงานเป็นค่า ค่า E1/E2 ของวิชาหรือกลุ่มสาระ 2) นักเรียนที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพแบบใดแบบหนึ่งมาแล้ว จะนำมาใช้ซ้ำอีกไม่ได้ หากปรากฏว่า มีการใช้นักเรียนคนเดิมหรือกลุ่มเดิมหรือว่า ผิด จะต้องทดลองใหม่ 3) ห้ามทดสอบประสิทธิภาพกับนักเรียนที่เรียนเรื่องที่จะทดลองมาแล้ว ข้อควรคำนึงในการทดลอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน 1) การเลือกผู้เรียนเข้าร่วมการทดลอบประสิทธิภาพ ควรเลือกนักเรียนที่เป็นตัวแทนของนักเรียนที่ใช้สื่อหรือชุดการสอน ตามแนวทางการสุ่มตัวอย่างที่ถูกต้อง 2) การเลือกเวลาและสถานที่ทดลอบประสิทธิภาพ ควรหาสถานที่และเวลาที่ปราศจากเสียงรบกวน ไม่ร้อนอบอ้าว และควรทดลอบประสิทธิภาพในเวลาที่นักเรียนไม่หิวกระหาย ไม่รีบร้อนกลับบ้าน หรือไม่ต้องพะวักพะวนไปเข้าเรียนในชั้นอื่น 3) การชี้แจงวัตถุประสงค์และวิธีการ ต้องชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของการทดลอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอนและการจัดห้องเรียนแบบศูนย์การเรียน หากนักเรียนไม่คุ้นเคยกับวิธีการใช้สื่อหรือชุดการสอน 4) การรักษาสถานการณ์ตามความเป็นจริง สำหรับการทดลอบประสิทธิภาพสอนภาคสนามในชั้นเรียนจริง ต้องรักษาสภาพการณ์ให้เหมือนที่เป็นอยู่ในห้องเรียนทั่วไป เช่น ต้องใช้ครูเพียงคนเดียว ห้ามคนอื่นเข้าไปช่วย ผู้สังเกตการณ์ต้องอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปช่วยเหลือเด็ก ต้องปล่อยให้ครูผู้ทดลอบประสิทธิภาพสอนแก้ปัญหาด้วยเอง หากจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือก็ให้ครูผู้สอนเป็นผู้บอกให้เข้า ไปช่วย มิฉะนั้นการทดลอบประสิทธิภาพสอนก็ไม่สะท้อนสถานการณ์จริงที่มีคนสอนเพียงคนเดียว การดำเนินการสอนตามขั้นตอน ดำเนินการสอนตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการทดลงแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม และภาคสนาม หลังจากชี้แจงให้นักเรียนทราบเกี่ยวกับสื่อ ชุดการสอน และวิธีการสอน แล้ว ครูจะต้องดำเนินการสอนตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแต่ละระบบการสอน สำหรับการสอนแบบศูนย์การเรียน ดำเนินตามขั้นตอน 5 ขั้น คือ 1) ทดสอบก่อนเรียน (2) นำเข้าสู่บทเรียน (3) ให้นักเรียนทำกิจกรรม กลุ่ม (4) สรุปบทเรียน (ครูสรุปเองหรือให้นักเรียนช่วยกันสรุปก็ได้ ทั้งนี้ต้องดูตามที่กำหนดไว้ในแผนการสอน) และ (5) สอบหลังเรียน สำหรับการสอนแบบอิงประสบการณ์ มี 7 ขั้นตอน คือ (1) ประเมินก่อนเผชิญประสบการณ์ (2) ปฐมนิเทศ (3) เผชิญประสบการณ์หลัก ประสบการณ์รอง ตามภารกิจ และงานที่กำหนด (4) รายงานความก้าวหน้าของการเผชิญประสบการณ์หลักและรอง (5) รายงานผลสุดท้าย (6) สรุปการเผชิญประสบการณ์ และ (7) ประเมินหลังเผชิญประสบการณ์ การสอนทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจดำเนินตามขั้นตอน 7 ขั้น คือ (1) สอบก่อนเรียน (2) ศึกษาประมวลการสอน แผนกิจกรรมและเส้นทางการเรียน (Course Syllabus, Course Bulletin and Learning Route) (3) ศึกษาเนื้อหาสาระทีกำหนดให้แบบออนไลน์บนเว็บหรือออฟไลน์ ในซีดีหรือตำรา คือจากแหล่งความรู้ที่กำหนดให้ (4) ให้นักเรียนทำกิจกรรมเดี่ยว (Individual Assignment) และกิจกลุ่มร่วมมือ (Collaborative Group) (5) ส่งงานที่มอบหมาย (Submission of Assignment) (6) สรุปบทเรียน (ครูสรุปเอง หรือให้นักเรียนช่วยกันสรุปก็ได้ ทั้งนี้ต้องดูตามที่กำหนดไว้ในแผนการสอน) และ (7) สอบหลังเรียน บทบาทของครูขณะทดลอบประสิทธิภาพ 1) ต้องคอยสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่านักเรียนทำหน้าฉงนเงียบหรือสงสัยประการใด 2) สังเกตและปฏิสัมพันธ์ (Interactive Analysis) ของนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตปฏิบัติสัมพันธ์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นแล้ว เช่น Flanders Interactive Analysis (FIA), Brown Interactive Analysis (BIA), Chaiyong Interactive Analysis (CIA) 3) พยายามรักษาสุขภาพจิต ไม่คาดหวังหรือเครียดกับความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทในการผลิตชุดการสอน หรือเครียดกับการเกรงว่า ผล การทดสอบประสิทธิภาพจะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เกรงว่า จะไม่ได้รับความร่วมมือจากนักเรียน 4) สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ครูต้องเป็นกันเองกับนักเรียน เวลาสอบก่อนเรียน ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศที่นักเรียนจะแสดงออกเสรี ไม่ทำหน้าเคร่งขรึมจนนักเรียนกลัว ต้องชี้แจงว่าการสอบครั้งนี้ไม่มีผลต่อการสอบไล่ปกติของนักเรียนแต่ประการใด 6) ปล่อยให้นักเรียนศึกษาและประกอบกิจกรรมจากสื่อหรือชุดการสอนตามธรรมชาติ โดยทำทีว่า ครูไม่ได้สนใจจับผิดนักเรียน ด้วยการทำทีทำงานหรืออ่านหนังสือ 7) หากสังเกตว่านักเรียนคนใดมีปัญหาระหว่างการทดสอบ อย่าให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่ให้บันทึกพฤติกรรมไว้เพื่อจำมาซักถามและพูดคุยกับนักเรียนในภายหลัง บทบาทของครูภาคสนามกับนักเรียนทั้งชั้น 1) ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ ที่นำเสนอทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมาแล้ว 2) ครูต้องพยายามอธิบายประเด็นต่างๆ ที่ต้องการจะบอกนักเรียนอย่างชัดเจน 3) เมื่อบอกให้นักเรียนลงมือประกอบกิจกรรมแล้ว ครูต้องหยุดพูดเสียงดัง หากประสงค์จะประกาศอะไรต้องรอจนเปลี่ยนกลุ่ม หรือไปพูดกับนักเรียนคนนั้นหรือกลุ่มนั้น ด้วยเสียงที่พอได้ยินเฉพาะครู กับนักเรียนครูต้องไม่พูดมากโดยไม่จำเป็น ขณะที่นักเรียนประกอบกิจกรรม ครูจะต้องเดินไปตามกลุ่มต่างๆ เพื่อสังเกตพัฒนาการของนักเรียนดูการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม ความเป็นผู้นำผู้ตามและอาจให้ความช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มใดหรือคนใดที่มีปัญหา แต่ไม่ควรไปนั่งเฝ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะจะทำให้นักเรียนอึดอัด เครียด หรือบางคนอาจแสดงพฤติกรรมเขื่องเพื่ออวดครู เมื่อจะให้นักเรียนเปลี่ยนกลุ่ม ครูควรชี้แจงให้นักเรียนเดินช้าๆ ไม่ต้องรีบเร่ง และให้หัวหน้าเก็บสื่อการสอนใส่ซองไว้ให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนไปกลุ่มอื่นๆ ห้ามหยิบชินส่วนใดติดมือไป ยกเว้น “แบบฝึกปฏิบัติ” หรือ “กระดาษคำตอบ” ประจำตัวของนักเรียนเอง 6) การเปลี่ยนกลุ่มกระทำได้ 3 วิธี คือ (1) เปลี่ยนพร้อมกันทุกกลุ่มหากทำกิจกรรมเสร็จพร้อมกัน (2) กลุ่มใดเสร็จก่อน ให้ไปทำงานในกลุ่มสำรอง (3) หากมี 2 กลุ่มทำเสร็จพร้อมกันก็ให้เปลี่ยนกันทันที หลังจากการทดสอบประสิทธิภาพสิ้นสุดลง ขอให้แสดงความชื่นชมที่นักเรียนให้ความร่วมมือ และประสบความสำเร็จในการเรียนจาก สื่อหรือชุดการสอน 8) หากทำได้ ให้แจ้งผลการทดสอบหลังเรียนให้นักเรียนทราบเพื่อให้ประสบการณ์ที่เป็นความสำเร็จ ปัญหาจากการทดสอบประสิทธิภาพ การประเมินประสิทธิภาพตามระบบการสอน “แผนจุฬา” ที่ยึดแนวทางประเมินแบบสามมิติ คือ (1) การหาพัฒนาการทางการเรียนคือผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (2) การหาประสิทธิภาพทวิผลคือ กระบวนการควบคู่ผลลัพธ์โดยกำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E1/E2 (Efficiency of Process/Efficiency of Products) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียนที่เป็นกระบวนการและผลการเรียนที่เป็นผลลัพธ์ และ (3) การหาความพึงพอใจของผู้เรียน โดยการประเมินคุณภาพของสื่อหรือชุดการสอนที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้สอนและผู้เรียน หลังจากเวลาผ่านไปมากกว่า 30 ปี ได้พบปัญหาที่พอสรุปได้ ประการ นักวิชาการรุ่นหลังนำแนวคิดทดสอบประสิทธิภาพที่พัฒนาโดยศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ เมื่อพ.ศ. 2516 และได้เผยแพร่อย่างต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2520 มาเป็นของตนเอง โดยเขียนเป็นบทความหรือตำราแล้วไม่มีการอ้างอิง มีจำนวนมากกว่าร้อยรายการ ทำให้นิสิตนักศึกษารุ่นหลังไม่ทราบที่มาของการทดสอบประสิทธิภาพ จึงทำให้มีผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของทฤษฎี E1/E2 เป็นจำนวนมาก บางสำนักพิมพ์ได้นำความรู้เรื่องการสอนแบบศูนย์การเรียน ของ ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไปพิมพ์เผยแพร่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 และมีรายได้มหาศาล นักวิชาการนำ E1/E2 ไปเป็นของฝรั่ง เช่น ระบุว่า การหาประสิทธิภาพ E1/E2 เกิดจากแนวคิด Mastery Learning ของ Bloom นักวิชาการไม่เข้าใจหลักการของการตั้งเกณฑ์ประสิทธิภาพ เช่น เสนอแนะให้ตั้งเกณฑ์ไว้ต่ำ (เช่น E1/E2 =70/70) หลังจากตั้งเกณฑ์ไว้ต่ำแล้ว เมื่อหาค่า E1/E2 ได้ สูงกว่า ก็ประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า สื่อหรือชุดการสอนของตนมีประสิทธิภาพมากกว่าเกณฑ์ ซึ่งที่จริงเป็นเพราะตนเองตั้งเกณฑ์ไว้ต่ำไปแทนที่จะ ปรับเกณฑ์ให้สูงขึ้นอันเป็นผลจากคุณภาพของสื่อหรือชุดการสอน ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของ E1 และ E2 ทั้งสองค่าควรได้ใกล้เคียงกัน กล่าวคือ แปรปรวนหรือแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญที่ระดับ .05 (แตกต่างกันได้ไม่เกิน ±2.5 ของค่า E1 และ E2 ซึ่งจะมีผลทำให้ค่ากระบวนการ E1ไม่สูงกว่าค่าผลลัพธ์E2 เกินร้อยละ 5 นักวิชาการบางคนเขียนเผยแพร่ในเว้ปว่า ค่า E1 ควรมากกว่า E2 เพราะการทำแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมปรกติจะง่ายกว่าการสอบ ถือเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หากค่า E1 สูง แสดงว่า กิจกรรมที่ให้นักเรียนทำง่ายไป หากค่า E2 สูงก็แสดงว่า ข้อสอบอาจจะง่ายเพราะเป็นการวัดความรู้ความจำมากกว่า ดังนั้น ครูต้องปรับกิจกรรมให้ตรงตามระดับพฤติกรรมที่ตั้งไว้ใน นักวิชาการบางคนบางคนเปลี่ยน E1/E2 เป็น P1/P2 หรืออักษรอื่น แต่สูตรยังคงเดิม บางคนยังคงใช้ E1/E2 แต่เปลี่ยนสูตร เช่น เปลี่ยน X ในสูตรของ E1 เป็น Y ในสูตรE2 แทนที่จะใช้F และอ้างสิทธิว่าตนเองคิดขึ้น บางขึ้นใช้ E1/E2 พัฒนาสูตรขึ้นใหม่ให้แลดูสลับซับซ้อนขึ้น บางคนนำหา E1/E2 ไปคำนวณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทั้งหมดนี้ ก็หาได้พ้นจากการละเมิดลิขสิทธิ์ไปไม่เพราะแนวคิดการประเมินแบบทวิผลคือ E1/E2 เป็นระบบความคิดที่ ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ พัฒนาขึ้น นักวิชาการบางคนโยงการหาค่า E1/E2 ว่า นำมาจากค่า Standard 90/90 ในความเป็นจริง มาตรฐาน 90/90 เป็นการหาประสิทธิภาพของบทเรียนแบบโปรแกรม (บทเรียนสำเร็จรูป) ที่มีการพัฒนาบทเรียนแบบเป็นกรอบหรือ Frame แนวคิดคือ 90 ตัวแรก หมายถึง บทเรียน 1 Frame ต้องมีนักเรียนทำให้ถูกต้อง 90 คน ส่วน 90 ตัวหลัง นักเรียน 1 คน จะต้องทำบทเรียนได้ถูกต้อง 90 ข้อ เรียกว่า มาตรฐาน 90/90 ผู้ที่คิดระบบการประเมินประสิทธิภาพของบทเรียนแบบยึด Standard 90/90 คือ นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่พัฒนาบทเรียนแบบโปรแกรม ชื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กุมุท เขียนไว้ในหนังสือของท่าน และอธิบาย 90/90 Standard ว่า “...90 แรกหมายถึง เป็นคะแนนเฉลี่ยของทั้งกลุ่ม ซึ่งหมายถึงนักเรียนทุกคน เมื่อสอนครั้งหลังเสร็จให้คะแนนเสร็จ นำคะแนนมาหาค่าร้อยละเฉลี่ยของกลุ่มจะต้องเป็น 90 หรือสูงกว่า ….90 ตัวที่สองแทนคุณสมบัติที่ว่า ร้อยละของนักเรียนทั้งหมด ได้รับผลสัมฤทธิ์ตามความมุ่งหมายแต่ละข้อ และทุกข้อของบทเรียนโปรแกรมนั้น….” ส่วน E1/E2 เน้นการเปรียบเทียบผลการเรียนจากพฤติกรรมต่อเนื่องคือกระบวนการ กับพฤติกรรมสุดท้ายคือ ผลลัพธ์ ดังนั้น แนวคิดของ E1/E จึงมีจุดเน้นต่างกับกัน 90/90 Standard หรือ มาตรฐาน 90/90 ที่เน้นความสัมพันธ์ของพฤติกรรมสุดท้ายของนักเรียน กับ การบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละข้อและทุกข้อของบทเรียน แม้จะใช้ 90/90 80/80 หากไม่เน้นกระบวนการกับผลลัพธ์ ก็จะนำไปแทนค่า E1/E2 ไม่ได้

Blended Learning

1

 Blended Learning ในภาษาไทยคือ การเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่าง การเรียนรู้แบบปกติ คือการเรียนการสอนที่ผู้เรียนกับผู้สอนพบหน้ากัน (face to face) กับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ การเรียนการสอนแบบผสมผสานนี้ถือว่าเป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

2

 เทคนิคการนำ Blended Learning ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต้องแบ่งการสอนออกเป็น 2 ส่วนคือ

  1. จัดให้ผู้เรียนกับผู้สอนได้พบหน้ากันคือการจัดการสอนแบบปกติส่วนหนึ่ง
  2. สอนแบบออนไลน์อีกส่วนหนึ่ง ในการนำไปใช้ประโยชน์นั้น เราต้องออกแบบการเรียนการสอนว่าจะพบหน้าเท่าไหร่ พบหน้าเมื่อไหร่ พบหน้าอย่างไร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการนำไปใช้ประโยชน์
  3. สัดส่วนของ Blended Learning ในแต่ละวิชาว่าจะใช้สัดส่วนในการพบหน้าเท่าไหร่และออนไลน์อีกเท่าไหร่แบบในการสอนของ Blended Learning มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน
  4. การออกแบบการสอนของ Blended Learning การสอนแบบปกติเราใช้อะไรสอน และแบบออนไลน์เราใช้อะไรสอน เราต้องมีแผนในการจัดการเรียนการสอนทั้งสองแบบคือตั้งใช้แผนถึงสองแผน

    3

    ข้อจำกัด

  5. ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือถ่ายทอดความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว
  6. มีความล่าช้าในการปฏิสัมพันธ์
  7. การมีส่วนร่วมน้อย โดยผู้เรียนไม่สามารถมีส่วนร่วมทุกคน
  8. ความไม่พร้อมด้าน ซอฟแวร์ Software บางอย่างมีราคาแพง (ของจริง)
  9. ใช้งานค่อนข้างยาก สำหรับผู้ไม่มีความรู้ด้าน ซอฟแวร์ Software
  10. ผู้เรียนบางคนคิดว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะราคาอุปกรณ์ค่อนข้างสูง
  11. ผู้เรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจด้านการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
  12. ผู้เรียนต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองอย่างสูง ในการเรียนการสอนแบบนี้
  13. ความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคนเป็นอุปสรรคในการเรียนการสอนแบบผสมผสาน
  14. สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมในการใช้เครือข่าย หรือระบบอินเทอร์เน็ต เกิดปัญหาด้านสัญญาณ
  15. ขาดการปฏิสัมพันธ์แบบ face to face (เรียลไทม์)

4

 ความเป็นไปได้ในการไปใช้งานจริงของ Blended Learning การเรียนการสอนแบบผสมผสาน
 1.  มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุค ICT ทำให้มีการเรียนรู้ที่หลากหลายวิธี เช่น 2 วิธี หรือมากกว่านั้นได้
 2.  ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ E-Learning
 3.  สามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานศึกษา เช่น โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย รวมไปถึง บริษัท องค์กร ต่าง ๆ เพื่อประหยัด  
      งบประมาณและต้นทุน
 4.  เป็นไปได้หรือไม่ในการนำไปใช้งานได้จริงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความเหมาะสมขององค์ประกอบในการจัดการ
      เรียนการสอน อุปกรณ์ ผู้เรียน และผู้สอน