สมาชิก
แลกเปลี่ยน

หมอลำขอข้าว

 ยังมีอีกหลายอาชีพ ที่สุจริต เลิกเถอะครับ ค้าสิ่งเสพติด มันอันตราย ทั้งผู้ขาย และผู้เสพ “รักชาติ รักชีวิต สิ่งเสพติดจงห่างไกล” 

หมอลำขอข้าว

 

 

          ใครที่ว่างงาน เชิญทางนี้ครับ

            อาชีพที่หลากหลาย สำหรับคนที่ไม่เลือกงาน ที่เป็นอาชีพสุจริต แล้วแต่ใครจะเลือก อาชีพใด เพื่อเป็นการเลี้ยงชีวิต ตนเอง อาชีพที่ผู้เขียน ได้พบเห็น และกำลังจะนำเสนอ ในบันทึกนี้ คงจะไม่ใช่อาชีพที่เขายึดเป็นหลัก หากแต่เป็น งานอดิเรก หรืองานพิเศษ ในเทศกาลว่างงาน ว่างจากการเก็บเกี่ยว ถึงแม้ว่า จะเป็นงานที่ อาจ รายได้ไม่ดี แต่ก็เป็นงานสุจริต ไม่ผิดกฎหมาย และไม่ใช่สิ่งเสพติด เคยเห็นไหมครับหนึ่งในอาชีพที่หลากหลาย คือ “หมอลำขอข้าว”

            หมอลำขอข้าว แน่นอน ต้องเป็น กิจกรรมของคนอีสาน อย่างไม่น่าสงสัย เพราะหมอลำเป็นศิลปะการแสดงของคนอีสาน ถ้าไม่ใช่คนอีสาน  สำเนียงจะเพี้ยน น้อยคนจะ ร้อง ได้น่าฟัง ยกเว้น ไวพจน์ เพชรสุพรรณ

            หมอลำมีหลายประเภท หมอลำกลอน หมอลำหมู่ หมอลำกกขาขาว หมอลำเพลิน คงจะไม่สูญหายไปจากอีสาน เพราะ เขาพัฒนาให้เข้ากับความนิยม ให้สนุกสนาน ครื้นเครง เช่น หมอลำกลอน ก็จะเป็นหมอลำซิ่ง ให้ทันสมัย เร้าใจ คึกคัก น่าชมยิ่งขึ้น ถูกใจวัยโจ๋ แต่งานฉลองหรือคนอีสานเรียกงานบุญ

 

 

หนูสวยไหมคะ

 

 

          งานบุญใด มีหมอลำไม่ว่าจะเป็น ลำซิ่ง ลำเพลิน ลำเรื่องต่อกลอน  ไม่นาน วัยรุ่น เป็นอัน ชกต่อยกัน ทุกงาน จนกลายเป็นประเพณี ไปแล้วครับ น่ารำคาญ ผู้เขียนเลิกเที่ยวงาน นานแล้ว เพราะเบื่อวัยรุ่น ตีกัน ผู้เขียนก็เคยผ่านวัยรุ่นมาเหมือนกัน แต่สมัยนั้น ไม่มีค่านิยมแบบวัยรุ่นปัจจุบัน อาจจะเป็นเพราะสื่อ ที่เด็กวัยรุ่นได้แบบอย่างลอกเลียนแบบกัน อย่างรวดเร็ว

            ผู้เขียนเห็นหมอลำขอข้าวคณะที่นำเสนอนี้ ๒ ครั้งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมครั้งหนึ่ง และเดือนมิถุนายน  อีกหนึ่งครั้ง เขาจะแสดงที่หน้าตลาดสด ไม่ต้องมี ฉาก ให้รกรุ่งรัง เวทีก็ไม่ต้อง ยกให้สิ้นเปลือง เลือกทำเลที่เหมาะ ๆ ก็ได้ ไม่ต้องมีแสง สี ใช้แต่เครื่องเสียง พอฟังได้ทั่วถึง เครื่องดนครี ไม่กี่ชิ้น ผูแสดงมีประมาณ ๕-๖ คน ตัวเดียวเป็นได้ทั้งพระ ทั้งนาง ดูจากป้ายข้างรถ เป็นหมอลำมาจาก จังหวัดขอนแก่น ดูดี ๆ เหมือนจะไม่มี ผู้หญิง

 

 

            เดือนที่แล้วผู้เขียนก็ไม่สนใจเท่าไร พอเห็นอีก จึงยืนชมอยู่ห่าง ๆ และก็แอบถ่ายภาพมาให้ชม เขาจะแสดง ร้องเพลงก่อน โดยมากเป็นเพลงลูกทุ่ง เหมือนหมอลำทั่ว ๆ ไป แล้วจึงลำเป็นเรื่องราว เขาเริ่มลงโรงเมื่อไร ไม่ทราบ ผมกลับจากออกกำลังกาย ผมจะไปออกกำลังกายที่ สนามเทนนิส ตั้งแต่เวลา ตี ๕ ครึ่ง ไปเลิกเอา ๖-๗ นาฬิกาทุกวัน ขากลับ จะแวะซื้อกับข้าว เห็นเขาแสดงแล้ว ผมดูอยู่พอประมาณจึงกลับบ้านบ้านผมอยู่ใกล้ตลาดสด คิดว่า เขาคงเลิกแสดงแล้ว แต่ไม่ใช่ครับ เขาคงเล่น นานพอสมควรถึงเลิกแสดง ช่วง ๑๑ นาฬิการจวนจะเที่ยง ผมเข้าไปโรงเรียน ที่ผมไปเล่นเทนนิส ผ่านหน้าสถานีตำรวจ เห็น แว็บ ๆ ข้างหน้า พวกหมอลำ คงจะเลิกแสดงใหม่ ๆ เห็นด้านหลัง กำลังช่วยกันลงเข็ญรถ พาหนะคู่ชีพสำหรับ เดินทางไปแสดงตาม อำเภอ หรือจังหวัดต่าง ๆ  ด้วยชุดหมอลำที่แสดงหน้าตลาดสดเมื่อเช้านี้นี่เอง ทั้งเพชรพลอย วูบวาบ ขณะวิ่ง เป็นภาพที่หาดูยาก มากครับ พระเอกนางเอก เข็ญรถ สงสัยหม้อแปลงไม่เก็บไฟ ขับรถผ่านไปเลย หยิบกล้องไม่ทัน ไม่งั้นก็จะได้ชมภาพเด็ด บางคนก็ครึ่งท่อน ส่วนบนยังไม่เปลี่ยน ผมเสียดายภาพนี้มาก เพราะคงไม่ได้เห็น ง่ายๆ ผู้เขียนเห็นแล้วรู้สึกสงสารในการต่อสู้ชีวิต ของลูกอีสาน ด้วยกัน

            ปกติหมอลำขอข้าว เขาจะแสดงตามหมู่บ้าน อาจจะเป็นศาลาวัด โรงเรียน หรือสถานที่เหมาะ ๆ ที่ขออนุญาต เจ้าของสถานที่ได้ คงไม่เสียค่าบำรุง กับหมอลำเพื่อชีวิต  เขาจะเริ่มแสดงตั้งแต่หัวค่ำ ไปจน เกือบสว่าง หรือจนจบเรื่อง ก็จะเลิก งาน หมอลำขอข้าวอย่างนี้ ไม่ค่อยมีวัยรุ่น กวนหรอกครับ เพราะ เขาไม่มีรสนิยมแบบนี้ เขาจะนิยมหมอลำที่มีชื่อ หมอลำประเภทนี้ไม่อยู่ในสายตาเขา... เชย

            พอเสร็จสิ้นการแสดง รุ่งเช้า พวกหมอลำ ก็จะออก ตระเวณ เก็บข้าว ของชาวบ้าน โดยไม่ได้ บังคับแล้วแต่ ความพึงพอใจ โดยมากคนอีสานมีน้ำใจอยู่แล้ว แม้ไม่ได้ออกไปดู ก็จะตักข้าวจากยุ้ง ใส่ตระกล้า แขวนไว้ ที่ยุ้ง เตรียมไว้ให้หมอลำ พวกหมอลำก็จะเทใส่ถุง หรือกระสอบ เก็บจนหมดทุกบ้าน  บางบ้านเจ้าของบ้านไม่อยู่ ออกไปไร่ไปสวนแต่เช้า ก็จะตักข้าวเตรียมไว้ให้ เป็นที่รู้กันว่า เป็นค่าตอบแทนหมอลำ บ้านไหนไม่มีก็ไม่ให้

            พอได้ข้าว ก็จะนำไปขาย นำเงินแบ่งปันกัน หรือถ้าไม่ขาย ก็จะนำข้าวไปสีแบ่งกัน โดยมากจะเป็นข้าวเปลือก

            จากหมอลำขอข้าว จะพัฒนาเป็นขอเงิน เพราะ ข้าวราคาแพง เขายังเรียก หมอลำขอข้าว เหมือนเดิม คงจะเหมือน แฟ้บ เพราะแฟ้บ เป็นผงซักฟอกที่ ออกมา ยี่ฮ่อ แรก ๆ ติดหูติดตาประชาชน แม้ บรีส จะออกมา เวลาเด็กไปซื้อ ก็บอกว่า ซื้อแฟ้บหน่อย เอา บรีส นะ

            ครับพอแสดงเสร็จ เขาก็จะเดิน ตามแผงแม่ค้าในตลาด ขอรับเงิน ตาม ความพึงพอใจ ๑๐๐-๒๐๐ บาทว่าไป โดยมากไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ บาทจากการสัมภาษณ์พ่อค้าแม่ค้า แต่หมอลำได้ ครั้งละเท่าไร ผมไม่ได้สัมภาษณ์หมอลำ เพราะไม่ได้ชมจนจบกลับบ้านก่อน คงจะได้ไม่น้อย พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ ถึงได้เห็น มาแสดงบ่อยพวกแม่ค้า ที่ขายผัก ขายปลา ก็สนุกไม่น้อย บางคนลุกขึ้นมาเต้น อย่างสนุกสนาน ขายไปด้วยสนุกไปด้วย

            ดูแล้วเหมือน ขอทาน แต่ไม่ใช่  เขามีสิ่งแลกเปลี่ยน โดยการแสดงให้ชมก่อน ไม่ได้ ยื่นมือ ขอแบบ เจ้าของสะพานลอย โดยทั่ว ๆ ไป น่าจะจัด อยู่พวกวณิพกมากกว่า  เพราะไม่ต่างจากศิลปินเปิดหมวก โดยทั่วไป ทั้งในและนอกประเทศ  จริงไหมครับท่าน

            ยังมีอีกหลายอาชีพ ที่สุจริต เลิกเถอะครับ ค้าสิ่งเสพติด มันอันตราย ทั้งผู้ขาย และผู้เสพ “รักชาติ รักชีวิต สิ่งเสพติดจงห่างไกล”

          สวัสดีครับ...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: วัฒนธรรม บทความ อาชีพ ทำมาหากิน หมอลำขอข้าว หมอลำ งานพิเศษ วณิพก วิถีชีวิตคนอีสาน ศิลปะการแสดงของชาวอีสาน 
· หมายเลขบันทึก: 493370 · เขียน:  
· ดอกไม้:
8
 · ความเห็น:
8
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
แว่นธรรมทอง
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 08:30:53 GMT+0700 (ICT)

วันนี้แว่นธรรมทอง มาชวนดูหมอลำครับ

ยูมิ
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 09:12:58 GMT+0700 (ICT)

มาชม

ตอนเป็นเด็กบวชเณรที่วัด มีหมอลำมาแสดงที่วัด ก็ดูซอดแจ้งเหมือนกันครับ

แว่นธรรมทอง
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 09:38:41 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ ท่านอาจารย์ umi ผมเคยซอดแจ้งเหมือนกันสมัยเป็นเด็ก แต่หลับซอดแจ้าครับ อิอิอิ

แม่น้ำ
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 10:15:28 GMT+0700 (ICT)

หมอลำขอเข่า ได้เงินกะเอาคือกัน

พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 13:36:09 GMT+0700 (ICT)

...เห็นป้ายบอก อ. ชุมแพ บ้านเกิดผมเองครับอาจารย์ ต้องให้กำลังใจครับ จากบ้านมานานอยากเห็นหมอลำขอข้าว ซึ่งเคยเห็นมาแสดงตอนกลางคืนครับ

สุกรณ์ บงไทสาร
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 19:51:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณอาจารย์แว่นธรรมทองมาก จริงๆแล้วผมตั้งใจให้มัน แปลว่า "พื้นดิน" หรือ " เมือง" นั่นแหละครับ คิดเร็วไป ตกหล่นเรื่องความหมาย จะรีบแก้ไขโดยด่วน ขอบคุณอีกครั้งครับ

สุกรณ์ บงไทสาร
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 20:40:06 GMT+0700 (ICT)

" นี่แหละคือชีวิตคีตศิลป์ ศิลปินลูกอีสานผู้ทรุดสู้ แม้นลำบากปานใดใจเป็นครู ยืนหยัดอยู่บนลำแข้งเลี้ยงกายา

  หลังชนฝาหน้าสู้ไฟไมค์ติดปาก    ลำหน้าฉากยิ้มสู้อย่างหรรษา

พอหลังไมค์ไฟปิดสนิทตา ใครจะรู้บ้างว่า...เป็นเช่นไร "

  คารวะศิลปินศิลปะ  ผู้มีจิตใจสืบสานงานศิลป์  วัฒนธรรมของบรรพบุรุษสั่งสมมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน    ได้อนุรักษ์ไว้และถ่ายทอด

นักวิชาการหลายคนกล่าวไว้ " ดนตรีคือสากลวิทยา" สามารถสื่อสารกับคนทุกชาติให้เข้าใจตรงกันได้ ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากสุนทรียะทางภาษาและคีตศิลป์ .... ข้าพเจ้าจึงภูมิใจที่เห็นวันนี้ หมอลำยังคงอยู่ให้ผู้เป็นลูกเป็นหลานได้ชื่นชมต่อไป และเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สุจริต อันเป็นงานอดิเรกในยามว่างสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ขอบคุณอาจารย์แว่นธรรมทองเป็นอย่างยิ่งที่สรรหาเรื่องดีๆมาเขียนให้อ่าน ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน ขอบคุณมากครับ...

ศักดา
IP: xxx.55.0.70
เขียนเมื่อ Thu Jan 03 2013 16:41:05 GMT+0700 (ICT)

มีเบอร์โทรติดต่อคณะหมอลำไหมครับอยากจ้างมางานบุญนะครับวันที่ เสาร์ 9ก.พ.56

ราคาค่อยคุยตกลงกันครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์