เรื่องเล่าจากดงหลวง 82 ชาผักหวานป่า

 เพื่อนคนนี้เขาทดลองคั่วใบผักหวานป่าด้วยเตาไมโครเวฟมาก่อนแล้ว และทดสอบจนเป็นชาผักหวานป่าที่น่าพอใจ เอามาทดลองชงดื่มกันทั้งสำนักงานก็คิดว่าใช้ได้ กลิ่นหอม และสามารถกิน “ใบชา” ได้เลย  

ผู้บันทึกพยายามติดตามการเติบโตของผลผักหวานป่า เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ผมก็จะแวะไปที่สวนหมอธีระ ผู้รู้ด้านผักหวานป่าแห่งดงหลวง ก็ได้รูปมาฝากครับ ตอนนี้เขาอายุประมาณ 3 เดือนแล้วก็เริ่มสุกแล้วครับ ผิวออกเหลืองแล้ว   

เราลองมาตามดูนะครับว่าการสุกเต็มที่นั้นจะใช้เวลายาวนานเท่าไหร่ สีของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างครับ วันนี้ก็เอามาฝากให้เพื่อนๆได้เห็นกัน เพราะน้อยคนจริงๆที่จะมีโอกาสเห็น เพราะปกติเขาอยู่ในป่า บนภูเขาสูงครับ  

วันนี้ผู้บันทึกเอาความพยายามของชาวบ้านดงหลวงที่จะทดลองแปรรูปผักหวานป่าเป็น ชาผักหวานป่ามาเล่าสู่กันฟังครับ ก็เป็นการลองผิดลองถูกแบบพื้นบ้าน เพราะดงหลวงเป็นดงผักหวานป่า แม้ว่าจะมีวิกฤติตามที่ผู้บันทึกเล่าให้ฟังแล้ว แต่ก็หาทางแก้ไขกันไป ส่วนที่ไม่มีปัญหาก็คิดอ่านกันว่า นอกจากเราจะเอายอดมาทำอาหารรับประทานกันแล้วน่าที่จะเอามาทำชาผักหวานป่าดูบ้าง เราได้ยินมีคนทำแล้วและสามารถจำหน่ายได้  เราได้เห็นคนทำชาใบหม่อนและสามารถเป็นธุรกิจขึ้นมาแล้ว เรามาลองเอาวัตถุดิบท้องถิ่นบ้านเรามาทำดูบ้าง  

วิธีการก็เป็นแบบพื้นบ้านง่ายๆ จริงๆ คือใช้หม้อดินมาคั่วใบผักหวานป่า ด้วยมือบนกองไฟอ่อนๆ  คั่วไปมันก็ร้อนมือ ก็ต้องผลัดกันหลายคนจนกว่าใบผักหวานป่าจะแห้งพอดีและมีกลิ่นหอม  

มันเป็นความพยายามครั้งแรก ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย ไม่มีวิทยากรจากที่ไหนมาสอน ใช้ความเข้าใจพื้นฐานของเพื่อนคนหนึ่งผู้สนใจเรื่องนี้  ซึ่งก่อนหน้านี้ เพื่อนคนนี้เขาทดลองคั่วใบผักหวานป่าด้วยเตาไมโครเวฟมาก่อนแล้ว  และทดสอบจนเป็นชาผักหวานป่าที่น่าพอใจ เอามาทดลองชงดื่มกันทั้งสำนักงานก็คิดว่าใช้ได้ กลิ่นหอม และสามารถกิน ใบชาได้เลย  เราไม่รู้ว่ามีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างไรบ้าง หรือคุณค่าทางโภชนาการ อย่างไรบ้าง เพราะยังไม่ได้ส่งให้นักวิชาการวิเคราะห์  แต่ก็เป็นการทดลองทำดูก่อน...

บางทีเราก็ไม่สามารรอกระบวนการเรื่องดังกล่าวได้  รู้เพียงว่ามันไม่มีพิษมีภัยแก่ร่างกาย ตรงข้ามน่าจะมีประโยชน์   

แต่พบว่ากว่าจะได้ชาผักหวานป่า 1 กิโลกรัม เพื่อนบอกว่าจะต้องใช้ใบผักหวานป่าสดจำนวน 4-5 กิโลกรัม ??  ไม่น่าคุ้มราคาเลยหากจะทำขาย  แต่ก็ได้ทราบว่ามีคนสั่งซื้อหลายกิโลแล้วครับ??

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): ชาผักหวานป่า 
 หมายเลขบันทึก: 92980
 เขียน:  
 ความเห็น: 27  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Ranee
เขียนเมื่อ Fri Apr 27 2007 23:44:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่บางทราย

เพิ่งรู้ว่ามีชาผักหวานค่ะ รสชาติเป็นอย่างไร หอมไหมค่ะ อยากเห็นตอนเป็นชาจัง อิ อิ อยากชิมค่ะ

บางทราย
เขียนเมื่อ Fri Apr 27 2007 23:57:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับน้องราณี

ในทัศนะพี่คิดว่า ชาผักหวานป่าก็หอมแบบเรียบๆ แต่ไม่ถึงกับชาจากใบชาจริงๆ รสชาติก็ดื่มง่ายกว่าชาจริงๆ  ครับหากมีโอกาสจะแนะนำให้ลองชิมครับ

ช่วงนี้เพิ่มจะทดลองทำ เอาไว้พัฒนาฝีมือขึ้นมาแล้วคงจะยกระดับคุณภาพมากขึ้นครับ

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ Fri Apr 27 2007 23:59:34 GMT+0700 (ICT)
  • พี่ไพศาลคะ...
  • ยัยเสื้อเขียวเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพนะเนี่ย
  • อยากทานผักหวานจังค่ะพี่     ว่าแต่ชาผักหวานนี่อร่อยมั้ยคะ  อยากชิมเช่นกัน  
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:01:16 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับ
  • ยังไม่เคยชิมชาผักหวาน
  • แต่ผักหวานชอบทานมากครับ
  • ถึงแม้เมืองไทยไม่มีฤดูใบไม้ผลิ
  • แต่หน้าแล้งของอีสาน  ผมว่ามีไม่น้อยที่ป่าทั้งป่าแตกใบเป็นสีเขียวพร้อมเพรียงกัน...
  • ผักหวานก็ถือเป็นราชินีของภูผาในหน้าร้อนและแล้งของบ้านผมเหมือนกัน
  • ขอบคุณครับ
Ranee
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:02:11 GMT+0700 (ICT)
พี่บางทรายค่ะ อยากถามว่าถ้าเรานำไปอบแห้ง แล้วจะนำไปทำกับข้าวในนอกฤดูผักหวานได้ไหม เผื่อเอาไปเมืองนอก
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:03:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่บางทราย

  • พี่สบายดีนะครับ
  • เข้ามาติดตามผักหวานครับ
  • ผมยังนึกอยากทราบวิธีการขยายพันธุ์ของต้นผักหวานครับ
  • ป่าดงหลวงมีอะไรให้ศึกษาอีกเยอะเลยนะครับ
  • ขอเป็นกำลังใจให้คนสู้ชีวิตเพื่อชุมชนนะครับ
  • ขอบคุณมากนะครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:06:57 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีจ่ะน้องอ.ลูกหว้า

เอาไว้พัฒนาได้ที่แล้วจะส่งมาให้ชิมพร้อมน้องเสื้อเขียว  แล้ววิจารณ์ให้ด้วย เพื่อนที่เขาริเริ่มนี้ เขาสนใจและตั้งใจมากเลยครับ

บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:11:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณแผ่นดินครับ

โอโฮ...ผมชอบคำนี้จัง ผักหวานป่าราชินีของภูผาในหน้าร้อนและแล้ง   

ชาวบ้านกล่าวว่าผักหวานป่าจะแตกใบอ่อนไปเรื่อยๆจนถึงเดือนมิถุนายนครับ แต่ปริมาณน้อยลงครับ

ขอบคุณครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:13:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ชอบผักหวาน แต่ไม่เคยทานชาผักหวานค่ะ

ป่าดงหลวงนี้ มีอะไรดีๆนะคะ น่าทึ่งจัง

บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:15:02 GMT+0700 (ICT)
  • น้องราณีครับ
  • ถ้าเรานำไปอบแห้ง แล้วจะนำไปทำกับข้าวในนอกฤดูผักหวานได้ไหม เผื่อเอาไปเมืองนอก  ได้หรือไม่
  • พี่คิดว่าได้เลย  ได้เลย เพราะ
  1.  เท่าที่พี่สังเกตชาผักหวานป่าที่เพื่อนและชาวบ้านทำนั้น เมื่อชงแล้ว จำนวนมากกลับมาเขียวเหมือนสดๆอยู่เลยครับ
  2. หากเรามีหลักการคั่วให้พอเหมาะน่าที่จะเก็บแห้งได้เลย และเอาไปกินนานๆได้  good idea ครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:20:55 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีน้องเม้งของเรา

  • ใช่ครับป่ามีอะไรอีกมากที่เรายังไม่ได้สัมผัส
  • การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือการ "ขยายด้วยเมล็ด" หรือผล ดังรูปที่เสนอ  แต่อัตราการตายก็ยังมีมากอยู่  นอกนั้นวิธีที่รองลงมาก็คือ "การตอน" แบบของหมอธีระเจ้าของสวนผักหวานป่าดงหลวงที่ใช้วิธีตอนครับ
  • พยายามคิดวิธีเพาะเนื้อเยื่อ แต่ไม่ได้เพราะวิธีนี้จะไม่มีรากครับ ซึ่งไม่ใช่ธรรมชาติของผักหวานป่าครับ
  • ขอบคุณมากน้องชายเม้งของเรา
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:24:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่านsasinanda

  • ทางเพื่อนและกลุ่มชาวบ้านเพิ่มเริ่มทดลองทำกันครับ แบบลูกทุ่ง  กำลังคิดว่าต้องเรียนจากผู้รู้วิธีการทำชาครับ เห็นว่าที่ภาคใต้มีผู้รู้ที่เก่งอยู่ที่ปัตตานี??? และที่ภาคเหนือ ถิ่นชาจากใบเมี่ยงครับ
  • หากพัฒนาได้ดีขึ้นแล้วอาจจะส่งมาให้ทุกท่านช่วยวิจารณ์ครับ
  • ขอบคุณครับ
ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:46:42 GMT+0700 (ICT)
ส่งมาทางนี้ไว้แช่เย็นดื่มคลายร้อนสักขวดดิครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 00:53:07 GMT+0700 (ICT)
  • คิดไว้อยู่ครับหากเพื่อนทำชุดใหม่เสร็จภายหลังที่ทำส่งให้ผู้ที่สั่งไปเชียงใหม่แล้วนะครับ ก็กะว่าหากผักหวานป่ายังเก็บได้อยู่ก็จะทำให้เพื่อนๆชิมกัน เพื่อช่วยวิจารณ์ครับ
ครูอ้อย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 06:45:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่าน  บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

  • ในนามครูผู้สอนภาษาอังกฤษขอชมเชยว่า....It's very interesting thing .
  • ในนามของคนไทยคนหนึ่งขอชมเชยว่า......เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก  จดลิขสิทธิ์หรือยังคะ...เยี่ยม
  • ในนามการเป็นมิตรรัก...จะได้ลิ้มรสชาติน้ำชาผักหวานป่าไหมนี่

ขอบคุณค่ะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 09:23:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

ดิฉันไม่ใช่นักดื่มชา แต่เห็นชื่อชาแล้วน่าจะอร่อยค่ะ ยิ่งเห็นว่าเป็นการพัฒนาจากภูมิปัญญาคนไทยแล้ว ยิ่งชื่นชมมากเลยค่ะ

ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 12:03:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ....ไม่อยู่บ้านหลายวันเพิ่งกลับจากพิษณุโลก ไปเรื่องงานKMเครือข่ายเบาหวาน มีเรื่องดีๆอยากเล่าตั้งหลายเรื่อง เอาเป็นว่ามารายงานตัวก่อนนะคะ เห็นพี่บางทรายตามไปอ่านเรื่องของน้องคุณนายฯที่เขียนไว้แรกๆด้วย ต้องขอบคุณมากค่ะ

พอทราบว่าพี่สนใจIKมานาน คิดว่าพี่ต้องชอบหนังสือที่น้องคุณนายฯเขียนแน่ๆ (ปริศนาแห่งภูมืปัญญาท้องถิ่น)เพราะเสนอมุมมองแบบไทยที่ต่างจากที่ฝรั่งมอง

เห็นพี่ๆเขานั่งคั่วชาใส่ผ้าย้อมครามด้วย เป็นคนรักผ้าย้อมครามมากๆ หนึ่งในเรื่องเล่าในหนังสือเป็นเรื่องผ้าย้อมครามจากคุณยายฑีตาและจิ๋วลูกสาว เอาไปเล่าที่ไหนทั้งเมืองไทยเมืองนอกทึ่งกันทุกที่(แกล้งให้พี่บางทรายอยากอ่าน)

ไม่ต้องไปหาหนังสือที่ไหนนะคะน้องคุณนายฯจะส่งมาให้เร็วๆนี้

เป็นคนชอบดื่มชาแปลกๆที่ไม่จำกัดเฉพาะใบชาแท้ๆ ที่จริงชอบชาแปลกๆและชาผสมโน่นผสมนี่มากกว่าชาแท้ๆแบบชาจีนเสียอีกค่ะ เลือกมาชงดื่มตามอารมณ์

เรื่องการคั่วชาผักหวานอยากให้ได้คุยกับ"โครงการดอยน้ำซับ" เป็นเอ็นจีโอ เขาทำงานกับชาวบ้านที่เชียงราย มีผลิตภัณฑ์ที่เขาพัฒนาเกี่ยวกับชาหลายตัว เรื่องชาผักหวานทำให้นึกถึง"ชาใบมะกล่ำ"ของชาวเขา ที่โครงการทำมาขายเคยซื้อมาชงดื่ม หอมใบไม้คั่วที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และมีรสหวานชุ่มคอ

ที่ติดต่อนะคะ (น้องคุณนายฯเคยไปเรียนนวดไทย คอ บ่า ไหล่ กับเขาด้วยล่ะ เอาไว้ใช้กดตู้เอทีเอ็มข้างกายได้คล่องๆค่ะ :)

โครงการดอยน้ำซับ 505 ลาดพร้าว 48 สามเสนนอก ห้วยขวาง กทม.

โทร. 02 939 8167 และ 02 513 9086

โทรสาร 02 9398168

www.doinumsub.com

doinumsub@hotmail.com 

Project Manager ชื่อคุณดุษฎี สุทธิเลิศ โครงการนี้น่าสนใจมากจนฝรั่งเชิญเธอให้เรียนปริญญาเอกที่ฮาวายแน่ะ

ลองติดต่อดูนะคะ

อะไรที่ดีๆต้องช่วยกันบอกต่อค่ะ

เบิร์ด
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 15:12:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่บางทราย

เข้ามายิ้มดีใจกับอีกก้าวของผักหวานป่าค่ะ

เห็นภาพแล้ว.. อยากลองชิมชาผักหวานป่า..และน่าจะทำแบบส่งออกได้เหมือนที่คุณราณีว่าจริงๆแหละค่ะ แต่ติดใจการขยายพันธุ์ถ้าก้าวข้ามปมนี้ได้น่าจะไปได้ดีเลยนะคะ

ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เบิร์ดมีความสุขค่ะ 

บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 16:16:08 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับสิริพร กุ่ยกระโทก

  • โฮ ให้เกียรติกันหลาย..โพด.. Thanks
  • ยังไม่ได้คิดถึงลิขสิทธิ์หรอกครับ คงยังห่างไกลอยู่ แต่เป็นความคิดที่ดี ที่จะนำไปคุยกับชาวบ้าน
  • หากผลิตได้มากพอจะส่งให้ชิมแน่นอนครับ
  • ขอบคุณหลาย...เด้อครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 16:24:01 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ กมลวัลย์

  • เรากระตุ้นให้ชาวบ้านเขาคิดอะไรที่หลากหลายขึ้น  แม้ว่าจะไม่สำเร็จ หรือสำเร็จระดับหนึ่ง กระบวนการคิด การทำก็จะติดตราตรึงใจเขาบ้าง  แล้วหลักอันเดียวกันเข่น่าที่จะนำไปคิดในเรื่องอื่นๆต่อไปครับ อาจารย์
  • พวกเราคิดว่าเริ่มอะไรสักอย่าง ก็ได้ที่เป็นสิ่งใกล้ตัว และมีวัตถุดิบในท้องถิ่น สร้างสรรค์อาชีพใหม่รายได้ใหม่ขึ้นมา แม้ว่าเราไม่ใช้พ่อค้าที่มีความชำนาญทางการผลิตเพื่อการค้าขาย แต่ความรู้พื้นฐาน และการเริ่มต้นแบบพี้นฐานน่าที่จะช่วยให้กระบวนการนี้ติดหูติดตาชาวบ้านได้บ้างแม้ไม่ทั้งหมดครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 16:44:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คุณนายดอกเตอร์

  • แหมคุณนายเป็นอะไรที่ช่วยเหลือกันดีแท้  ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ทั้งหมดทุกเรื่องเลย ไม่ว่าหนังสือที่กล่าวถึง เพราะไปถามร้านดอกหญ้า ถามร้านนายอินทร์ ไม่มีครับ หากจะส่งไปให้ก็ดีใจมาก และขอบคุณมาก
  • เห็นผ้าห่มกายที่รูปแล้วหละ เดาว่าต้องเป็นคนชอบผ้าไทยพื้นบ้านมาก  คนข้างกายที่บ้านก็เช่นกันเสื้อผ้ามีแต่ย้อมครามทั้งนั้น ไม่ว่าเธอจะไปประชุมระดับไหน จนเข้าหมู่บ้านก็ย้อมคราม เอาไปร้านซักแห้งเขาบอกว่า ไม่ต้องทำบัตรแล้วรู้ว่าเป็นของใคร และลูกค้าคนอื่นๆก็ถามว่านี่เสื้อใคร.. ตัวเองก็สนใจแบบห่างๆ ยังคิดว่าแก่เฒ่ามาอยากจะจับเรื่องนี้กัน  เคยได้ยินข่าวว่าย้อมครามมีการพัฒนาไปไกลแล้วเป็นธุรกิจใหญ่ไปแล้ว แต่ไม่ได้ติดตามครับ
  • เรื่องชา หากผักหวานป่ายังเหลือมากพอ และชาวบ้านยังไม่รีบลงนา (ฝนตกแล้วกก็เริ่มลงนากัน) จะลองให้ชาวบ้านพัฒนากระบวนการขึ้นไปอีก  ขอบคุณมากที่ส่งข้อมูลผูที่มีประสบการณ์เรื่องนี้ จะติดต่อในวันจันทร์ดูครับ หากเป็นไปได้ก็อาจจะเชิญเขามาสาธิตดู หรืออย่างไรก็จะต้องคุยถึงความเหมาะสมก่อนครับ หากได้ชางวดต่อต่อไปจะส่งมาให้ชิมครับ แล้วช่วยวิจารณ์
  • คืนนี้จะเข้า web ดูงานของคุณดุษฎีก่อนครับ
  • ขอขอบคุณหลาย หลายที่ให้ข้อมูล ส่งหนังสือ และอีกมากมาย ขอบคุณครับ
  • เรื่อง IK เนื่องจากว่าเราผ่านชนบทมามากพอสมควรเห็น IK ผ่านหูผ่านตาก็มาก แต่ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่  จึงอยากศึกษา ท่านที่ทำการศึกษามาก่อนแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อมีแนวที่จะต่อยอด หรืออื่นๆที่เกี่ยวกับ IK ครับ
บางทราย
เขียนเมื่อ Sat Apr 28 2007 16:51:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับน้อง เบิร์ด

  • จะส่งให้ชิมแน่นอนหากผักหวานป่ายังเหลือมากพอนะครับ
  • พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ "การทำแห้ง" แล้วเอามาทำอาหารทีหลัง เป็นเรื่องง่ายๆที่เขาทำหน่อไม้ และอย่างอื่นกันมาแล้ว เพียงแต่เรายังไม่ได้ทดลองทำและยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดเรื่องนี้อย่างจริงจัง
  • เป็นแง่คิดที่จะต้องเอาไปสานต่อครับ
  • นึกว่าเห็นผลผักหวานป่าแล้วอยากกิน..อิ อิ กินได้นะ เห็นชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าสมัยอยู่ป่าเอาลูก หรือ ผล ผักหวานป่ามานึ่งแล้วกินเมล็ดใน  เข้าใจว่าไม่เอร็ดอร่อยจึงไม่มีใครทำต่อ แต่คนเข้าป่าสมัยก่อนนั้นอดอยากมากกว่า จึงต้องกินทดแทนอาหารอย่างอื่น ครับ
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Wed Jul 02 2008 19:45:21 GMT+0700 (ICT)
  • พี่บางทรายค่ะ
  • เคยเห็นป๊ะป๋าคั่วชาใบหม่อนไว้กินเอง ไม่มีเชื้อราขึ้นค่ะ
  • ตอนที่ทำให้แห้ง เห็นหั่นฝอยแล้วไปตากแดด พอให้สลดลงก่อนเอามาคั่วนะค่ะ ไม่คั่วสดเลยค่ะ  ไฟที่ใช้คั่วใช้เตาแก๊สค่ะ
  • อีกวิธีนึงที่เห็น เอาเข้าไมโครเวฟไฟอ่อนๆ แล้วมาคั่วต่อค่ะ
  • ส่วนที่ใช้ไมโครเวฟให้แห้งเลยนั้น ก็เห็นทำอยู่ค่ะ เสียดายไม่เคยสังเกตว่าตั้งค่าอย่างไร
  • จะไปถามให้ต่อ ก็บ่ได้แล้วค่ะ
  • มาแลกเปลี่ยนเท่าที่มีข้อมูลอยู่เดิมก็แล้วกันค่ะ
  • คั่วด้วยเตาแก๊สต้องใจเย็นๆมากค่ะ เพราะไฟต้องอ่อนมากๆๆๆ จึงจะใช้มือคั่วได้จนแห้ง ถ้าไฟแรงไม่สำเร็จ เพราะมือแพ้ความร้อนซะก่อนค่ะ
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Wed Jul 02 2008 19:46:43 GMT+0700 (ICT)
  • ถ้าดูรูปบนของชาวบ้าน ไฟน่าจะแรงไปนะค่ะ คั่วอย่างนี้มือสู้ไม่ได้ค่ะ เคยไปเห็นคนจีนคั่วชา ไฟที่เตานะมี แต่แทบไม่เห็นว่ามีไฟค่ะ
บางทราย
เขียนเมื่อ Wed Jul 02 2008 19:59:07 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ น้องหมอเจ๊

 

ขอบคุณมากครับที่ให้ข้อมูลที่มีค่ามาก ก็จะรวบรวมความรู้พวกนี้ไปลองทำใหม่  สงสัยไปแรงไปอย่างว่า  และเห็นด้วยว่าน่าจะเอาไปพึ่งแดดก่อน

เดี๋ยวช่วงผักหว่ายป่าออกจะลองใหม่ครับ

 

ขอบคุณมากๆครับน้องหมอเจ๊

สปีด
IP: xxx.119.168.153
เขียนเมื่อ Sun Oct 05 2008 03:56:15 GMT+0700 (ICT)

บังเอิญมาเจอที่นี่เข้า น่าดีใจด้วยนะคะ ที่มีคนพยายามเอาความคิดสร้างสรรญมาทำให้เป็นความจริงกัน เคยไปดูการทำใบชาในที่ต่างๆมา ทั้งที่ทำกันเป็นอุตสาหฺกรรม และ ที่ทำกินกันเองในครัวเรือนมา ตรงนี้จะเล่าที่เห็นเขาทำใบชาในครัวเรือนให้ฟังนะคะ เผือว่าจะมีประโยชน์บ้าง

1 เอาใบชามาผึ่งแดด ให้มันสลด ประมาณค่อนวัน ระหว่างที่ผึ่งแดด ก็ให้กลับให้ส่วนที่ไม่ได้โดนแดด ได้โดนแดดด้วย ระหว่างที่กลับใบชาให้สังเกตุว่าตามขอบๆใบนั้นมันจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขณะที่ใบมันเรื่มเหี่ยวลงนะคะ พอรอบใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเกือบหมดทุกใบ ก็แปลว่าใบนั้นสลดพอแล้ว ให้เอาใบเข้าล่มได้

2 หลังจากเอาเข้าล่มแล้วให้เอาใบชาที่สลดมาหมาดๆ น้ันใส่กระด่งให้พอเขย่ากระด่งได้ คล้ายกับการฝัดข้าว เอาข้าวเปลือกออก แบบนั้น ใบชาจะเกิดความบอบช้ำจากที่มันถูกเสียดสีกันเอง จะเห็นว่าใบชาดูช้ำๆ ขอบใบก็ยิ่งดูเป็นสีน้ำตาลมากขึ้น ก็หยุด รวบใบชารวมเป็นกอบ เอาผ้าสะอาดมาปิดไว้ ประมาณ 1 ชม เอามือสอดไปใต้กอบใบชาจะรู้สึกว่ามีความอุ่น นั่นแปลว่าใบชาได้ผ่านการหมักแล้ว หากอยากได้ใบชามีกลิ่นหอมอ่อน และมีรสชาดหวานหน่อยๆ ก็เปิดผ้าออกตอนนี้ หากอยากให้ใบชามีรสชาดจัดจ้านหน่อยก็เอาผ้าคลุ่มต่อไปให้เกิดความร้อนมากกว่านี้ สังเกตุดูใบชาจะดำมากนัอยตามเวลาที่คลุ่มผ้าไว้นะคะ คลุ่มไว้นานชาก็จะดำ ชาก็จะเป็นชาดำ เวลาชง น้ำชาก็เป็นสีน้ำตาล

3 หลังจากที่หมักเสร็จ ตอนนี้ก็ถึงการคั่วใบชาให้แห้ง ลักษณะใบชาตอนนี้ดูเหมือนผักที่กำลังจะเน่านะคะ เหี่ยวๆเหมือนมีน้ำเยื้อมๆ เอามือตะล่อมให้ใบชาเหี่ยวๆ เก็บเอาน้ำเยื้อมนิดหน่อยนั้นกลับคืนมาที่ใบนะคะ เอาใส่กะทะ ทำกับข้าวธรรมดาปริมาณพอให้คั่วได้

4 เอากะทะตั้งไฟ อ่อนๆ หากใช้ไฟที่ลุกจากไม้ ที่มีควันนิดหน่อยได้ ก็ดี ไม่มีก็เอาถ่านธรรมดา กลบด้วยขี้เถ่าจนมองไม่เห็นถ่าน แล้วเก็บใบไม้แห้งมั่ง เปียกมั่ง ใส่ในเตาเพื่อให้เกิดควันนิดหน่อย อย่าคนแรง ใบจะแหลกหมด คั่วแบบคั้วพริกแห้ง แต่คนเบาๆ ใบชาก็จะกลายเป็นสีดำ หรือน้ำตาลมันๆ หน่อย ไม่ด้านๆ พอแห้งเอาออกผึ่งให้เย็น เก็บใส่ถาชนะไว้ชงดื่ม หมายเหตุ คั่วเตาแกสอ่อนๆ ก็ได้นะคะ

ดิฉันมีรูป แต่เอาใส่ในที่นี้ไม่เป็นคะ

speeed
IP: xxx.119.168.153
เขียนเมื่อ Sun Oct 05 2008 04:03:25 GMT+0700 (ICT)

ใช้กะทะทำกับขาวคั่วชา นั้นกะทะมีพื้นที่หน้ากวัาง เหมาะสำหรับให้ความชื้นระเหิร ได้ดีกว่าหม้อดินคะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า