สมาชิก
แลกเปลี่ยน

กิจกรรม ลูกโป่งมหัศจรรย์

 เราควรทราบข้อมูลเด็กแต่ละคนที่เข้ามาทำกิจกรรมว่าเป็นโรคอะไร มีข้อห้ามอย่างไรบ้าง เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นบทเรียนบทหนึ่งในวันนี้  

วันนี้เป็นครั้งที่สองกับงาน อาสาสมัครในโรงพยาบาลรามา มี พี่นัน พี่ตี๋ น้องเปิ้ล น้องบุ้ง ครั้งนี้เราเตรียมอุปกรณ์ไปเล่นกับน้อง ๆเด็กป่วยด้วยคือ ลูกโป่ง เราเรียกกิจกรรมนี้ว่าลูกโป่งมหัศจรรย์ จะน่ามหัศจรรย์ขนาดไหนตามมาดูกันค่ะ

วันนี้ก็เป็นเหมือนทุก ๆ วันค่ะเราต้องไปลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครก่อน มีการลงเวลา เข้าทำกิจกรรมจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่ตึกผู้ป่วยเด็ก 2 เข้าไปห้องนันทนาการของตึกวันนี้ไม่ค่อยมีเด็กป่วยมาเล่นที่ห้องนี้มากเท่าไหร่ค่ะเพราะเป็นช่วงที่ให้ยาและนอนของน้อง ๆ เอาแล้วสิค่ะ คิดในใจกิจกรรมที่เตรีมมาวันนี้จะแป๊กรึป่าวพี่เอี่ยม (พยาบาล)ได้พาอาสาสมัครใหม่ไปแนะนำให้น้อง ๆ รู้จักตามเตียงต่าง ๆ เพื่อที่จะไปเล่นกับน้องตามเตียงได้หรือเล่านิทานให้ฟัง  เรากับพี่นันก็เลยอาสาที่จะอยู่ห้องนันทนาการ จัดแจงดึงเอาลูกโป่งออกมาจากถุงพร้อมด้วยลูกสูบ ก็ให้น้อง ๆ เลือกสีของลูปโป่งตามที่น้องชอบ จากนั้นก็บิดลูกโป่งเป็นรูปต่าง ๆ เช่น หมา ดอกไม้ ดาบ และก็หมวกหรือว่ามงกุฎ รูปแบบที่เราทำก็หนีไม่พ้นแบบที่ได้กล่าวมาข้างต้น จากนั้นก็มีพี่เจ้าหน้าที่เอาแบบของการบิดลูกโป่งมาให้เราเยอะแยะไปหมดค่ะ หลายแบบหลากสีสันมาก แต่เราไม่สามารถฝึกแล้วก็ทำให้สวยได้เพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ แต่น้อง ๆ ก็เรียกร้องอยากได้ หมู แมว สิงโต ก็เลยสารภาพน้อง ๆ ไปว่าพี่ขอไปฝึกฝีมือก่อนแล้วกันเดี๋ยวกลับมาพร้อมสัตว์ที่น้อง ๆอยากได้

ในการทำกิจกรรมเราอยากให้น้อง ๆ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เราก็เลยปล่อยให้น้อง ๆ สูบลูกโป่งเอง หรือว่าลองปิดลูกโป่ง แทน มีน้องคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคข้อกระดูก ออกแรงมากไม่ได้ หากออกแรงมากเหลือดจะไหล่ออกมา  ได้ฟังดังนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่าเราขาดการเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรมกับเด็กแต่ละคน เราควรทราบข้อมูลเด็กแต่ละคนที่เข้ามาทำกิจกรรมว่าเป็นโรคอะไร มีข้อห้ามอย่างไรบ้าง เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นบทเรียนบทหนึ่งในวันนี้

จากที่ลูกโป่งหลากสีสัน สวยสด งดงามเหมือนสีรุ้ง แถมยังสามารถบิดทำให้เป็นดั่งสิ่งที่ต้องการยิ่งสนุกไปใหญ่ ทำให้เด็กมีความสุขกับกิจกรรมนี้มากจากที่เด็กไม่กี่คน ทำให้เด็กเต็มห้องพร้อมทั้งผู้ปกครองด้วยที่พาเด็กมาร่วมกิจกรรม ผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมทำกิจกรรมคือได้ทำลูกโป่งให้ลูกของตัวเอง ทำให้ลูกมีความสุข ผู้ปกครองยังมีความภูมิใจที่ทำให้ลูกโป่งเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ลูกต้องการ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้พูดคุย แรก ๆ ผู้ปกครองจะคอยดูอยู่ห่าง ๆ เหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กรึป่าว มอง ๆ อยู่นานผู้ปกครองบางคนก็โดดลงมาร่วมกิจกรรม บางคนก็ปล่อยให้เด็กอยู่กับพวกเราอาสาสมัครแล้วไปพักผ่อน หรือทำกิจกรรมที่ชอบเช่นดูหนัง เพราะได้มีช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ต้องคอยดูแลเด็กป่วย

สิ่งที่สังเกตได้อีกย่างวันนี้ของเราอาสาสมัครช่วงทำกิจกรรมเราแต่ละคนบางที่ก็มัวแต่ทำกิจกรรมโดยลืมที่จะพูดคุยกับคนที่มีส่วนร่วมกิจกรรมนั้นก็คือเด็กป่วยแลผู้ปกครองร่วมไปถึงเจ้าหน้าที่ ทำให้มีการพูดคุยกันน้อยไป ควรที่จะเพิ่มการมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำกิจกรรมให้มากกว่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบางที่ผู้ปกครองบางคนอยากระบายความรู้สึกให้ใครสักคนฟังเพื่อผ่อนคลาย สิ่งที่พูดว่าพูดให้ใครสักคนฟังนี้มันเป็นจริงค่ะจากการที่ได้ไปส่งน้องคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมอยู่แต่ต้องเจาะเลือดได้ไปส่งน้องที่เตียง  พอไปถึงที่เตียงก็ได้ทักทายแม่ของน้องและก็พูดคุยกับน้องโดยที่แม่น้องก็สังเกตพฤติกรรมของเราไปด้วยพอเห็นว่าเราไว้ใจได้ ก็ได้เล่าเรื่องอาการเจ็บป่วยของน้องให้ฟัง การเป้นอยู่และความรู้สึกนึกคิดของตัวผู้ปกครองเองพอพูดเสร็จแล้วมีผู้รับฟังที่ดีทำให้ผู้ปกครองยิ้มออก โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ปกครองได้ผ่อนคลายในระดับหนึ่ง เนื่องนี้ทำให้ได้ข้อสังเกตว่าหากเราเข้าไปอยู่ในใจลูกเขาแล้วผู้ปกครองก็พร้อมที่จะเปิดรับเราเหมือนกัน

การทำกิจกรรมวันนี้ได้ข้อสังเกตหลายเรื่องเหมือนกันค่ะ ทั้งการทำกิจกรรม การเตรียมความพร้อมและการเข้าถึงผู้ปกครองร่วมถึงการพูดคุยสัมพันธ์กับผู้ร่วมกิจกรรม ในการทำกิจกรรมกับกลุ่มคนที่ละเอียดอ่อนมันมีอะไรที่ซับซ้อนไม่น้อยเลยใช่ไหมค่ะ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: อาสาสมัครในโรงพยาบาล 
· หมายเลขบันทึก: 85268 · เขียน:  
· ความเห็น:
2
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
นิลุบล
IP: xxx.27.220.11
เขียนเมื่อ Mon Jul 30 2007 00:15:03 GMT+0700 (ICT)

มีภาพให้ชมไม๊ค๊ะ  ...   อยากเห็นภาพค่ะ  เพราะพวกเราก็ทำอยู่เหมือนกัน  แต่ของเราเป็นการร่วมโครงการเทศบาลพบประชาชน เทศบาลนครหาดใหญ่ค่ะ

พวกเราเป็นกลุ่ม อสม.เขต 2 ของเทศบาลฯ  ซึ่งมองเห็นความสำคัญของการสร้างขวัญและกำลังใจซึ่งถือเป็นเรื่องของสุขภาพจิตทางหนึ่ง โดยเริ่มจากเด็กก่อน (เพราะผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการมักเป็นผู้ขาดแคลน  เด็กๆ ของเขาเหล่านั้นก็มักเล่นของเล่นตามมี ตามเกิด การทำลูกโป่งให้เด็กๆ จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจเด็กที่มาพบเห็นอย่างมากค่ะ)

ดีใจค่ะ  ที่มีคนคิดเหมือนกันกับเราจะได้มีแนวร่วมเยอะๆ

กรวิกา
IP: xxx.8.89.224
เขียนเมื่อ Mon Jul 30 2007 10:52:37 GMT+0700 (ICT)

มีรูปภาพมาให้ดูค่ะ สามาระเข้าไปดูกิจกรรมลูกโป่งได้ที่
http://www.happyhospital.org/gallery/show_room.php?h=32&id_dir=3

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์