ตัวอย่างประวัติคำไว้อาลัยงานศพ

 ตัวอย่างคำไว้อาลัยผู้วายชนม์ สำหรับไปประยุกต์ใช้ ไม่สงวนสิทธิ์ 

ประวัติคุณแม่ละเมียน นุ่มนวล

 

เมื่อ ๘๑ ปีก่อน ณ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล ได้ลืมตาขึ้นบนโลก
ในครอบครัวคุณพ่อขาว-คุณแม่ละม่อม เพ็ชรฟัก ครอบครัวชาวนาธรรมดาสามัญครอบครัวหนึ่ง
ณ หมู่บ้านคุ้งตะเภา อำเภอบางโพ แขวงเมืองอุตรดิตถ์

ชั่วชีวิตของท่าน ผ่านเวลาแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง และความเปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นช่วงสำคัญของโลก ที่เป็นเวลาเปลี่ยนผ่านยุคเกษตรกรรมสู่ยุคอุตสาหกรรม ท่ามกลางความล่มสลายแห่งสังคมชนบทที่พอเพียง เรียบง่าย และมีความสุข

ความวุ่นวายทั้งหลายแห่งยุคสมัยชั่วชีวิตของท่าน ได้ทำให้โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันหวนคืน แต่ทว่าจิตใจของคุณแม่ละเมียนนั้น หาได้เปลี่ยนแปลงตาม

คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมสี่จากโรงเรียนวัดคุ้งตะเภา ได้ช่วยพ่อแม่ทำไร่นาตามอัตภาพ จนได้พบคู่ชีวิต คือ คุณพ่อประเสริฐ นุ่มนวล ชาวบ้านใต้คุ้งตะเภา (หรือหมู่บ้านป่าขนุนในปัจจุบัน) มีบุตรด้วยกัน ๘ คน ดังนี้ ฯลฯ

 

และเป็นธรรมดาของโลก หลังให้กำเนิดลูก ๆ ที่น่ารัก คุณพ่อประเสริฐ นุ่มนวล ได้จากคุณแม่ละเมียนไปเมื่อปี______ อย่างกะทันหัน เหลือเพียงคุณแม่ละเมียน ที่ต้องอยู่ต่อสู้ชีวิต เป็นหลักชัยของลูก ๆ อย่างโดดเดี่ยวลำพัง

พระพุทธศาสนา จึงได้กลายเป็นคู่ชีวิตของท่านนับแต่นั้นมา คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล ได้ตั้งใจบำเพ็ญบุญกุศล ดำรงตนเป็นอุบาสิกาแก้วที่ดีของพระพุทธศาสนา โดยมีวัดคุ้งตะเภา เป็นหลักชัยแห่งชีวิตบั้นปลายของท่าน

ผ่านเวลาอันยาวนาน นับกว่า ๓๐ ปี ที่คุณแม่ละเมียนนุ่มนวล ได้ตั้งใจอย่างอุกฤษฏ์ เพื่อสั่งสมบุญกุศล ทั้ง บริจาคทาน รักษาศีลอุโบสถ และบำเพ็ญภาวนา เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ เป็นเพื่อนยามชรา และเป็นเสบียงในโลกหน้าที่สมบูรณ์

ด้วยจิตใจแห่งความเป็นแม่ที่งดงามของคุณแม่ละเมียน นุ่มนวล และความสำเร็จในหน้าที่การงานของลูก ๆ ได้ทำให้ บุตรธิดา และหลาน ๆ รวมถึงเหลน มีความรักใคร่ผูกพันสามัคคีกันอย่างหาได้ยาก แม้ว่าลูกหลานจะทำงานอยู่ต่างถิ่น เหล่านี้ อาจเป็นกำลังใจแห่งชีวิต ที่ทำให้คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล มีอายุยืนย่าง ๘๒ ปี โดยไม่มีโรคภัยร้ายใด ๆ เบียดเบียนตลอดอายุขัย

ในต้นปี พุทธศักราช ๒๕๕๓ ปีสุดท้ายแห่งอายุขัย พญามัจจุราช ได้มาเตือน ถึงวันเวลาแห่งการจากลา
คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล ได้เจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าโรงพยาบาลอยู่เป็นระยะ  ลูกหลานและญาติมิตร
จึงได้ร่วมใจกันบำเพ็ญกุศลใหญ่ให้ท่าน เมื่อวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา เป็นกุศลที่บำเพ็ญอย่างมีสติ
ทำให้คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล มีกำลังใจชีวิต และพร้อมที่จะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับความตายอย่างมีสติสมบูรณ์

ระฆังการเตือนแห่งมรณกาลครั้งสุดท้าย เริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายน ท่ามกลางการน้อมรับสัจธรรมอย่างมีสติ และความพร้อมพรั่งของลูกหลานญาติมิตร และพระสงฆ์ ที่เป็นกำลังใจ ให้คุณแม่ละเมียน ละคลายความห่วงกังวล และจากไปอย่างอริยะชนผู้เต็มไปด้วยเสบียงแห่งกุศลเต็มอัตรา เท่าที่คนเล็ก ๆ คนหนึ่งจะพึงบำเพ็ญได้

ความตาย ไม่สามารถทำร้ายจิตใจของคุณแม่ละเมียนได้อีกแล้ว

 

พระพุทธองค์ตรัสว่า

ความตาย เราก็มิได้ชื่นชอบ ชีวิตเราก็มิได้ติดใจ เรารอคอยเวลาเหมือนคนรับจ้าง ทำงานเสร็จแล้วรอรับค่าจ้าง

ความตาย เราก็มิได้ชื่นชอบ ชีวิตเราก็มิได้ติดใจ เราจักทอดทิ้งกายนี้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มีสติมั่น

 

คุณแม่ละเมียน นุ่มนวล ได้จากโลกนี้ไปด้วยอาการสงบเมื่อเช้าอันงดงามแห่งวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ท่ามกลางปวงญาติผู้เฝ้าอาลัย บนเตียงไม้เก่าที่ท่านบำเพ็ญศีลและภาวนามาชั่วชีวิตนั่นเอง

 

เป็นการเปลี่ยน จากอัตภาพสังขารที่ชราประดุจภาชนะอันคร่ำคร่า ไปสู่ภาชนะใหม่อันเป็นทิพย์ในสรวงสวรรค์อย่างมีสติสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่พุทธศาสนิกชนคนหนึ่งจะพึงกระทำได้

 

พระพุทธองค์ตรัสว่า

คนที่รักใคร่กัน เมื่อตายจากไปแล้ว ก็จะไม่ได้พบเห็นกันอีก เหมือนคนตื่นขึ้น ไม่เห็นสิ่งที่พบในฝัน

 

การจากไปแห่งคุณแม่ละเมียน นุ่มนวล ในครั้งนี้ จึงเป็นการยุติของชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่จะเป็นเสมือนเรื่องราวที่ลูกหลานจะเล่าสืบไปไม่มีวันจบ เป็นการจบแห่งชีวิตที่เสมือนฝัน ที่เราทุกคนควรรำลึกว่า ชีวิตนี้ล้วนเป็นเพียงแค่ความฝัน ทุกคนล้วนต้องตาย แต่เมื่อยามเรายังอยู่ เรามีสิทธิ์เลือกได้ ว่าเราจะตายอย่างมีสติหรือไม่

 

พระพุทธองค์ตรัสพระดำรัสสุดท้าย เมื่อคราวจะเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า

ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม

 

หรือแท้จริงแล้ว ความตายอยู่กับเราทุกขณะ อยู่ที่ว่าเราจะเห็นมันหรือไม่

ความไม่ประมาท คือความไม่ลืมตาย และความเข้าใจน้อมรับความตายอย่างมีสติ ซึ่งเป็นบทสัจจธรรมสุดท้ายของเราทุกคน ที่ควรทำให้เกิดขึ้น

เพื่อให้เป็นความตายที่งดงาม เฉกเช่นการจากไปของคุณแม่ละเมียน นุ่มนวล.....

 

 

กลอนไว้อาลัย แม่ละเมียน นุ่มนวล (อ่านเวลาไว้อาลัย)

 

อยากกอดแม่แต่ไร้แม่ให้กอด            อยากอ้อนออดพลอดพร่ำคำหวานหวาน

อยากเบียดชิดสนิทใกล้ให้แสนนาน            เรียกวันวานคืนกลับอย่าลับเลย

น้ำตาหยดรดรินหมดสิ้นแล้ว             เหมือนดวงแก้วแหลกสลายโอ้ใจเอ๋ย

อยากบอก “รักแม่”นี้อย่างที่เคย            แต่ยามเอ่ยเอื้อนไปไร้คนฟัง

 

แม่ผู้สร้าง...ของลูกผูกดวงจิต             เคยแนบชิดอิงใกล้ให้อบอุ่น

รักของแม่ล้ำค่าเปี่ยมการุณ                          แม่ค้ำจุนคุ้มเกล้าปัดเป่าภัย

แม่...ลำบากเพียงใดแม่ไม่บ่น             สู้-อด-ทน-รัก-เลี้ยงลูกปลูกนิสัย

ซื่อสัตย์...สามัคคี...มีอภัย                                        สร้างวินัย...ประพฤติตนเป็นคนดี

แม่สอนให้รักชาติศาสน์กษัตริย์         เกียรติประวัติสร้างเสริมเพิ่มศักดิ์ศรี

สืบรักษาวงศ์ตระกูลพูนทวี                          ลูกจึงมีอนาคตงดงามตา

แม่ละเมียน คือหญิงที่ยิ่งใหญ่             ลูกภูมิใจ...รักแม่...แน่นักหนา

เป็นลูกแม่ทุกชาติอย่าคลาดคลา                             น้อมบูชาดวงจิตปณิธาน

          อาราธนาพระไตรรัตน์จรัสหล้า       ผลบุญแม่บำเพ็ญแผ่มหาศาล

คุณความดีพร้อมพรั่งเป็นพลีทาน                เป็นสะพานสู่ฟ้าอาภาพราย

           เชิญสถิตเทพสถานพิมานทอง        ประทีปส่องเรืองโรจน์โชติช่วงฉาย

อัญเชิญสูรย์จันทราดาราราย                        คลี่ขยายมรรคาบุญทั้งปวง

            น้อมรวมใจน้อมจิตอฐิษฐาน          เชิญวิญญาณ...แม่ละเมียน สู่แดนสรวง

สถิตสถานสุคตินิรันดร์ดวง                          ถึงดับล้วนวิญญาณทิพย์สู่นิพพาน...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 553201
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า