ที่จริงถึงวันนี้แล้ว
เทคโนโลยีด้านการศึกษาเป็นนวัตกรรมที่ไม่น่าจะมีปัญหา
ทั้งในด้านความไม่พร้อมของผู้ใช้ / ผู้เรียน
หรือด้านความประสิทธิภาพของ Solfware / Hardware
พร้อมระบบและปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
เพราะองค์ประกอบทั้งมวลต่างก็เชื่อมโยง ร้อยรัด และลงตัวกันค่อนข้างดีแล้ว
ดูเหมือนออกจะก้าวล้ำไปซะด้วยซ้ำ
ซึ่งน่าจะเป็นคุณเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเป็นอย่างมากแล้วในวันนี้ เวลานี้
แต่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่
ก็เพราะระบบการศึกษาของเรายังติดอยู่ในกรอบความคิดเดิม
ทุกอย่างยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบอันเทอะทะ
ทำให้หน่วยปฏิบัติคือ "สถานศึกษา" ปฏิบัติการได้ไม่คล่องตัว
ทั้งๆที่เห็นและมองทะลุในทุกมิติของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
แต่ติดที่อำนาจการตัดสินใจ และระบบงบประมาณที่ยังเป็นของเบื้องบน
"โรงเรียน" จึงเป็นได้เพียง "บริษัทลูก" ของเบื้องบน
มีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
แม้จะมีความสามารถในการออกแบบการศึกษาที่ดีเพียงไร
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี
ก็ไม่มีวันทำได้ เพราะงบประมาณไม่มี อำนาจการตัดสินใจไม่พอ
ทั้งครู ทั้งนักเรียน จึงขาดโอกาสที่จะได้สัมผัสและคลุกคลีกับระบบและอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี
ไปๆมาๆ ครูส่วนหนึ่งที่อายุมากขึ้นทุกวันๆ จนล่วงเลยวัยที่จะตามทัน
ก็เลยกลายเป็น "ครูที่กลัวเทคโนโลยี" ไปโดยปริยาย
อีกอย่างก็กลายเป็นความเขินอาย (เด็ก) ที่ตัวเองใช้เทคโนโลยีอย่างงกๆเงิ่นๆอย่างคนเรียนรู้ใหม่ คอยแต่จะถามเด็กในเรื่องซ้ำๆอยู่ร่ำไป
จึงยอมที่จะอยู่ห่างๆ และใช้รูปแบบการสอนที่ถนัดและคุ้นเคยดีกว่า
นี่คือการปิดกั้นโอกาสของครูโดยตรง
..............
แนวทางแก้ไข
ก็คงต้องแก้ที่ต้นเหตุตามหลักพระพุทธศาสนา
กล่าวคือ ต้องให้เบื้องบนปลดปล่อยโรงเรียนสู่อิสรภาพ
"ยุ่งกับโรงเรียนให้น้อยที่สุด"
ปล่อยงบประมาณลงสู่สถานศึกษาในระดับที่พอเพียงต่อการพัฒนา
ให้อำนาจตัดสินใจเต็มที่
ภายใต้การควบคุมกำกับแบบมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนเป็นสำคัญ
แค่นี้ โอกาสของครูของเด็กในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการศึกษาที่เหมาะสม
ก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว...!.....
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
เยี่ยมมากครับ อ.วิ
ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้จาก
ชยพร แอคะรัจน์ และ
ผศ. วิไล แพงศรี. ครับ